ผู้นำองค์กรใหญ่ชี้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าและฮับเทคฯ อาเซียน
ผู้นำองค์กรธุรกิจระดับประเทศ 4 ราย ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส, บมจ.ท่าอากาศยานไทย และธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026 ว่า วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และฮับเทคโนโลยีของอาเซียน โดยเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม Data Center, เทคโนโลยีชีวภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมแนะนำให้ภาครัฐและเอกชนเร่งปรับปรุงกฎระเบียบ ขยาย FTA และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อสร้างการเติบโตยั่งยืนและป้องกันการทะลักของสินค้าราคาถูกจากจีน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม จากปูนซิเมนต์ไทย กล่าวว่า การย้ายฐานการผลิตมายังไทยเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาว ขณะที่นายอาลก โลเฮีย จากอินโดรามา เวนเจอร์ส ชี้ว่า ไทยมีระบบนิเวศการผลิตที่แข็งแกร่งและสามารถเป็นศูนย์กลางตลาดทุนสำหรับกลุ่ม CLMV ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 250 ล้านคน นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ จากท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดผู้โดยสารทางอากาศในประเทศถึงร้อยละ 95 และกำลังเจรจาเปิดเส้นทางบินตรงใหม่สู่ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล จากธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และไทยก้าวเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์อันดับ 5 ของโลกภายใน 2 ปี
InfoQuest · 3h อ่านต่อ ▾
4 บริษัทจดทะเบียนชี้ไทยรับอานิสงส์ภูมิรัฐศาสตร์ ดึงเงินลงทุนไหลเข้า
บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 4 แห่ง ระบุว่าประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และหนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC กล่าวว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะธุรกิจ Data Center แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว พร้อมกับที่รัฐบาลไทยขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ผ่านคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 4 ชุด เพื่อปรับปรุงกฎหมาย ลดข้อจำกัด ขยายกรอบการค้าเสรี และพัฒนาทักษะทุนมนุษย์ โดยคาดหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภายใน 5-10 ปี ขณะที่นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL กล่าวว่าโลกให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น และไทยมีระบบนิเวศการค้าและการผลิตที่แข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางตลาดทุนสำหรับกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 250 ล้านคน ส่วนนางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กล่าวว่าท่าอากาศยานไทยสามารถปรับตัวรับวิกฤตได้ดี เช่น การเพิ่มผู้โดยสารจากจีนและญี่ปุ่นกว่า 30% และปัจจุบันเที่ยวบินจากตะวันออกกลางกลับมาให้บริการเต็ม 100% แล้ว ขณะที่ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และไทยกลายเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) อันดับ 5 ของโลก พร้อมแนะนำให้ธุรกิจไทยเร่งลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีและขยายสเกลเพื่อแข่งขันได้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 6h อ่านต่อ ▾
SCC คาดอีบิทดาปี 2569 ทะลุ 5.6 หมื่นล้านบาท เร่งโครงการ LSP เสร็จกลางปี 2570
SCC คาดกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ (อีบิทดา) ในปี 2569 จะทะลุ 5.6 หมื่นล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 4.29 หมื่นล้านบาท พร้อมเร่งโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ในเวียดนามให้แล้วเสร็จกลางปี 2570 จากเดิมกำหนดปลายปีหน้า เพื่อรองรับดีมานด์ที่เติบโตและเสริมรายได้ ขณะที่ความร่วมมือระหว่าง SCGC กับ PTTGC ในการรวมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ยังเป็นไปตามแผน คาดชัดเจนในไตรมาส 3/2569 นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นวินัยการเงินและนำเสนอโปรดักต์ใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัสดุสำหรับ Data Center ที่ช่วยหนุนยอดขายกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยจะหดตัว แต่ยอดขายกลุ่มนี้โต 3-4% ขณะเดียวกัน SCC ปรับลดการใช้ถ่านหินหันมาใช้ไบโอแมสเพื่อลดต้นทุน และกลไกราคาปิโตรเคมีปรับตัวเร็วขึ้นช่วยส่งผ่านต้นทุนได้ดีขึ้น ด้านนักวิเคราะห์เอเซีย พลัส แนะนำ "ซื้อ" หุ้น SCC ราคาเป้าหมาย 310 บาท โดยชี้ว่าการขายเงินลงทุน 24.9 พันล้านบาทช่วยเสริมสภาพคล่อง และโครงการ LSPE Ethane ในเวียดนามคืบหน้า 60% จะลดต้นทุนได้กว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
thunhoon.com · 12h อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
บล.หยวนต้า ชี้ตะวันออกกลางตึง ชู PTT เป็นตัวเลือก Hedging
บล.หยวนต้า ระบุความขัดแย้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว 5-6% WoW พลิกจากลดลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดเงื่อนไขก่อนทำข้อตกลงที่ท้าทาย และสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านปฏิเสธขยายเวลาข้อตกลงชั่วคราว MOU หลังสิ้นสุดระยะเวลา 60 วันเมื่อ 17 ส.ค. และสต็อกน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1982 บล.หยวนต้า มองว่าสามารถเก็งกำไรหุ้น Oil Play ได้ โดยชู PTT เป็นตัวเลือกหลักสำหรับ Hedging สถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากฐานะการเงินมั่นคงและคาดเงินปันผลสูง ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปิดลบ 7% WoW มาอยู่ที่ 20.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC ส่วน Spread กลุ่มโอเลฟินส์และปิโตรเคมีกลุ่ม Polyester ปรับตัวลดลง WoW เป็นลบต่อ IRPC SCC PTTGC และ IVL ตามลำดับ
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
