KBANK.BK▲
ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% สูงกว่าคาด โบรกฯ ชี้หุ้นเด่น
กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 3.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 17.8% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่คาดไว้ สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เช่น STA, GFPT, ITC, TU, DELTA, HANA และ KCE ได้รับอานิสงส์ รวม 7 เดือนแรกของปี ส่งออกมูลค่า 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% ขณะที่นำเข้า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 3.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์มองปัจจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่โบรกเกอร์อย่างบล.กรุงศรีและบล.ฟิลลิป มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและแนะนำหุ้นเด่น เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA, GULF, GPSC, KBANK และ KTB
HoonSmart · 3h อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
KBANK และ KKP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดย KBANK จ่าย 2 บาทต่อหุ้น และ KKP จ่าย 3.25 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่โบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.75 บาท โดยทั้งสองบริษัทมีวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 9 กันยายน 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 กันยายน 2569 สำหรับ KBANK และ 24 กันยายน 2569 สำหรับ KKP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีระบุว่า อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ KKP อยู่ที่ 2.8%
Share2Trade · 8h อ่านต่อ ▾
KBANK.BK
พิเชษฐชี้หุ้นแบงก์เด่น ดึงเม็ดเงินลงทุนปีนี้
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า การจัดงาน Thailand Focus 2026 เป็นอีเวนต์สำคัญที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศพบปะกับบริษัทจดทะเบียนและรับทราบนโยบายภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุน แม้ตลาดหุ้นไทยยังมีปัญหาโครงสร้างสินค้าที่เป็นหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจยุคเก่า แต่ยังมีกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมานาน และเป็นกลุ่มเรือธงสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนปีนี้ ส่วนกรณีความกังวลเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกระแสข่าวที่เชื่อมโยงกับธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK นายพิเชษฐประเมินว่าความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมชื่นชมกระทรวงการคลังที่เตรียมผลักดันกฎหมาย 4 ฉบับ ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลและความโปร่งใสในตลาดทุน ซึ่งจะเพิ่มอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ในการบังคับใช้กฎหมายได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทุนไทย
Kaohoon · 20h อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
SCB ประกาศจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น คาดแบงก์ใหญ่ให้ผลตอบแทนสูง
ธนาคารเอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสม โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569 และจ่ายเงินในวันที่ 25 กันยายน 2569 ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 15-20% ของปันผลเต็มปี ยกเว้น TTB ที่อาจจ่ายถึง 50% และคาดว่า KKP จะเพิ่มปันผลอย่างแข็งแกร่งจากกำไรที่โต 65% ในงวดครึ่งปีแรก สำหรับปี 2569 คาดว่า KTB จะมีอัตราการจ่ายปันผลที่ 80% และ KBANK ที่ 65% โดย KBANK เคยจ่ายปันผลพิเศษ 2 บาทต่อหุ้นในปี 2568 แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นแล้ว แต่ผลตอบแทนจากเงินปันผลของ SCB, KKP, KTB และ TISCO ยังสูงกว่า 6% โดยบล.เคจีไอชอบ KBANK, KTB และ KKP เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกำไรและฐานะการเงินแข็งแกร่ง
HoonVision · 21h อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization▲
TAGTHAi จับมือ KBANK และห้างยักษ์เปิดตัว Easy Pay กระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยว
TAGTHAi แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัวบริการ TAGTHAi Easy Pay กระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมจับมือกับธนาคารกสิกรไทย กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์พิเศษเมื่อใช้จ่ายผ่านบริการดังกล่าว โดยนักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินบาท เติมเงินเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล และสแกนจ่ายผ่าน Thai QR Payment ได้ทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและสร้างระบบนิเวศการชำระเงินแบบไร้เงินสดที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสิทธิประโยชน์ที่ว่านี้รวมถึงส่วนลดมูลค่า 300 บาทสำหรับการซื้อ TAGTHAi Bangkok Pass หรือการแลกรับ BTS One-Day Pass ฟรี 1 ใบ เมื่อมียอดใช้จ่ายถึงระดับที่กำหนดภายในศูนย์การค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย
Kaohoon · 23h อ่านต่อ ▾
KGI ชู KBANK-KTB เด่น ลุ้นปันผลแบงก์ครึ่งปี KKP-TTB ยีลด์น่าสนใจ
KGI มองว่าธนาคารพาณิชย์จะทยอยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดว่า KKP และ TTB จะให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ขณะที่ SCB, KKP, KTB และ TISCO มี Dividend Yield เต็มปีสูงกว่า 6% โดย TTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.081 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายวันที่ 25 กันยายน 2569 KGI คาดว่า KKP จะจ่ายปันผลรวมปี 2569 ที่ 7.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 6.7% ส่วน KTB จ่าย 2.73 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% SCB จ่าย 11 บาทต่อหุ้น Yield 7.2% และ TISCO จ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 14.50 บาทต่อหุ้น Yield 5.7% BBL จ่าย 10 บาทต่อหุ้น Yield 5.3% และ TTB จ่าย 0.14 บาทต่อหุ้น Yield 4.9% KGI ยังคงชื่นชอบ KBANK และ KTB มากกว่าธนาคารอื่น โดยมองว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะช่วยหนุน ขณะที่ KKP ก็เป็นที่ชื่นชอบจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง 65% YoY ในครึ่งแรกปี 2569 และ Credit Cost ที่มีโอกาสลดลงต่ำกว่า 1%
thunhoon.com · 1d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▼
กลุ่มพลังงานออกหุ้นกู้สปีดลงทุน GULF ระดมขยายกิจการ-ซื้อธุรกิจ
