ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP หวั่นกระทบการคลัง-บอนด์ยีลด์พุ่ง

MacroGeopoliticsDigital Finance Impact 4
โดย Bloomberg·JP·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านกลาโหมระยะกลางขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NATO และชาติพันธมิตรอื่น ๆ ของสหรัฐฯ โดยหนึ่งในแนวทางที่พิจารณาคือกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับคำมั่นของเกาหลีใต้ที่ตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP ภายในระยะเวลา 10 ปี ขณะที่เป้าหมายต่ำกว่านั้นที่กรอบ 3% ก็ยังมีความเป็นไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เร่งเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมขึ้นมาเกือบ 2% ของ GDP ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เร็วกว่ากำหนดเดิม 2 ปี จากเดิมที่ก่อนปี 2022 ญี่ปุ่นกำหนดเพดานการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างไม่เป็นทางการไว้ราว 1% ของ GDP และคาดว่าจะประกาศแผนการใช้จ่ายด้านกลาโหมฉบับใหม่ระยะ 5 ปีในช่วงปลายปีนี้ หลังรายงานดังกล่าว หุ้นกลุ่มกลาโหมญี่ปุ่นนำโดย IHI Corp และ Kawasaki Heavy Industries พลิกขึ้นในการซื้อขายช่วงบ่ายที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดที่ 1.82% และ 0.89% ตามลำดับ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 และเงินเยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 154.91 เยนต่อดอลลาร์ นักวิเคราะห์จาก Iwai Cosmo Securities ระบุว่าตลาดกังวลด้านสถานะการคลังตามที่สะท้อนจากปฏิกิริยาในตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นเรื่องยากที่นักลงทุนจะมองบวกสำหรับข่าวนี้

ผลกระทบต่อหุ้น 4

Defense & Geopolitical Fragmentation · 2 หุ้น
Kawasaki Heavy Industries Ltd.
7012
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Higher Japanese defence spending targets imply more orders for Kawasaki Heavy Industries' defence business, lifting its shares.

IHI Corporation
7013
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Japan's planned defence budget hike to 3.5% of GDP boosts expected demand for IHI's defence equipment, lifting its shares.

Financials · 1 หุ้น
อื่นๆ · 1 หุ้น
Japan Government Bond 10Y
JP-10Y
▼ ลบนโยบายการเงินความเกี่ยวข้อง

Higher defence spending raises fiscal concerns, pushing 10-year JGB yields to their highest since 1996 (bond prices fall).

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
3impact 4

สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย เก็บภาษีสูงสุด 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบ

เมื่อวันที่ 18 ที่สหรัฐฯ กฎหมายที่กำหนดให้เก็บภาษีคว่ำบาตรสูงสุด 100% กับประเทศสำคัญที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียซึ่งยังคงรุกรานยูเครนได้ผ่านความเห็นชอบ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว กฎหมายนี้กำหนดให้เก็บภาษีสูงสุด 100% กับ 5 ประเทศชั้นนำที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยมีจีนและอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ช่วยรัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน สำหรับก๊าซธรรมชาตินั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ประเทศที่ปริมาณนำเข้าจากรัสเซียต่ำกว่า 15% ของปริมาณส่งออกต่อปีของรัสเซีย และได้ดำเนินมาตรการลดการซื้อแล้ว ไม่อยู่ในข่ายถูกคว่ำบาตร