บัวหลวงชี้กำไรหุ้น Q2 โต 13% แนะหุ้นฟื้นต่อครึ่งหลัง
บล.บัวหลวง ระบุว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นใน Coverage เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อน โดยสูงกว่าตลาดคาด 10% และสูงกว่าประมาณการของบริษัท 11% ขณะที่รายได้สูงกว่าตลาดคาดเพียง 2% สะท้อนแรงหนุนจากราคาพลังงานและส่วนต่างปิโตรเคมีที่สูงขึ้น รายได้และ ARPU ของกลุ่มสื่อสาร ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการบริหารต้นทุนของกลุ่มค้าปลีก ขณะที่แรงกดดันยังมาจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ผู้ป่วยกัมพูชาและผู้ป่วย Self-pay ที่อ่อนแอ รวมถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มขนส่ง กลุ่มที่กำไรหลักเติบโตเด่น ได้แก่ พลังงานและปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร ค้าปลีก และโรงแรม ส่วนกลุ่มที่กำไรลดลงหลักยังเป็นเกษตรและอาหาร โรงพยาบาล และขนส่ง แม้ภาพรวมงบดีกว่าคาด แต่ความคาดหวังตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับ 59% ในไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% ขณะที่ Beat-to-miss ratio อยู่ที่ 3.4 เท่า ลดลงจาก 6.8 เท่าในไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1.1 เท่า โดยหุ้นที่กำไรดีกว่าตลาดคาดเด่น ได้แก่ AOT, SCC, PTTGC และ PTT ส่วน DELTA ต่ำกว่าคาด ขณะที่ฝั่งรายได้ มีเพียงกลุ่มปิโตรเคมีที่ดีกว่าคาดอย่างชัดเจน ส่วน WHA และ BAM ต่ำกว่าคาด บริษัทประเมินเป้าหมาย SET กลางปี 2570 ที่ 1,650 จุดในกรณีฐาน และ 1,710 จุดในกรณีดีที่สุด แต่จาก Beat-to-miss ratio ที่เริ่มลดลง แนะนำเน้น Selective Play ในหุ้นที่กำไรมีแนวโน้มฟื้นต่อในครึ่งหลังปี 2569 ได้แก่ CBG ซึ่งกำไรคาดผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปี 2569 ก่อนกลับมาโตจากปีก่อนตั้งแต่ไตรมาส 3, BH จากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลางฟื้น และคาดกำไรไตรมาส 3 โตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน และกลุ่มท่องเที่ยว AOT, ERW, CENTEL หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน ลดลง 2.5% จากปีก่อน แต่จำนวนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% จากเดือนก่อน ขณะที่ RevPAR โรงแรมไทยคาดโตทั้งจากปีก่อนและเดือนก่อน
Thunhoon · 10d อ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chain▼
SCC คาดครึ่งปีหลังราคาพลังงานผันผวนสูง เร่งปรับธุรกิจรับมือ
SCC คาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังราคาพลังงานจะผันผวนสูงและความเสี่ยงจากตะวันออกกลางจะมากกว่าครึ่งปีแรก โดยบริษัทเร่งปรับตัวและจัดหาแหล่งวัตถุดิบนอกช่องแคบฮอร์มุซเพื่อรองรับสถานการณ์ พร้อมคงเป้างบลงทุนปีนี้ที่ 30,000 ล้านบาท ซึ่งใช้ลงทุนในธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก ส่วนโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ในเวียดนามคืบหน้าแล้ว 60% และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ราว 200-300 ล้านดอลลาร์ต่อปี นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยในงาน Earnings Call ว่า สถานการณ์ธุรกิจปิโตรเคมีจะกลับมาสมดุลมากขึ้น แต่ความเปราะบางในตะวันออกกลางยังคงอยู่ ทำให้ผู้ประกอบการกระจายหาแหล่งวัตถุดิบนอกช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น และราคาพลังงานยังผันผวนสูง โดยส่วนต่างราคา HDPE ปรับจาก 300 ดอลลาร์ต่อตันเป็น 400 ดอลลาร์ต่อตันภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว คาดขยายตัวราว 2.5-3% ส่วนอาเซียนยังโต 5-6% โดยเวียดนามมีโอกาสขยายตัวมากกว่า 6% ด้านงบลงทุนครึ่งปีแรกใช้ไปแล้ว 11,064 ล้านบาท ส่วนใหญ่ในกลุ่มซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง และอีกส่วนในธุรกิจเคมิคอลส์ที่ต้องปรับตัวรวดเร็ว เนื่องจากต้นทุนแนฟทาปรับขึ้นเป็น 600-1,000 ดอลลาร์ต่อตัน ทำให้ต้องปรับราคาขายเป็นรายสัปดาห์หรือรายวัน ปัจจุบันโรงงาน LSP หยุดเดินเครื่องเพราะวัตถุดิบไม่เพียงพอ และเร่งเปลี่ยนมาใช้ก๊าซอีเทนเพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซและได้ต้นทุนที่ถูกกว่า
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 15d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
SCG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569 และกำไรสะสม โดยคณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 กันยายน 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
Share2Trade · 16d อ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chain
2
CLSA เพิ่มราคาเป้าหมาย PTTGC เป็น 46 บาท หลังกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด
บริษัทหลักทรัพย์ CLSA ปรับราคาเป้าหมายหุ้น PTTGC ขึ้นเป็น 46 บาท จากเดิม 43 บาท พร้อมคงคำแนะนำ Outperform หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 12,200 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการของ CLSA ถึง 14% และสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด 48% ฟื้นตัวจากกำไร 3,200 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 3,600 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ธุรกิจโรงกลั่นเป็นปัจจัยหนุนหลักด้วยค่าการกลั่นขั้นต้นที่ 15.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ EBITDA ปรับปรุงแล้วของธุรกิจต้นน้ำเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนเป็น 15,200 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์พลิกกลับมามี EBITDA 5,100 ล้านบาท และธุรกิจ Performance Chemicals มี EBITDA 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% CLSA คาดว่าโมเมนตัมธุรกิจโรงกลั่นจะยังแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นขั้นต้นสำหรับปี 2569-2571 และปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 52% พร้อมมองบวกต่อการศึกษาความร่วมมือระหว่าง PTTGC และ SCC ซึ่งอาจนำไปสู่การรวมกิจการที่จะสร้างบริษัทโพลิโอเลฟินส์ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน