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเปิดเผยว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีมูลค่า 5.07 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5.17 แสนล้านบาท แต่จำนวนบริษัทที่ออกลดลงจาก 123 เป็น 105 ราย โดยกลุ่มพลังงานระดมทุนมากสุด โดยเฉพาะ GULF ที่ออกหุ้นกู้ไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท และเตรียมขายหุ้นกู้ลอตใหม่อีก 6 ชุดในเดือนตุลาคม ขณะที่แบงก์ใหญ่หยุดออกหุ้นกู้เพราะมีสภาพคล่องล้น เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย ที่มีหุ้นกู้ครบดีลแต่ไม่ออกทดแทน ส่วนบริษัทในกลุ่มซี.พี.หันออกตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น และกลุ่มปตท.ออกหุ้นกู้ใหม่เพียง 1.3 หมื่นล้านบาทจากยอดครบดีล 22,500 ล้านบาท โดยสมาคมฯ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวถึงปลายปี เอื้อให้ธุรกิจออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายทั้งปีที่ 8.8-9 แสนล้านบาท
Prachachat · 1d อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization▲
ฮั่วเซ่งเฮงจับมือ KBank เปิดซื้อขายทองคำผ่าน K PLUS
ฮั่วเซ่งเฮงร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยเปิดบริการซื้อขายทองคำแบบเรียลไทม์ทั้งความบริสุทธิ์ 99.99% และ 96.5% ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐบนแอปพลิเคชัน K PLUS เริ่มต้นเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ลูกค้าต้องเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ K PLUS Global Savings เพื่อเปลี่ยนสกุลเงินและทำรายการได้ทันทีโดยอ้างอิงราคาและอัตราแลกเปลี่ยนจากฮั่วเซ่งเฮง เงินดอลลาร์สหรัฐที่พักไว้ในบัญชีจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 2.25% ต่อปี นักลงทุนยังสามารถออมสะสมทองคำ 96.5% ด้วยเงินบาทในรูปแบบ DCA และถอนทองคำจริงได้ที่ร้านฮั่วเซ่งเฮงทุกสาขาหรือจัดส่งถึงบ้านผ่านไปรษณีย์ไทยครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ
Money & Banking · 2d อ่านต่อ ▾
กรุงศรีชี้สินเชื่อแบงก์ ก.ค. โตเล็กน้อย คงเป้า KBANK-KTB
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานสินเชื่อเดือนกรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.1% จากเดือนก่อนหน้า โดยสินเชื่อภาครัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SME และรายย่อยลดลง ธนาคารที่สินเชื่อเติบโตเด่นสุดคือ KTB เพิ่มขึ้น 2.0% จากเดือนก่อนหน้า ตามด้วย KKP เพิ่มขึ้น 1.1% และ TISCO เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อหดตัว นำโดย BBL ลดลง 1.2% ตามด้วย TTB ลดลง 0.6% KBANK ลดลง 0.4% และ SCB ลดลง 0.2% หากเทียบกับสิ้นปีก่อน สินเชื่อกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 2.6% โดย KTB นำที่ 6.1% ตามด้วย KKP 4.6% KBANK 2.8% SCB 2.4% และ BBL 1.4% ขณะที่ TISCO ทรงตัว และ TTB หดตัว 2.6% ด้านเงินฝากเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปีก่อน อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 83.2% ลดลงจาก 83.6% ในเดือนมิถุนายน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อการรายงานสินเชื่อเดือนกรกฎาคม และคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารที่ bullish โดยคาด ROE ปี 2027F เพิ่มจากปี 2026F จากดอกเบี้ยขาลงที่จบแล้ว การกลับมาของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ และการเติบโตในกลุ่ม Wealth Management รวมถึงมองว่าราคาหุ้นธนาคารซื้อขายไม่แพงที่ PBV 0.9 เท่า ต่ำกว่าช่วงปี 2011-15 ที่ 1.5 เท่า และธนาคารในอาเซียนที่ 1.5-3.0 เท่า โดยเลือก KBANK และ KTB เป็น Top Pick
HoonVision · 3d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
3 แบงก์ใหญ่เปิดศึกเทรดทอง USD ผ่านแอป
ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวฟีเจอร์ SCB GOLD MARKETPLACE บนแอป SCB EASY รวม 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก และวายแอลจี ไว้ในที่เดียว ให้เทรดทองคำเป็นดอลลาร์สหรัฐผ่านบัญชี SCB e-FCD โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เริ่มต้น 0.05 บาททอง หรือประมาณ 6,000 บาท และสามารถถอนทองจริงได้ ธนาคารกสิกรไทยตอบโต้ด้วยบริการซื้อขายทอง USD ผ่าน K PLUS ร่วมกับฮั่วเซ่งเฮง เริ่มต้นขั้นต่ำเพียง 10 USD หรือราว 300 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมดอกเบี้ยบัญชี K PLUS Global Savings 2.25% ต่อปี ขณะที่แอปเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยก็มีฟีเจอร์ Gold Wallet ให้เทรดทอง USD ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษและดอกเบี้ย 2.25% ต่อปีเช่นกัน ด้านฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า นักลงทุนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z หันมาลงทุนทองคำขนาดเล็กผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดย Gen Z ชาวจีนเริ่มซื้อทองตั้งแต่อายุ 14 ปี และนักลงทุนอายุ 16-27 ปีทั่วโลกมีสัดส่วน 15.4%
Prachachat · 5d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
CGSI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,690 จุด หลังกำไรบจ.ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง
ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปีนี้ขึ้น 8% หลังกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ศึกษาอยู่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรสุทธิรวมจะลดลง 25% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก และเพิ่ม CPALL กับ PTT เข้ามา ทำให้รายชื่อล่าสุดประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
HoonSmart · 7d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
Amex ผนึก 3 แบงก์ใหญ่ขยายจุดรับบัตรดึงนักท่องเที่ยวพรีเมียมเข้าไทย
อเมริกัน เอ็กซ์เพรสประกาศความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อขยายเครือข่ายจุดรับบัตรทั่วประเทศไทย หวังดึงกำลังซื้อกลุ่มพรีเมียมซึ่งมียอดใช้จ่ายต่อปีสูงกว่าบัตรเครือข่ายอื่นถึง 3 เท่า เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยระหว่างปี 2566 ถึง 2568 จำนวนสมาชิกบัตร Amex ที่เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น 47% สอดรับกับนโยบาย High Value Tourism ของภาครัฐ พร้อม สิริสันต์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ระบุว่าการขยายจุดรับบัตรจะครอบคลุมหมวดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับทั้งสมาชิกในไทยและนักท่องเที่ยวพรีเมียมจากทั่วโลก ปัจจุบัน Amex ใช้ชำระเงินได้ที่ร้านค้ากว่า 170 ล้านแห่งทั่วโลก และเพิ่มจำนวนร้านค้าที่รับบัตรขึ้น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2564
Money & Banking · 7d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
บล.เคจีไอ อัพเป้าดัชนี SET ปี 69 สู่ 1,820 จุด
