เจ.พี. มอร์แกน เปลี่ยนชื่อแคมป์เบล โกลบอล เป็น เจ.พี. มอร์แกน แนทเชอรัล แคปิตอล

Corporate Action
โดย PR Newswire·US·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

เจ.พี. มอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนต์ ประกาศรีแบรนด์แคมป์เบล โกลบอล ผู้จัดการการลงทุนในสินทรัพย์ป่าไม้และธรรมชาติ เป็น เจ.พี. มอร์แกน แนทเชอรัล แคปิตอล สะท้อนถึงวิวัฒนาการของธุรกิจและความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ธรรมชาติในพอร์ตการลงทุนของสถาบัน แพลตฟอร์มที่เข้าซื้อกิจการเมื่อห้าปีที่แล้ว ปัจจุบันบริหารจัดการพื้นที่มากกว่า 1.5 ล้านเอเคอร์ทั่วโลก และดูแลสินทรัพย์ภายใต้การดูแลประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 โดยมีพนักงานประมาณ 150 คนใน 15 รัฐของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และละตินอเมริกา การรีแบรนด์ครั้งนี้ต่อยอดจากมรดกสี่ทศวรรษของแคมป์เบล โกลบอล ในการลงทุนป่าไม้อย่างยั่งยืน พร้อมขยายไปสู่ที่ดิน คาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ และโอกาสอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ แองจี้ เดวิส ซีอีโอกล่าวว่าชื่อใหม่สะท้อนทิศทางที่สินทรัพย์ประเภทนี้กำลังเคลื่อนไป และเจด ลาสโควิตซ์ หัวหน้าฝ่ายตลาดเอกชนทั่วโลก กล่าวถึงความต้องการของสถาบันที่เร่งตัวขึ้นสำหรับโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศ แพลตฟอร์มยังปิดกองทุน Forest & Climate Solutions Fund II ในเดือนมีนาคม 2025 ระดมทุนได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นกองทุนป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน โดยมีทุนทั้งหมดที่ระดมได้สำหรับกลยุทธ์นี้ถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงบัญชีแยก

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Digital Finance & Tokenization · 1 หุ้น
JPMorgan Chase & Co
JPM
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

J.P. Morgan rebrands its Campbell Global forestland unit to J.P. Morgan Natural Capital, highlighting its $11B nature-based asset platform and $1.5B forestry fund.

Spatial Computing / AR/VR · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Campbell Globalเอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

Campbell Global is rebranded to J.P. Morgan Natural Capital, reflecting its evolution and $11B in assets under supervision.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

SENA จับมือ Q-CON พัฒนา Eco-Pot กระถางรีไซเคิลจากเศษอิฐ หนุน Low Carbon

บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ร่วมกับ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON พัฒนา Eco-Pot กระถางรีไซเคิลภายใต้แนวคิด Turn Waste Green ซึ่งเปลี่ยนเศษอิฐเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่า เพื่อลดปริมาณขยะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเตรียมนำร่องมอบให้แก่ลูกบ้านในกิจกรรม Welcome Home ของโครงการ โคซี่ เอ็มอาร์ที เพชรเกษม 48 (COZI MRT Phetkasem 48) ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับแนวทาง SENA Low Carbon สู่การบริหารจัดการคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้กลยุทธ์ SENA Green Supply Chain – Carbon Product Reduction โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมใน Scope 3 ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการก่อสร้าง การจัดการวัสดุเหลือใช้ ไปจนถึงการอยู่อาศัย คณะผู้บริหารและทีมงาน SENA ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน Q-CON ซึ่งเป็น Strategic Green Partner ด้านผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา เพื่อศึกษาเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และแนวทางบริหารจัดการทรัพยากร พร้อมร่วมกิจกรรม Workshop ด้าน Design Thinking และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อหาแนวทางนำเศษวัสดุจากกระบวนการผลิตและไซต์งานก่อสร้างกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ สำหรับ Eco-Pot พัฒนาจากเศษอิฐมวลเบาที่เหลือจากไซต์งานก่อสร้าง โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต ก่อนนำกลับมาส่งมอบให้ลูกบ้านใช้ปลูกต้นไม้ภายในที่อยู่อาศัย พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ขณะที่โครงการ COZI MRT Phetkasem 48 จะเป็นโครงการนำร่องในการส่งต่อ Eco-Pot ให้แก่ลูกบ้าน โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด Condo Low Carbon ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม 48 พร้อมนำแนวทางลดคาร์บอนมาใช้ในโครงการ ทั้งการติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกพันธุ์ไม้ช่วยดูดซับคาร์บอน ระบบ Waste Management ที่ส่งเสริมการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ รวมถึงพื้นที่ EV Charger สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
2

เอสซีจีชูโมเดล 4P ผ่านสระบุรีแซนด์บ็อกซ์บนเวทีโลก

เอสซีจีนำเสนอโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) และการทำงานเชิงพื้นที่ หรือ Area-based Approach ผ่านกรณีศึกษาสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ บนสองเวทีสำคัญ ได้แก่ GCNT EXPO 2026 ในหัวข้อ From SHOCK to SHIFT – Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World และเวทีเสวนาภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN โดยนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจากโจทย์ลดคาร์บอนในธุรกิจปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก จึงพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เช่น การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหินเกือบ 50% และการลดอุณหภูมิในกระบวนการผลิต โดยยังคงประสิทธิภาพ ความแข็งแรง และความทนทานของผลิตภัณฑ์ เอสซีจีขยายความร่วมมือจากระดับธุรกิจสู่ระดับอุตสาหกรรมผ่านสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย หรือ TCMA ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และจังหวัดสระบุรี พัฒนาสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมการจัดการขยะ การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วม World Economic Forum – Transitioning Industrial Clusters Initiative และได้รับการนำเสนอเป็นกรณีศึกษาจากอาเซียนใน WEF White Paper 2026 พร้อมขยายความร่วมมือกับ Princeton University, GCCA และ UNIDO ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนสีเขียว โดยนายธรรมศักดิ์กล่าวว่าเป้าหมายต่อไปคือการนำบทเรียนจากโมเดล 4P ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทั่วประเทศ
ทันหุ้น·7dอ่านต่อ →

พิพัฒน์ สั่งเร่งคุมน้ำมันรั่วพระราม 3 เคาะแผนจัดการมลพิษทางน้ำ 3 ด้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้เน้นย้ำให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลบริเวณพระราม 3 สกัดกั้นการแพร่กระจาย และขจัดน้ำมันโดยเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและป้องกันไม่ให้มลพิษส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยหากพบเห็นเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยทางน้ำสามารถแจ้งสายด่วนเจ้าท่า 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ได้เห็นชอบนโยบายและแผนการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ พร้อมแผนปฏิบัติการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ แผนป้องกันมลพิษทางน้ำ แผนขจัดมลพิษทางน้ำ และแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบมาตรฐานเดียวกันในการป้องกัน เฝ้าระวัง ระงับเหตุ และฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำมันและสารเคมีทั่วประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมยังกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินค่าใช้จ่ายในการขจัดคราบน้ำมันและเคมีภัณฑ์ รวมถึงการประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีมาตรฐานที่ชัดเจนในการดำเนินการกับผู้ก่อมลพิษ