Thunhoon · 17d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
บัวหลวงชี้กำไร Q2/69 สดใส ค้าปลีก IT-อาหารสัตว์เลี้ยง-ท่องเที่ยวนำทัพฟื้น
บล.บัวหลวง เปิดเผยว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของหุ้นใน coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% กลุ่มที่กำไรดีเด่นนำโดย SCC เพิ่มขึ้น 41% จากธุรกิจปิโตรเคมี SCGP เพิ่มขึ้น 20% จากบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิล KKP เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และ TU เพิ่มขึ้น 10.9% จากอุปสงค์อาหารทะเล ขณะที่ DELTA กำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาซัพพลายเชน ฝ่ายวิเคราะห์ยังระบุสัญญาณบวกจากยอดขายค้าปลีกสินค้าไอทีที่ COM7 และ ADVICE เติบโต 10% และ 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม กลุ่มไลฟ์สไตล์อย่าง MOSHI มียอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 9% จากกระแสของเล่นสกุชชี่ การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน และรายได้ต่อห้องพักของ ERW คาดเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน อุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง โดย TU คาดเติบโต 5-6% และ ITC คาดเติบโต 10% กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นหุ้น COM7, ADVICE, MOSHI, CPALL, ERW, TU และ ITC
InfoQuest · 17d อ่านต่อ ▾
บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 7 หุ้นเด่นรับฤดูกาลงบ Q2/69
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดการณ์กำไรตลาดหุ้นไทยงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 2.5 ถึง 2.8 แสนล้านบาท ลดลง 15 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และลดลง 19 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นมีกำไรผันผวนในทางลบ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ไอซีที และไฟฟ้าคาดกำไรเติบโต ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นที่งบจะออกมาเด่นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน ได้แก่ PTTEP SCC SCGP ADVANC TRUE BH IVL THANI TNP MOSHI BA AP INSET และ ADVICE ส่วนหุ้นที่ไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีและกำไรจะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ KTB KBANK AOT BDMS EGCO ICHI THAI และ TFG โดยหุ้นเด่นสุดที่แนะนำคือ ADVANC SCC IVL BH KBANK AOT และ ICHI
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
งบ 2Q69 สดใสกว่าคาด 5.6% กลุ่มวัฏจักร-ส่งออกอาหารเด่น
บล.บัวหลวงเปิดเผยว่ากำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนที่รายงานแล้ว 32% ของหุ้นใน Coverage ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% และสูงกว่าประมาณการของบล.บัวหลวง 7.2% โดย 48% ของหุ้นที่รายงานมีกำไรดีกว่าคาด สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% หุ้นเด่นที่ทำผลงานเหนือคาดได้แก่ SCC กำไรสูงกว่าคาด 41% SCGP สูงกว่าคาด 20% KKP สูงกว่าคาด 18% และ TU สูงกว่าคาด 10.9% ขณะที่ DELTA รายงานกำไรต่ำกว่าคาด 31% จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ด้านสัญญาณสำคัญจากฤดูงบ กลุ่มวัฏจักรกำไรยังแข็งแกร่งแต่โมเมนตัมอาจชะลอ การบริโภคฟื้นตัวแบบเลือกสรรโดยกลุ่ม IT และสินค้าไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดเติบโตดี การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คุณภาพสินทรัพย์กลุ่มเช่าซื้อทรงตัว และอุปสงค์ส่งออกอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงยังแข็งแกร่ง
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
PTTGC กำไรไตรมาส 2 เกินคาด 1.22 หมื่นล้านบาท ดีล SCC หนุน
PTTGC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1.22 หมื่นล้านบาท ฟื้นจากขาดทุน 3.6 พันล้านบาทในไตรมาส 2 ปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดถึง 27% โดยกำไรปกติอยู่ที่ 1.20 หมื่นล้านบาท หนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมีที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้นในเกือบทุกธุรกิจ ยกเว้นโรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 44 บาท และมองเห็นโอกาสบวกจากการร่วมทุนกับ SCC ในอนาคต
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
กรุงศรีชี้หุ้นไทยสัญญาณบวก ตั้งเป้าดัชนี 1,600-1,680 จุด พร้อมคัด 8 หุ้นเด่น
บล.กรุงศรี มองหุ้นไทยมีสัญญาณบวกจากไทยเป็นศูนย์กลางลงทุน AI และเฟดมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย พร้อมตั้งเป้าดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด และคัดเลือก 8 หุ้นเด่นในกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และอื่นๆ นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังถูกมองเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาค โดยมีความได้เปรียบจากกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอ ต้นทุนที่ดินแข่งขันได้ และสาธารณูปโภคพร้อมรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เฟดอาจเลือกอดทนตรึงอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเร่งขึ้น ท่ามกลางสัญญาณเปราะบางในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียและกลุ่มแวลูมาร์เก็ต ฝ่ายวิจัยยังคงเป้าหมายดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด โดยคาดตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวและมีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังผ่านพ้นงบไตรมาส 2 หุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ KBANK และ KTB ในกลุ่มธนาคารที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี GULF และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ PTT และ SCC ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนระลอกใหม่ และ AOT กับ BH ในกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพจากแรงกดดันต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