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2569 ขึ้นเป็น 1,820 จุด โดยมองว่ายังมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันอีก 12% หลังจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นรอบล่าสุดและการปรับค่า PE เป้าหมายเป็น 14.8 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 10 ปีลบ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในไตรมาส 2/69 กำไรรวมของบริษัทที่ KGI ศึกษาอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน สูงกว่าฉันทามติของ Bloomberg ประมาณ 10% แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและสเปรดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเพราะสงครามสหรัฐ-อิหร่านออกไป กำไรรายไตรมาสจะลดลง 26% จากปีก่อนและ 6.2% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนเป็นเพราะฐานกำไรที่สูงผิดปกติของ GULF ในไตรมาส 2/68 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่ ทั้งนี้ KGI มองว่าเป้าใหม่ค่อนข้างท้าทาย เพราะการปรับเพิ่มประมาณการกำไรกระจุกอยู่ในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มที่พลิกผันตามวัฏจักรและมี PE ต่ำกว่ากลุ่มอื่น ๆ และไตรมาสที่ดีที่สุดของกลุ่มพลังงานน่าจะผ่านไปแล้ว จึงเหลือหุ้น domestic ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวที่ยังมี risk-reward น่าสนใจ เช่น CPALL, CPN, KBANK, KTB และ GULF
InfoQuest · 9d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
WHART ยื่นไฟลิ่งเพิ่มทุน 2,508 ล้านบาท ลงทุนศูนย์กระจายสินค้า WGCL
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มทุนสำหรับเข้าลงทุนในโครงการดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ หรือ WGCL มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ภายในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 นายศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART เปิดเผยว่า WGCL เป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลประเภท Built-to-suit มีผู้เช่าเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชั้นนำ พร้อมสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปี ภายหลังการลงทุนเพิ่มเติม WHART จะมีมูลค่าพอร์ตโฟลิโอรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และมีพื้นที่ให้เช่ารวมมากกว่า 2.0 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ ทั้งบางนา-ตราด เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอจะมีความน่าสนใจมากขึ้น WHART มีจุดแข็งจากพอร์ตทรัพย์สินโลจิสติกส์คุณภาพสูง ฐานผู้เช่าที่แข็งแกร่ง และมีประวัติการจ่ายประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ขณะที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A แนวโน้ม Stable จากทริสเรทติ้ง
Money & Banking · 9d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
KGI อัพเป้า SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังกำไร Q2 สูงกว่าคาด
บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังสรุปกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัทที่ศึกษาสูงกว่าคาด 10% โดยกำไรรวมอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีออก กำไรจะลดลง 26% จากปีก่อน และ 6.2% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานกำไรพิเศษของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2568 ฝ่ายวิจัยระบุว่า 40% ของหุ้นที่ศึกษามีผลประกอบการดีเกินคาด 41% เป็นไปตามคาด และ 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารออกมาดี ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสื่อออกมากลาง ๆ โมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นกำลังถึงจุดสูงสุดและคาดว่าจะนิ่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายใหม่นี้ยังมีอัพไซด์ 12% จากระดับปัจจุบัน แต่ค่อนข้างท้าทายเพราะการปรับเพิ่มกำไรกระจุกในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มวัฏจักรและมีค่า P/E ต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยหุ้นที่ยังมีอัพไซด์ถึงราคาเป้าหมาย เช่น CPALL CPN KBANK KTB และ GULF
Bloomberg · 9d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
KBANK เป้าสูง 300 บาท ชี้คุมต้นทุนเด่น-ปันผลสูง 70% ยาว 5 ปี
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิของในปี 2569 และปี 2570 ไว้ที่ระดับ 5.32 หมื่นล้านบาท และ 5.57 หมื่นล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ การเติบโตที่ดีของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee) ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งคาดว่า KBANK จะสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับ 6% ต่อปี ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ประเมินว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 2.0 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 0.8%) นอกจากนี้ ยังประเมินว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลพิเศษ จากวงเงินที่เหลือในโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) นอกจากนี้ KBANK มีศักยภาพในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของการควบคุมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) นอกจากนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์หลักที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (Investment Cycle) ในระยะข้างหน้าอีกด้วย ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส จำกัด หรือ UBS ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น KBANK จากเดิม 255 บาท ขึ้นเป็น 286 บาท หลังผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 แข็งแกร่ง ขณะที่ผู้บริหารระบุทิศทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-income) ทำให้มั่นใจว่า KBANK จะมีประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน และนำไปสู่ความสามารถในการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่สูงได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า KBANK จะสามารถลดอัตราส่วนต้นทุนต่อสินเชื่อ (Cost-to-loan ratio) จากระดับ 3.4% ในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.9% ภายในปี 2573 สอดคล้องกับธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่นๆ ในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ KBANK สามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ให้อยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 65-70% หรือคิดเป็นเงินปันผลราว 14.50-15.00 บาทต่อหุ้น ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
Kaohoon · 14d อ่านต่อ ▾
บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 7 หุ้นเด่นรับฤดูกาลงบ Q2/69
