รัฐบาลยันงบกลางพอเยียวยาน้ำท่วม ก่อนระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่ม 1 ต.ค.นี้

โดย InfoQuest·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลยังมีงบกลางเหลือเพียงพอที่จะดูแลเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤตอุทกภัย ก่อนที่ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ด้วยการอนุมัติซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม ครอบคลุมกว่า 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงิน 1.55 หมื่นล้านบาท ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. กำลังเร่งลงนามกรมธรรม์ให้ทันมีผลบังคับใช้ สำหรับช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 ก่อนวันที่ 1 ต.ค.นี้ รัฐบาลยังรับผิดชอบการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย 100% โดยรัฐบาลแบ่งจ่ายวงเงินดำเนินการให้บริษัทประกัน 2 งวด งวดแรกในปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และงวดที่ 2 ในปีงบประมาณ 2570 อีกราว 5 พันกว่าล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันในการชดเชยเยียวยา โดยวงเงินรวม 1 แสนบาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นการช่วยเหลือทันที 1 หมื่นบาทภายใน 7 วันเมื่อจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่น้ำท่วม และจ่ายตามความเสียหายจริงอีก 9 หมื่นบาทต่อครัวเรือนเมื่อน้ำลด ส่วนพื้นที่การเกษตรเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีเกณฑ์ช่วยเหลืออยู่แล้ว

ผลกระทบต่อธีม 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

สไลด์ อินชัวรันส์ ขยายความคุ้มครองทรัพย์สินชายฝั่งในเซาท์แคโรไลนา

สไลด์ อินชัวรันส์ โฮลดิงส์ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันทรัพย์สินแบบขยายสำหรับบ้านมูลค่าสูงในตลาดชายฝั่งของเซาท์แคโรไลนา โดยมุ่งเป้าไปที่ช่องว่างความคุ้มครองสำหรับอสังหาริมทรัพย์ระดับหรูในชุมชนริมชายฝั่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักประสบปัญหาในการได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ การขยายครั้งนี้ครอบคลุมเจ้าของบ้านในเซาท์แคโรไลนาภายใต้อกรมธรรม์ HO3 HO5 และ HO6 โดยเน้นเป็นพิเศษที่ทรัพย์สินชายฝั่งมูลค่าสูงซึ่งบริษัทประกันแบบดั้งเดิมมีขีดความสามารถจำกัดหรือมีเกณฑ์การรับประกันที่เข้มงวดกว่าสำหรับมูลค่าความคุ้มครองที่สูงขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรในพื้นที่อย่างเทศมณฑลฮอร์รี ซึ่งเติบโตมากกว่าร้อยละ 20 นับตั้งแต่ปี 2020 ชี้ให้เห็นถึงฐานบ้านที่สามารถประกันได้ขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งอาจสนับสนุนปริมาณเบี้ยประกันหากสไลด์สามารถคว้าส่วนแบ่งตลาดมาได้ บริษัทซึ่งเป็นผู้รับประกันทรัพย์สินและอุบัติเหตุสัญชาติสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าตลาด 2.8 พันล้านดอลลาร์ กำลังแข่งขันกับบริษัทประกันขนาดใหญ่กว่ามากซึ่งมักถอยออกจากความเสี่ยงชายฝั่งที่ซับซ้อน การทดสอบสำคัญสำหรับนักลงทุนคือผู้บริหารจะแยกแสดงหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับส่วนสนับสนุนจากเซาท์แคโรไลนาในการรายงานรายไตรมาสที่กำลังจะมาถึงหรือไม่ โดยเฉพาะระดับเบี้ยประกันภัยรับรวมและจำนวนกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ HO5 ใหม่สำหรับบ้านมูลค่าสูง
Simply Wall St·1dอ่านต่อ →
▲

ครม.อนุมัติ 1.55 หมื่นล้าน ซื้อประกันภัยพิบัติ คุ้มครองบ้าน 30 ล้านหลัง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณโครงการซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน วงเงินรวม 15,500 ล้านบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่าโครงการนี้ครอบคลุมความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรมธรรม์มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 สำหรับวงเงิน 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 5,500 ล้านบาท ใช้จากงบประมาณปีต่อไป พร้อมอนุมัติการก่อหนี้ผูกพัน โครงการนี้จะให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลัง ตามข้อมูลจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะต้องตรวจสอบไม่ให้การช่วยเหลือผ่านกรมธรรม์ซ้ำซ้อนกับมาตรการเยียวยาของภาครัฐในรูปแบบอื่น
▲5

ครม.ไฟเขียวงบ 1.55 หมื่นล้าน ประกันภัยพิบัติ คุ้มครอง 30 ล้านหลัง

คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับโครงการซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน โดยแบ่งเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการนี้จะให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลัง ตามข้อมูลจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 ก.ย.69 รวมถึงคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ผ่านกลไกการถ่ายโอนความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ถึง 1 ต.ค.70 สำหรับงบประมาณดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยจะใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 5,500 ล้านบาท จะใช้จากงบประมาณปีต่อไป พร้อมขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันเพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอชำระค่าเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาความคุ้มครอง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐานและมีความมั่นคง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะตรวจสอบไม่ให้การช่วยเหลือผ่านกรมธรรม์ซ้ำซ้อนกับมาตรการเยียวยาอื่นของภาครัฐ