HoonVision · 22d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▼
ปฏิทินหุ้น 5 ส.ค. 2569: PTL เสนอซื้อ 900 ล้านหุ้น, SCC ขึ้น XD 3.50 บาท
ปฏิทินหลักทรัพย์วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ระบุว่า PTL อยู่ระหว่างการเสนอซื้อหุ้นจำนวน 900,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 15 บาท ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนถึง 5 สิงหาคมนี้ ในวันเดียวกันมีหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD หลายรายการ อาทิ BAREIT เบื้องต้นหน่วยละ 0.20 บาท LENOVO13 เบื้องต้นหน่วยละ 0.0695568 บาท PROSPECT หุ้นละ 0.0705 บาท และ SCC หุ้นละ 3.50 บาท นอกจากนี้ PROSPECT ยังขึ้นเครื่องหมาย XR ในอัตราส่วนเดิมต่อใหม่ 1 ต่อ 0.3822 ขณะที่ TAIWANAI13 TAIWANHD13 และ ZIJIN13 มีกำหนดจ่ายปันผลในวันเดียวกัน
InfoQuest · 22d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
พันธบัตรออมพลัส 2,000 ล้านบาท ขายหมดใน 21 วินาที เตรียมเปิดรอบใหม่ 3-5 ส.ค. นี้
พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส วงเงิน 2,000 ล้านบาท ถูกจองซื้อหมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที ผ่านแอปเป๋าตังเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าจะเปิดขายรอบใหม่ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ เริ่มลงทุนขั้นต่ำ 100 บาทผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปเป๋าตัง หรือ 1,000 บาทผ่านธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ที่ร่วมรายการ 24 แห่ง พร้อมระบุว่าพันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปีให้ดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปีให้ 2.80% ต่อปี โดยมีเป้าหมายขยายฐานการออมของประเทศและรองรับสังคมสูงวัย ด้านบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ก็เดินหน้าออกหุ้นกู้เช่นกัน โดย BGRIM กำลังเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด อายุ 4, 7 และ 10 ปี ดอกเบี้ย 2.60-3.60% ต่อปี ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม และ 3-4 สิงหาคมนี้ ขณะที่ GC เตรียมขายหุ้นกู้ 2 ชุด อายุ 7 และ 10 ปี คาดดอกเบี้ย 2.65-3.15% ต่อปี เปิดจองเดือนกันยายนนี้ โดยจัดช่วงพิเศษให้ผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป และ SCC คาดว่าจะออกหุ้นกู้อายุ 4 ปี เรทติ้ง A ขายให้ผู้ถือหุ้นกู้เดิมในเดือนกันยายน 2569
HoonSmart · 25d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
ภาคเอกชนชี้การเมืองมีเสถียรภาพหนุนเชื่อมั่นฟื้น แนะเร่งยกระดับ SME และพลังงานสะอาด
ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ภาคเอกชนระบุว่าหลังสถานการณ์การเมืองไทยมีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติเริ่มฟื้น สะท้อนจากเงินทุนไหลเข้า ตลาดทุนฟื้น และยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่าตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเติบโตสูงมาก แต่โจทย์สำคัญคือการต่อยอดไปสู่การจ้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจีชี้ว่าเอสเอ็มอีในซัพพลายเชนเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยียากกว่า มีต้นทุนการเงินสูงกว่า และมีโอกาสลองผิดลองถูกน้อยกว่าบริษัทใหญ่ รัฐบาลและบริษัทขนาดใหญ่จึงต้องช่วยกันยกระดับเอสเอ็มอีไทย ทั้งการลดต้นทุนพลังงาน การใช้โซลาร์ และการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกล่าวว่าพลังงานเป็นเงื่อนไขสำคัญของความเชื่อมั่นและขีดแข่งขันประเทศ โดยไทยต้องบริหารความมั่นคง ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมเดินหน้าโซลาร์ สมาร์ทกริด และพลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมายเน็ตซีโร่และอุตสาหกรรมใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์
InfoQuest · 26d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
SCC ยื่นไฟลิ่งขายหุ้นกู้อายุ 4 ปี เรทติ้ง A เตรียมเปิดจองกันยายนนี้
บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCC ยื่นแบบแสดงรายการต่อ ก.ล.ต. เพื่อออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน อายุ 4 ปี เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป โดยยังไม่ประกาศอัตราดอกเบี้ยและจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน การจองซื้อแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกวันที่ 1-4 และ 7 กันยายน 2569 สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ SCC26OA ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้ และช่วงที่สองวันที่ 28-30 กันยายน 2569 สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ของ SCC, SCGP หรือ SCGC ในปัจจุบัน โดยมีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ชุดนี้ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ A จากทริสเรทติ้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 และบริษัทจะนำเงินไปชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้
InfoQuest · 27d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
SCC ครึ่งแรกปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA แตะ 4.29 หมื่นล้าน เพิ่ม 35%
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงาน Adjusted Cash EBITDA ครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 2/2569 Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน รายได้จากการขายครึ่งปีแรกอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท บริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.5 บาทต่อหุ้น รวม 4,200 ล้านบาท กำหนดจ่าย 21 สิงหาคม 2569 ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 สิงหาคม 2569 กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ระบุว่า Adjusted Cash EBITDA ทั้งปี 2569 คาดว่าจะสูงกว่า 5.4-5.5 หมื่นล้านบาท ดีกว่าปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้นและยอดขายแพคเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ระยะกลางถึงปี 2570 เช่น เพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม และนำหุ่นยนต์-AI เพิ่มประสิทธิภาพ