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดการณ์กำไรตลาดหุ้นไทยงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 2.5 ถึง 2.8 แสนล้านบาท ลดลง 15 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และลดลง 19 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นมีกำไรผันผวนในทางลบ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ไอซีที และไฟฟ้าคาดกำไรเติบโต ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นที่งบจะออกมาเด่นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน ได้แก่ PTTEP SCC SCGP ADVANC TRUE BH IVL THANI TNP MOSHI BA AP INSET และ ADVICE ส่วนหุ้นที่ไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีและกำไรจะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ KTB KBANK AOT BDMS EGCO ICHI THAI และ TFG โดยหุ้นเด่นสุดที่แนะนำคือ ADVANC SCC IVL BH KBANK AOT และ ICHI
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด
บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
3 โบรกเกอร์ชี้ GULF กำไรปกติไตรมาส 2/69 ทำสถิติสูงสุดใหม่
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 10,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน และ 47% จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินปันผลรับจากธนาคารกสิกรไทย 2,842 ล้านบาท ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะไม่สามารถเติบโตจากไตรมาสก่อนได้ เนื่องจากไม่มีเงินปันผลจากธนาคารกสิกรไทย แต่ยังคงเติบโตจากปีก่อนได้ พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 91 บาท และคำแนะนำซื้อ ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด ระบุว่ากำไรปกติครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 56.7% ของประมาณการกำไรทั้งปี พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 80 บาท และคำแนะนำซื้อ ขณะที่ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 72 บาท และคงคำแนะนำซื้อ โดยระบุว่ากำไรปกติครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรทั้งปี สะท้อนถึงโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ
HoonVision · 18d อ่านต่อ ▾
GULF กำไรปกติไตรมาส 2/26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับเงินปันผล KBANK
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/26 ที่ 10,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน และ 47% จากปีก่อน โดยรับรู้เงินปันผลจาก KBANK จำนวน 2,842 ล้านบาท ส่งผลให้เป็นกำไรปกติรายไตรมาสที่ทำระดับสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนโครงการ Pak Lay จำนวน 1,928 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 113 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 12,446 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 4.45 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน และ 16% จากปีก่อน โดยรายได้จากโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้นตามการเรียกใช้ไฟที่มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนรายได้ลดลง 23% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาส 1/26 มีการรับรู้รายได้โครงการลมเวียดนามย้อนหลัง แต่เพิ่มขึ้น 80% จากปีก่อน เพราะมีโครงการ Solar+BESS ขนาด 597 เมกะวัตต์ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/25 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,354 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน แต่หากหักรายได้ย้อนหลังจากโครงการลมเวียดนามจำนวน 636 ล้านบาทออก จะทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเพียงเล็กน้อยจากผลกระทบของราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นต่อโรงไฟฟ้า SPP ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 81% จากไตรมาสก่อน และ 47% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 1,713 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างในโอมานครั้งเดียวประมาณ 500 ล้านบาท บล.หยวนต้า คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/26 จะไม่เติบโตจากไตรมาสก่อนเพราะไม่มีเงินปันผลจาก KBANK แต่ยังเติบโตจากปีก่อนได้จากโครงการ Solar+BESS และช่วงไฮซีซั่นของ GGC รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่คาดว่าจะเติบโตทุกไตรมาส ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569-2570 ที่ 30 และ 29 เท่า ยังไม่รวมโอกาสจาก PDP และ Data Center โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนการลงทุน Data Center ระดับ Hyperscale อีกประมาณ 500 เมกะวัตต์ในปีนี้ คงราคาเป้าหมายที่ 91.00 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ
HoonVision · 20d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 6
GULF กำไร Q2 ดีกว่าคาด แตะ 1.24 หมื่นล้านบาท
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.5 จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรปกติที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.2 จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 1.23 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์ จากการรับรู้เงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท ตามรอบการจ่ายปันผลหลักของธนาคารกสิกรไทย รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 240.5 จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท จากการรับรู้กำไรขายหุ้นร้อยละ 51 ในโรงไฟฟ้าปากลายมูลค่า 1.9 พันล้านบาทเป็นหลัก ประกอบกับปริมาณขายไฟฟ้าโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ที่ภาครัฐเรียกซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากอัตรากำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่อ่อนตัวจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทร่วมอ่อนตัวเล็กน้อยจากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่กระแสลมอ่อนตัวและกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่มีกำไรลดลง แม้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC, Jackson และ PTTNGD จะเพิ่มขึ้นก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ไว้ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท เติบโตร้อยละ 32 จากปีก่อน และคงคำแนะนำซื้อ โดยให้มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2570 ที่ 80 บาท
HoonVision · 20d อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization▲
แม่ทองสุกเปิดขายโทเคนดิจิทัลทองคำครั้งแรกในไทย ให้ผลตอบแทนคงที่ 3%
บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ ออกและเสนอขาย MTS Gold Investment Token ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงธุรกิจค้าทองคำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยให้ผลตอบแทนคงที่ในอัตรา 3% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี พร้อมโอกาสรับโบนัสกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำเมื่อครบอายุโครงการ และได้รับเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเมื่อครบกำหนด ราคาจองซื้ออยู่ที่ 1,000 บาทต่อโทเคน มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ผู้ลงทุนรายย่อยถูกจำกัดวงเงินจองซื้อไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ขณะที่ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบันไม่มีการจำกัดวงเงิน โดยจัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อนผ่านแอปพลิเคชัน kubix และ orbix ของบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด ภายใต้กลุ่มออร์บิกซ์ของธนาคารกสิกรไทย เปิดให้จองซื้อได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
Kaohoon · 20d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 6
GULF จ่อทำกำไรปกติไตรมาส 2/69 สูงสุดใหม่ 1.15-1.18 หมื่นล้านบาท
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีแนวโน้มทำสถิติกำไรปกติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 2/2569 โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปกติไว้ที่ 1.15 ถึง 1.18 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า แรงหนุนสำคัญมาจากการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK ประมาณ 2,800 ล้านบาท กำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay มูลค่าราว 1,800 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่าง ADVANC ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็มีผลประกอบการดีขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงอากาศร้อน โดยบล.กรุงศรีให้ราคาเป้าหมาย 74 บาท บล.กสิกรไทยให้ 79 บาท บล.เอเซีย พลัสให้ 80 บาท และบล.หยวนต้าให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 91 บาท พร้อมมองว่า GULF มีความได้เปรียบในการขยายธุรกิจ Data Center และ AI จากความพร้อมด้านที่ดิน โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที
HoonVision · 21d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
กรุงศรีชี้หุ้นไทยสัญญาณบวก ตั้งเป้าดัชนี 1,600-1,680 จุด พร้อมคัด 8 หุ้นเด่น
บล.กรุงศรี มองหุ้นไทยมีสัญญาณบวกจากไทยเป็นศูนย์กลางลงทุน AI และเฟดมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย พร้อมตั้งเป้าดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด และคัดเลือก 8 หุ้นเด่นในกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และอื่นๆ นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังถูกมองเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาค โดยมีความได้เปรียบจากกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอ ต้นทุนที่ดินแข่งขันได้ และสาธารณูปโภคพร้อมรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เฟดอาจเลือกอดทนตรึงอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเร่งขึ้น ท่ามกลางสัญญาณเปราะบางในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียและกลุ่มแวลูมาร์เก็ต ฝ่ายวิจัยยังคงเป้าหมายดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด โดยคาดตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวและมีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังผ่านพ้นงบไตรมาส 2 หุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ KBANK และ KTB ในกลุ่มธนาคารที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี GULF และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ PTT และ SCC ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนระลอกใหม่ และ AOT กับ BH ในกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพจากแรงกดดันต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
HoonVision · 22d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
CGSI เผย 14 หุ้นเด่น รับมือกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 กลุ่มสื่อสาร-ท่องเที่ยวเสี่ยงผิดหวัง
CGSI ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 โดยกลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่กลุ่มสื่อสารและท่องเที่ยวอาจสร้างความผิดหวัง พร้อมคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,630 จุด และเลือก BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR เป็นหุ้น Top pick. ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่ากลุ่ม Non-bank จะมีกำไรสุทธิลดลง 14% yoy และ 7% qoq ในไตรมาส 2/69 ตามประมาณการของ Bloomberg consensus โดยกลุ่มปิโตรเคมีน่าจะได้แรงหนุนจากสเปรดที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะสายการบินมีแนวโน้มอ่อนตัวจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง. นอกจากนี้ กลุ่ม ICT และกลุ่มท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวัง เนื่องจากประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งของ Bloomberg consensus ที่กลุ่ม ICT +26% yoy และกลุ่มท่องเที่ยว +15% yoy น่าจะไม่สามารถทำได้จริงในช่วงที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอและสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4% yoy. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพงส่งผลให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลแฝด โดยขาดดุลการค้า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 69. ราคาน้ำมันที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมทั้งอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว ฝ่ายวิเคราะห์จึงเชื่อว่าธปท. จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. 69. ด้านคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าจะสรุปสำนวนภายในปลายเดือนส.ค. นี้ แต่เชื่อว่ากรอบเวลามีโอกาสเลื่อนออกไป โดยกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการส่งสำนวนฟ้องแค่บางราย ซึ่งน่าจะส่งผลลบต่อ sentiment ของตลาด และกระบวนการพิจารณาคดีที่ใหญ่กว่าน่าจะใช้เวลามากกว่าเดิม. ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16.7 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 14 เท่าหากไม่รวม DELTA ซึ่งมี P/E ล่วงหน้า 83 เท่า โดย CGSI ยังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 ที่ 1,630 จุด. ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนตลาดคือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง ส่วน downside risk คือการที่ กกต. ยื่นฟ้องนักการเมืองสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลและสถิตินักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง.