Share2Trade · 27d อ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chain▲
กรุงศรีปรับเพิ่มกำไรปกติ IRPC ปี 69-70 ชี้ปิโตรเคมีฟื้นตัวแต่ช้ากว่ากลุ่ม
กรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติของ IRPC สำหรับปี 2569 และ 2570 เป็นราว 1 หมื่นล้านบาทและ 3.5 พันล้านบาทตามลำดับ สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวมากกว่าคาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งของสหรัฐฯ ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ราว 2,797 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 65% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีผลขาดทุนจากสต็อกสุทธิไม่มากราว 1.3 พันล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 3,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226% จากไตรมาสก่อน และพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน หนุนจากทั้งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นจากอุปทานโลกตึงตัว กรุงศรีคงคำแนะนำ Neutral และปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 2.40 บาท พร้อมระบุว่านักลงทุนสามารถทยอยเปลี่ยนไปลงทุนใน PTTGC หรือ SCC ที่ได้ประโยชน์เด่นกว่าได้
Thunhoon · 30d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
เอสซีจีเผยครึ่งปีแรก 2569 EBITDA พุ่ง 35% แตะ 4.29 หมื่นล้าน จ่ายปันผล 3.5 บาท
เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 4,200 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 259,570 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 12,649 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 เอสซีจีมีเงินสดคงเหลือ 76,775 ล้านบาท และสามารถลดหนี้สินสุทธิลงได้ 39,176 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 3.7 เท่า จาก 5.0 เท่าในไตรมาสก่อน การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเร่งรุกสินค้ากลุ่มมูลค่าสูงในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งเคมิคอลส์ ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง SCG Decor และ SCGP รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
Prachachat · 31d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲ impact 4
โบรกฯ ชี้ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ หนุนเก็งกำไรหุ้นพลังงานระยะสั้น
โบรกเกอร์หลายแห่งประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จะเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและเปิดโอกาสเก็งกำไร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุว่าการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีในทะเลแดงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยแนะนำหุ้น PTT, PTTEP, BCP และ SCC พร้อมเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อราคาน้ำมันอาจพุ่งสู่ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จุดชนวนเงินเฟ้อและกดดันตลาดหุ้น ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,630-1,648 จุด โดยมีแรงขายกลุ่มเทคเอไอกดดัน แต่กลุ่มพลังงานและธนาคารจะช่วยประคองตลาด พร้อมแนะนำเก็งกำไร PTTEP โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 เติบโตแรงราว 100% มาที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ ประเมิน SET พักตัวในกรอบ 1,630-1,650 จุด โดยเลือก TLI และ BCP เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะ 4.7% หนุน TLI และโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่มีกลุ่มพลังงานสัดส่วนสูงช่วยพยุงตลาด ส่วน บล.ฟิลลิป มองว่าราคาน้ำมัน WTI ที่ขึ้นสู่ 92.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังเป็นโอกาสเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่แนะนำให้ทำกำไรภายในวันเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนช่วงสุดสัปดาห์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 34d อ่านต่อ ▾
SCC มั่นใจอีบิทดาปีนี้ทะลุ 5.5 หมื่นล้าน รับอานิสงส์บาทอ่อน
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานตามปกติซึ่งไม่รวมรายการพิเศษ หรือ Adjusted Cash EBITDA ในปี 2569 จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายเดิมที่ 5.5 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 4.29 หมื่นล้านบาท โดยได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ระดับ 33.78 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้ต่างประเทศที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้รวมปีนี้คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 5.16 แสนล้านบาท ตามราคาขายกลุ่มปิโตรเคมีที่สูงขึ้นและปริมาณความต้องการในกลุ่มแพ็กเกจจิ้งที่ขยายตัว ด้านความร่วมมือระหว่าง SCGC และ PTTGC ในการรวมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 โดยอาจจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อถือหุ้นร่วมกันเพื่อสร้าง National Champion ที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากนี้ SCC ยังเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยกลยุทธ์ระยะกลาง เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม ซึ่งการก่อสร้างถังเก็บอีเทนคืบหน้ากว่า 60% และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปลายปี 2570
Thunhoon · 34d อ่านต่อ ▾
SCC มั่นใจรายได้ปีนี้โตกว่าปีก่อน รับราคาเคมิคอลส์และวอลุ่มแพคเกจจิ้งพุ่ง
SCC มั่นใจรายได้ทั้งปี 69 จะเติบโตกว่าปีก่อนที่ระดับ 516,954 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายธุรกิจเคมิคอลส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณขายธุรกิจแพคเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น ด้าน Adjusted Cash EBITDA มีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย 55,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกทำได้แล้วประมาณ 42,913 ล้านบาท กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม เปิดเผยว่าครึ่งปีหลังยังท้าทายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจลุกลาม แต่บริษัทมั่นใจรับมือได้ด้วยกลยุทธ์ที่ดำเนินอยู่ พร้อมคาดว่าผลการศึกษาร่วมทุนระหว่าง SCGC และ PTTGC จะมีความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 34d อ่านต่อ ▾
SCC กำไร Q2/26 พุ่ง 1.15 หมื่นล้านบาท ดีกว่าคาด แต่ Q3 มีแนวโน้มชะลอตัว
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ประมาณ 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 85 จากไตรมาสก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ร้อยละ 41 ถึง 48 โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี SCGC ที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น และธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาขายได้ดี รวมถึงการรับรู้เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมกว่า 5,994 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เตือนว่าแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 จะชะลอตัวลง เนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษตามฤดูกาล ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีเริ่มหดตัวแรงในเดือนกรกฎาคม และการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานจะกดดันปริมาณขาย ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัว โดยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายตั้งแต่ 290 ถึง 332 บาท
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 34d อ่านต่อ ▾
SCC บวกต่อ หลังโบรกเกอร์ปรับเป้าหมายใหม่สูงสุด 315 บาท รับปิโตรเคมีฟื้น
ราคาหุ้น SCC ปรับตัวขึ้น หลังโบรกเกอร์หลายแห่งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและคงคำแนะนำซื้อ จากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 33% จากปีก่อน ด้านบล.กรุงศรีปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 315 บาท และปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 เพิ่มขึ้น 31% เป็น 18,892 ล้านบาท ขณะที่บล.ทรีนีตี้คงราคาเป้าหมาย 294 บาท และบล.ดาโอปรับเป้าหมายเป็น 290 บาท ส่วนบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้ราคาเป้าหมาย 268 บาท โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นและอุปทานตึงตัว รวมถึงธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตดี นอกจากนี้ SCC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 สิงหาคม 2569
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
โบรกเกอร์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย SCC หลังกำไร Q2/69 สูงกว่าคาด
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานกำไรไตรมาส 2/69 ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายวิจัยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรดังกล่าวดีกว่าคาดจากรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าประมาณการ จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 13% และ 16% เป็น 2.04 หมื่นล้านบาทและ 1.76 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2569 ขึ้นเป็น 290 บาท จากเดิม 280 บาท และคงคำแนะนำซื้อ ด้านบล.กสิกรไทยชี้ว่ากำไรสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 7.8 พันล้านบาทและสูงกว่าตลาดที่ 8.2 พันล้านบาท จากรายได้เงินปันผลและผลดำเนินงานธุรกิจบรรจุภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ดีกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ขึ้น 42%, 5% และ 3% ตามลำดับ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 276 บาท จากเดิม 263 บาท และคงคำแนะนำถือ
ทันหุ้น · 35d อ่านต่อ ▾
บล.กรุงศรีคาด SET แกว่งในกรอบ พร้อมชู SCC-KBANK-PTT เป็นหุ้นเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี คาดการณ์ว่าดัชนี SET วันนี้จะแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่ขู่โจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านทุกครั้งที่อิหร่านโจมตีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวในระดับสูงที่ประมาณ 95 เหรียญสหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเร่งตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนในเอเชียที่เป็นบวก โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI และหุ่นยนต์ของ TSLA รวมถึงผลกำไรของ Alphabet ที่ดีกว่าคาด แม้กระแสเงินสดอิสระจะติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ IPO ก็ตาม สำหรับตลาดหุ้นไทย กำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นสู่ 99.2 บาทต่อหุ้น ทางบล.กรุงศรียังได้แนะนำหุ้นเด่นสามตัว ได้แก่ SCC ซึ่งคาดว่ากำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 จะดีกว่าตลาดคาดอย่างมาก, KBANK ที่ผ่านช่วงขายตามข่าวและมีพื้นฐานชัดเจนนำไปสู่การปรับมูลค่าใหม่ และ PTT ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ยืนสูงและสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน
HoonSmart · 35d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