HoonVision · 22d อ่านต่อ ▾
Maspion Bank เปลี่ยนชื่อเป็น PT Bank Kasikorn Indonesia Tbk อย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปลี่ยนชื่อ Maspion Bank เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia Tbk ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลภาคการเงินอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 การรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นผลจากการที่ธนาคารกสิกรไทยผ่านบริษัทในเครือได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยนจนถึงร้อยละ 89.48 ในปี 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยต่อศักยภาพเศรษฐกิจอินโดนีเซียและเป็นก้าวสำคัญของสถาบันการเงินไทยในการขยายบทบาทในภูมิภาค ในวันเดียวกันยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับระหว่างหน่วยงานไทยและอินโดนีเซีย ครอบคลุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และตลาดคาร์บอน
Prachachat · 22d อ่านต่อ ▾
SPALI ขายหุ้นกู้ 4,000 ล้านบาทหมดเกลี้ยง ยอดจองล้น 2 เท่า
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท โดยมียอดจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันสูงกว่ามูลค่าเสนอขายถึง 2 เท่า นางศิริพร วังศพ่าห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่าความสำเร็จนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท หุ้นกู้ที่เสนอขายแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกมูลค่า 2,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราคิดลด 1.54% ต่อปี และชุดที่สองมูลค่า 2,000 ล้านบาท อายุ 2 ปี 5 เดือน 29 วัน อัตราคิดลด 1.82% ต่อปี โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายผ่านธนาคารกสิกรไทยและธนาคารยูโอบี ทั้งนี้ บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ A แนวโน้มคงที่จากทริสเรทติ้งต่อเนื่องเป็นปีที่ 12
HoonVision · 23d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
ทิสโก้ปรับเป้า SET ปี 69 ขึ้นเป็น 1,670 จุด ชู 7 หุ้นเด่นเดือนสิงหาคม
บล.ทิสโก้ปรับเพิ่มเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2569 เป็น 1,670 จุด จากเดิม 1,600 จุด โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยจะเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และได้รับแรงหนุนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พร้อมแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม BANK, TRANS, HELTH และ TOURISM ในช่วงครึ่งปีหลัง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ปรับคาดการณ์ GDP ปีหน้าเป็น 2.1% จาก 1.7% หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้รวมผลกระทบจากเงินกู้ก้อนหลัง 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างพลังงานเข้าในประมาณการ เป้าหมาย SET Index ใหม่ที่ 1,670 จุดอิงจาก Fwd. PER ที่ 17.6 เท่า และ SET EPS ปี 2569 และ 2570 ที่ 88.4 บาท และ 95.0 บาท ตามลำดับ สำหรับเดือนสิงหาคม สถิติย้อนหลัง 5 ปีและ 10 ปีชี้ว่า SET Index มีโอกาสปิดบวก 70-80% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% ถึง 2.9% โดยมีปัจจัยหนุนจากแรงซื้อเก็งกำไรตามฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 การคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาล และงาน Thailand Focus ปลายเดือนสิงหาคมซึ่งในอดีตมักหนุนให้ SET Index ปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังงานด้วยโอกาสปิดบวกเกือบ 70% และผลตอบแทนเฉลี่ย 1.4% หุ้นเด่นแนะนำในเดือนสิงหาคมคือ CENTEL, COM7, CPN, GULF, KBANK, KTB และ PTT โดยมีแนวรับที่ 1,570 จุดและ 1,540 จุด แนวต้านที่ 1,630-1,640 จุดและ 1,660 จุด ด้านการลงทุนต่างประเทศผ่าน DR แนะนำ TENCENT80 และ TRIPCOM80
thunhoon.com · 23d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
บล.กรุงศรีคาด SET แกว่งขึ้น รับกำไร Q2 เด่น หนุนปรับเป้าทั้งปี
บล.กรุงศรีคาดดัชนี SET วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways/Up โดยมีแนวต้านที่ 1,629 และ 1,635 จุด แนวรับที่ 1,615 และ 1,610 จุด โดยได้แรงหนุนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงเกินคาด ซึ่งช่วยหนุนโมเมนตัมการลงทุนโลก ประกอบกับกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้มีการปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้นสู่ระดับ 101.8 ถึง 101.9 บาทต่อหุ้น และหนุนให้ SET ปรับตัวขึ้นได้ในรอบนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังระบุว่าตลาดหุ้นไทยไม่แพง โดยอิงจากส่วนกลับของอัตราผลตอบแทนส่วนเกินที่สูงถึง 3.75% พร้อมทั้งแนะนำ 3 ธีมลงทุน ได้แก่ หุ้นธีมลงทุนอย่าง GULF และ KBANK หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่าง GLOBAL และหุ้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน 1 ปีข้างหน้า
HoonSmart · 23d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
โบรกฯ ปรับเป้า KBANK ขึ้นเป็น 285 บาท ชี้มีลุ้นปันผลเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น KBANK ขึ้นเป็น 285 บาท จากเดิม 260 บาท พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ หลังจากปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 69-71 ขึ้น 3.5%, 2.7% และ 2.6% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่ออกมาดี ผู้บริหารยืนยันนโยบายจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำ 50% และ 50-60% ในระยะกลาง โดยคาดว่าธนาคารมีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงขึ้นหรือจ่ายเงินปันผลพิเศษในอนาคต เนื่องจากมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3.48 พันล้านบาท จากงบประมาณรวม 8.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของงบประมาณ และอัตราส่วน P/B ใกล้ระดับ 1.0 เท่า ด้านสินเชื่อ ผู้บริหารระบุว่าการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 น่าจะอยู่ที่ระดับกรอบบนหรือสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย โดยในไตรมาส 2/69 มีความต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนจากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ แม้คาดว่าจะมีการชำระคืนสินเชื่อบางส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ธนาคารยังเชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่วางไว้ และจะมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