SCC ชี้ Carbon Neutrality คือกลยุทธ์สร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ประกาศว่าเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ไม่ใช่เพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนด้านนวัตกรรม พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ พร้อมมองว่าความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน SCC ใช้เครือข่ายธุรกิจในอาเซียนเป็นฐานในการบริหารห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน โดยเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจผ่านการลงทุนใน AI และ Automation, Low-carbon Technologies, การรวมกำลังการผลิต และสร้างโรงงานอัจฉริยะระดับอาเซียนเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ SCC ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่ตั้งราคาใกล้เคียงผลิตภัณฑ์เดิม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และมองว่าพลังงานสะอาดเป็นโอกาสของอาเซียน โดยภาครัฐควรสนับสนุนนโยบายพลังงานที่ชัดเจนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
Share2Trade · 35d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
SET ปิดร่วง 14 จุด แรงขายแบงก์ดันวอลุ่มทะลุแสนล้าน
ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 14 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่นเกิน 1 แสนล้านบาท โดยมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นตัวกดดันหลัก หลังจากราคาปรับขึ้นมาโดดเด่นก่อนหน้านี้ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มอื่นอย่างสื่อสาร พาณิชย์ และขนส่งก็ถูกขายตามมา อย่างไรก็ดี ระหว่างวันดัชนีลงไปแตะจุดต่ำสุดแถว 1,632 จุด ก่อนมีแรงดึงกลับขึ้นมาได้บางส่วน สะท้อนว่าเม็ดเงินยังไม่ได้ไหลออกจากตลาดทั้งหมด แต่เป็นการสลับกลุ่มเข้าสู่หุ้นปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ นำโดย PTTGC, IRPC, IVL, SCC และ PTTEP ที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง มองว่าเม็ดเงินมีโอกาสหมุนกลับเข้าสู่กลุ่ม Commodity มากขึ้น โดยเฉพาะปิโตรเคมี จึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักหุ้นดังกล่าวเพื่อใช้เป็นทั้งตัวเล่นรอบและป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง พร้อมประเมินกรอบแนวรับที่ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,680 จุด สำหรับวันพรุ่งนี้
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
PTTGC พุ่งกว่า 5% นำกลุ่มปิโตรเคมีบวกสวนตลาด เก็งกำไร Q2/69 เด่น
หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นที่ร่วงลงกว่า 12 จุด โดย PTTGC บวก 5.33% อยู่ที่ 39.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,412.63 ล้านบาท ขณะที่ SCC บวก 1.57% อยู่ที่ 259.00 บาท และ IVL บวก 1.81% อยู่ที่ 25.25 บาท บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ระบุว่ามุมมองบวกต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีในระยะสั้น โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 2/69 ของ PTTGC จะทำจุดสูงสุดของปีที่ราว 8.5-9.0 พันล้านบาท ด้าน SCC ซึ่งจะประกาศงบเย็นวันนี้ คาดกำไรสุทธิ 7,603 ล้านบาท และหากตัดรายการพิเศษกำไรปกติจะอยู่ที่ราว 7,249 ล้านบาท ส่วน IVL คาดกำไรปกติ 6,032 ล้านบาท KSS แนะนำซื้อทั้งสามหุ้น โดยให้ราคาเป้าหมาย PTTGC ที่ 45.0 บาท SCC ที่ 285 บาท และ IVL ที่ 27.0 บาท
HoonSmart · 36d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก
บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▲
กรุงศรีชี้กำไร บจ. ไตรมาส 2/69 โทนบวก หลังงบแบงก์แกร่ง พร้อมเปิดลิสต์ 7 หุ้นกำไรโต
บล.กรุงศรี ประเมินทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 อยู่ในทิศทางเชิงบวกและมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดถึงดีกว่าคาด มีเพียง BBL ที่กำไรต่ำกว่าตลาดคาดแต่ยังเป็นไปตามที่ประเมินไว้ ปัจจัยบวกสำคัญของกลุ่มธนาคารคือรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตขึ้นและเริ่มเป็น New S-Curve ของธุรกิจ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังประคองตัวได้แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม โดยมีเพียง SCB ที่ยังเปราะบางจากการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และ BBL มีการไหลตกชั้นของลูกหนี้เดิมเป็นหลัก สินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่กลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนผลบวกจากวัฏจักรการลงทุน โดย KBANK และ KTB มีการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่น ส่วน SCB ยังเป็นธนาคารเดียวที่สินเชื่อหดตัว ด้านหุ้นกลุ่ม Real Sector เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก โดย SCGP รายงานกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาด 21% จากภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง และ PTTGC รายงานกำไรสูงกว่าคาดจากภาวะ Supply Disruption ที่มากกว่าคาด เช่นเดียวกับ IVL และ SCC ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงหลังประกาศผลประกอบการจากแรงขายทำกำไรเป็นจังหวะทยอยสะสม เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management กำลังเติบโตเป็นปัจจัยหนุนใหม่ คุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดเสี่ยงสูงสุดแล้ว และผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้สะท้อนไปมากแล้ว แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร ได้แก่ KBANK และ KKP จากการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management และ KTB จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับฤดูประกาศงบที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออกมาแข็งแกร่งหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ได้แก่ ADVANC, SCC, IVL, BH, KBANK, AOT และ ICHI
efinanceThai · 36d อ่านต่อ ▾
SCC.BK▼
SCGP คาดไตรมาส 3 โตแรง ดีมานด์ทะลัก-ขึ้นราคาขาย มั่นใจอีบิทดาทั้งปี 1.83 หมื่นล้าน
SCGP คาดผลงานไตรมาส 3 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากปีก่อน จากดีมานด์ในและต่างประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่องและการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ในประเทศอยู่ที่ 87% และส่งออก 13% ขณะที่ดีมานด์ในเวียดนามเติบโตมากจนอัตราการใช้กำลังผลิตแตะ 100% ทำให้ต้องโยกสินค้าจากอินโดนีเซียไปรองรับ บริษัทมั่นใจว่าอีบิทดาทั้งปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมาย 1.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.72 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งแรกทำได้แล้ว 1.04 หมื่นล้านบาท หรือกว่า 56% ของเป้าหมาย พร้อมทุ่มงบลงทุนช่วงที่เหลือของปีอีก 7.61 พันล้านบาท โดยกว่า 5 พันล้านบาทใช้สำหรับการควบรวมกิจการและความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มกล่องกระดาษและพอลิเมอร์ในเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ส่วนที่เหลือใช้ขยายกำลังผลิต เช่น โรงงานในเวียดนามที่เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตกล่องลูกฟูก 26,800 ตันต่อปี ด้วยงบ 748 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเดือนกันยายน 2570 ด้านโบรกเกอร์ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำซื้อ SCGP เป้าหมาย 35 บาท หลังกำไรไตรมาส 2 โต 128% และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2569-2570 ขึ้น 22% ขณะที่ทรีนีตี้ประเมิน SCC จะแจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 2 วันนี้ที่ 8.2 พันล้านบาท ลดลง 53% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจเคมีภัณฑ์ได้แรงหนุนจากสเปรด PE/PP และ PVC ที่ปรับตัวดีขึ้น
Thunhoon · 36d อ่านต่อ ▾
SCC.BK
InnovestX มอง SET สัปดาห์นี้ผันผวน จับตางบแบงก์และภาษีสหรัฐ
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน จากปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยแรกคือการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง TTB จะรายงานในวันนี้ ก่อนที่ธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ BBL, KBANK, KTB, SCB และ KKP จะทยอยประกาศในวันถัดไป ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเกือบ 9% นับตั้งแต่ต้นเดือน จากความคาดหวังว่าผลประกอบการอาจผ่านจุดต่ำสุดและมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงความคาดหวังต่อวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นหลายแห่งสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรในลักษณะ Sell on Fact ภายหลังการประกาศงบ นอกจากนี้ ตลาดยังต้องติดตามผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ โดย SCC มีกำหนดรายงานงบในวันพุธนี้ ขณะที่ DELTA จะประกาศในวันศุกร์ ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับดัชนี เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสูง อีกประเด็นสำคัญคือมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บสินค้าจากไทยในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 โดยมาตรการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ก่อนเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ซึ่งอาจเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% ทีมเจรจาของไทยจึงต้องเร่งหารือกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาอัตราภาษีไว้ที่ 10% เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาค เช่น กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สามารถบรรลุข้อตกลงในอัตราดังกล่าวแล้ว หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามและผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นต่อ InnovestX ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวต้านที่ 1,650 จุด และแนวรับที่ 1,615 จุด สำหรับ SCC คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องโรงงานบางส่วน แต่สเปรดผลิตภัณฑ์ที่ปรับดีขึ้นจะช่วยชดเชย ส่วนไตรมาส 3/69 คาดว่าผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัว ตามธุรกิจปิโตรเคมีที่กลับมาดำเนินงานดีขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรของ SCC เพิ่มขึ้น พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 268 บาท และคงคำแนะนำ Neutral ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้ระดับดัชนีเริ่มตึงตัว นักลงทุนจึงควรรอทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ซื้อ สำหรับหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP และ SPRC ที่ได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL มีโอกาสได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัวและปริมาณสินค้าในตลาดที่ลดลง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนราคาขายและสเปรดผลิตภัณฑ์ให้ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นขนาดใหญ่ที่มีลักษณะ Laggard และปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี ได้แก่ TU, MINT, BDMS และ MTC ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับตัวล่าช้ากว่าตลาด
Kaohoon · 38d อ่านต่อ ▾
ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ หนุนหุ้น PTTEP-TOP กดดัน DELTA-รพ.-AOT
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นแรงซื้อขายที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.28 ดอลลาร์หรือ 2.60% ท่ามกลางความกังวลความเสี่ยงสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้น PTTEP ปรับขึ้น 1.50 บาทหรือ 1.03% มาที่ 147 บาท และ TOP เพิ่มขึ้น 1.25 บาทหรือ 2.02% มาที่ 63.25 บาท ขณะที่หุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC บวก 0.75 บาทหรือ 2.03% มาที่ 37.75 บาท และ SCC เพิ่มขึ้น 2 บาทหรือ 0.79% มาที่ 256 บาท ด้านหุ้นโรงพยาบาลและขนส่งถูกแรงขาย โดย BH ลดลง 3 บาทหรือ 1.61% มาที่ 183.50 บาท และ AOT ลดลง 0.75 บาทหรือ 1.17% มาที่ 63.25 บาท ส่วน DELTA ร่วงลงแตะ 292 บาท ก่อนฟื้นขึ้นมาที่ 296 บาท ลดลง 4 บาทหรือ 1.33% ขณะที่ PSL พุ่ง 0.50 บาทหรือ 6.49% มาที่ 8.20 บาท ตามดัชนีค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น
HoonSmart · 38d อ่านต่อ ▾