Share2Trade · 23d อ่านต่อ ▾
Cloud & Digital Infrastructure▲
True IDC เจรจากู้ 2 พันล้านดอลลาร์ สร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในไทย
บล.กรุงศรี ระบุว่า True IDC อยู่ระหว่างเจรจากู้เงินมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่บริเวณชานเมืองกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Bloomberg ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเม็ดเงินดังกล่าวคิดเป็น 0.35% ของ GDP และจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย รวมถึงหุ้นในธีมลงทุนที่เกี่ยวข้อง โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ลำดับต้น ได้แก่ ธนาคาร KBANK และ KTB กลุ่มรับเหมา STECON PYLON และ INSET รวมถึง TRUE ในฐานะบริษัทในเครือเดียวกัน
HoonVision · 24d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
บล.พายคาด 8 แบงก์จ่ายปันผลระหว่างกาลสูง SCB-KKP-TISCO ให้ผลตอบแทนเกิน 6%
บล.พายประเมินว่าธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยคาดว่าทั้งปีกลุ่มแบงก์จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.7% ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.พาย ระบุว่า SCB KKP และ TISCO จะมี Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 6% โดย SCB คาดจ่ายทั้งปี 10.42 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.8% KKP คาดจ่าย 7.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.3% และ TISCO คาดจ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6% ส่วน BBL แม้กำไรลดลงแต่คาดยังจ่ายทั้งปี 10 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม คิดเป็น 5.3% ด้าน KBANK คาดจ่ายทั้งปี 12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5.1% ขณะที่ KTB คาดจ่าย 2.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5% TTB คาดจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.6% CREDIT คาดจ่าย 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.5% และ BAY คาดจ่าย 1.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 3.5% สำหรับแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง นายธนเดชมองว่าหากตัดรายได้จากตลาดทุนออกไป กำไรจะไม่หวือหวา เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิเริ่มทรงตัวและสินเชื่ออาจปรับขึ้นเล็กน้อยตามการลงทุนภาคเอกชน
Prachachat · 24d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
ภาคเอกชนชี้การเมืองมีเสถียรภาพหนุนเชื่อมั่นฟื้น แนะเร่งยกระดับ SME และพลังงานสะอาด
ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ภาคเอกชนระบุว่าหลังสถานการณ์การเมืองไทยมีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติเริ่มฟื้น สะท้อนจากเงินทุนไหลเข้า ตลาดทุนฟื้น และยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่าตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเติบโตสูงมาก แต่โจทย์สำคัญคือการต่อยอดไปสู่การจ้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจีชี้ว่าเอสเอ็มอีในซัพพลายเชนเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยียากกว่า มีต้นทุนการเงินสูงกว่า และมีโอกาสลองผิดลองถูกน้อยกว่าบริษัทใหญ่ รัฐบาลและบริษัทขนาดใหญ่จึงต้องช่วยกันยกระดับเอสเอ็มอีไทย ทั้งการลดต้นทุนพลังงาน การใช้โซลาร์ และการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกล่าวว่าพลังงานเป็นเงื่อนไขสำคัญของความเชื่อมั่นและขีดแข่งขันประเทศ โดยไทยต้องบริหารความมั่นคง ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมเดินหน้าโซลาร์ สมาร์ทกริด และพลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมายเน็ตซีโร่และอุตสาหกรรมใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์
InfoQuest · 26d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
แรงซื้อกลับพยุงตลาดหุ้นไทย หลัง DELTA ถูกปรับลดเป้าราคาเหลือ 244 บาท
ตลาดหุ้นไทยช่วงวันที่ 27 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ปรับตัวลงหลุด 1,600 จุด ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาด โดยหุ้น DELTA เป็นตัวฉุดตลาดหลักจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ นักวิเคราะห์ปรับลดคำแนะนำเป็น Reduce พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 244 บาท จากเดิม 265 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ถึง 2570 ลง สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ด้านปัจจัยหนุนมาจากผลประกอบการกลุ่ม Hyperscaler ที่ยังเร่งลงทุนต่อเนื่อง และหุ้นกลุ่มอื่นช่วยประคองตลาด โดย CPN ปรับขึ้นแรงจากแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโตร้อยละ 4 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่กลุ่มธนาคารอย่าง KBANK และ KTB ได้แรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุน
HoonVision · 26d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▼
หุ้นไทยพักเที่ยงร่วงแรง 31.44 จุด ถูกกดดันจาก DELTA และหุ้นกลุ่มแบงก์
ดัชนีตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ปิดพักเที่ยงที่ 1,593.03 จุด ลดลง 31.44 จุด หรือคิดเป็น 1.94% โดยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 66,466.40 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1,588.48 จุด ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับหุ้น DELTA ปรับตัวลงแรงหลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้โบรกเกอร์หลายแห่งปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ถึง 2570 ลง นอกจากนี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อาทิ BBL KKP KTB และ KBANK ต่างปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาดโดยรวม
Thunhoon · 28d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
หุ้นไทยเปิดร่วง 9.86 จุด ตามตลาดโลก กังวลสงครามกดดัน DELTA
ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าร่วง 9.86 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำโดย DELTA ท่ามกลางความกังวลสงคราม ขณะที่มีแรงซื้อหุ้น GULF และ KBANK เข้าพยุงตลาด ณ เวลา 10.00 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,614.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8,259.61 ล้านบาท และร่วงต่อเนื่องไปแตะ 1,601.70 จุด ลบ 22.77 จุด หรือ 1.40% เมื่อเวลา 10.07 น. โดยหุ้น DELTA ร่วง 12 บาท หรือ 4.21% มาอยู่ที่ 273 บาท ขณะที่ GULF บวก 0.50 บาท อยู่ที่ 65.75 บาท และ KBANK บวก 3.00 บาท อยู่ที่ 245.00 บาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส คาดดัชนีแกว่งตัวในแดนลบ โดยมีแนวรับหลักที่ 1,610± จุด จากแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ Tech-AI ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์คาดช่วยพยุงตลาดจากราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ 90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แบบ Hawkish Hold และนักลงทุนจับตาตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปี 2569 เงินเฟ้อ PCE และรายได้-การใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดระยะสั้น
HoonSmart · 28d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▲
บล.กรุงศรีคาด SET แกว่งในกรอบ รับแรงหนุนหุ้นพลังงานและแบงก์
บล.กรุงศรี (KSS) คาดดัชนี SET วันนี้แกว่งในกรอบ โดยให้แนวต้านที่ 1,633 และ 1,640 จุด แนวรับที่ 1,614 และ 1,607 จุด ท่ามกลางจิตวิทยาลงทุนที่ค่อนไปทางลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่ยืนสูงในโซนรอบ 1 ปีที่ 4.67% หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางและประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ตอบโต้รุนแรง หนุนราคาน้ำมันดิบเช้านี้ยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยตามคาดแต่มีความเห็นแตกแยก โดยบล.กรุงศรีให้น้ำหนักการคงดอกเบี้ยมากกว่าการขึ้น โดยประเมินว่าสงครามผ่านจุดสูงสุดแล้วแต่เศรษฐกิจและภาคแรงงานสหรัฐยังเปราะบาง ด้านปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยมาจากกลุ่มพลังงานและธนาคาร รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชิปจีนที่เร่งการนำ AI มาใช้และส่งผลดีต่อไทยในฐานะศูนย์กลางลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยหุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ PTT, KBANK และ GULF
HoonSmart · 28d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
หุ้นแบงก์ยังไม่แพง กูรูชี้ฟันด์โฟลว์เข้าสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นเร็วและแรงจน KBANK และ KTB ทำจุดสูงสุดใหม่ยังไม่ถือว่าแพงเกินไป โดยนักวิเคราะห์มองว่าเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็น หลังจากที่ผ่านมากลุ่มแบงก์เทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาโดยตลอด นายกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นมาสู่ระดับที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้น นักลงทุนควรพิจารณาศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น Data Center ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ BBL KBANK KTB และ SCB ด้านนางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์พิสูจน์ศักยภาพการทำกำไรต่อเนื่องแม้สินเชื่อโตไม่มาก โดยมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย กำไรอัตราแลกเปลี่ยน และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมาชดเชย อีกทั้งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น ทำให้ NPL และ Credit Cost ไม่เป็นภาระหนัก ปัจจุบันหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เทรดที่ประมาณ 1 เท่าของ P/BV ยังมีโอกาสปรับขึ้นตามการเติบโตของกำไร โดยมีปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน FDI ที่ขอ BOI จำนวนมาก ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวช่วยลดแรงกดดันต้นทุนทางการเงิน หากดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง BBL และ KTB จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น กลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาด โดยมีหุ้นเด่นคือ BBL และ KTB ส่วน TISCO ยอมรับว่าสินเชื่อปี 2569 อาจทรงตัวจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน จึงหันมาเน้นรายได้ค่าฟีจากธุรกิจประกันและค่าธรรมเนียมตลาดทุนมากขึ้น
Thunhoon · 28d อ่านต่อ ▾
KBANK.BK▲
หุ้นไทยปิดครึ่งเช้าลบ 11.91 จุด รับแรงกดดัน DELTA ร่วง 5.86%
ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,632.48 จุด ลดลง 11.91 จุด หรือ 0.72% มูลค่าการซื้อขาย 53,832.74 ล้านบาท โดยมีแรงกดดันหลักจากหุ้น DELTA ที่ร่วงลง 5.86% หลังประกาศกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด ส่งผลลบต่อดัชนี SET ถึง 17.73 จุด ขณะที่หุ้น BBL, AOT, KBANK และ MINT ได้รับแรงซื้อเข้ามาประคองดัชนีไว้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มภาคบ่ายว่าดัชนีจะผันผวนในกรอบแคบโดยมีน้ำหนักซึมลง โดยให้แนวรับที่ 1,626-1,629 จุด และแนวต้านที่ 1,636-1,638 จุด
HoonSmart · 31d อ่านต่อ ▾