Bank of America Corpผลกระทบต่อหุ้น 4
Bank of America Corp
Manulife Financial Corp
Citigroup Inc.สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กำลังเผชิญบททดสอบจากตลาดการเงิน หลังพยายามส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนหลายครั้งว่าการเดิมพันดันราคาน้ำมัน กดค่าเงินเยน หรือผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้สูงขึ้นอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะรัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับแผนนโยบายที่นักลงทุนยังไม่รับรู้ ซึ่งเขาเรียกความได้เปรียบนี้ว่า Asymmetric Information และในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้กล่าวถึงแนวคิดนี้ต่อสาธารณะอย่างน้อย 4 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันอังคารถึงขั้นท้าทายให้นักลงทุนเดิมพันสวนเขาได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับเคลื่อนไหวสวนทาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐสูงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงสำคัญของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและต้นทุนการกู้ยืมประเภทอื่น พุ่งขึ้นแตะ 4.85% สูงสุดในรอบ 3 ปี หลังตลาดพันธบัตรถูกเทขายต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ และการพุ่งขึ้นนี้เกิดขึ้นแม้กระทรวงการคลังสหรัฐจะเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อกดผลตอบแทนระยะยาว แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม มาร์ก สปินเดล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Potomac River Capital มองว่าตลาดได้เรียกไพ่ของเขาแล้ว โดยชี้ว่าการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางในระดับสูงประกอบกับความกังวลต่อความสามารถของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการควบคุมเงินเฟ้อ มีน้ำหนักต่อตลาดมากกว่าความพยายามของเบสเซนต์ ขณะที่ไมเคิล สเตรน ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษานโยบายเศรษฐกิจของ American Enterprise Institute ระบุว่าเบสเซนต์พยายามมาแล้ว 3 ครั้งที่จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการแต่ไม่ประสบความสำเร็จ และเริ่มกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ด้านนักกลยุทธ์ของ Bank of America มองว่าการเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนโยบายที่เข้มข้นขึ้นเพื่อจำกัดการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว โดยนักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าเบสเซนต์อาจเพิ่มมาตรการหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเข้าใกล้ระดับ 5.3% หลังยีลด์ดังกล่าวอยู่ที่ 5.29% ในช่วงปลายวันพุธ ส่วนนักกลยุทธ์ของ Citigroup ระบุว่านักลงทุนไม่ควรมองข้าม Bessent Put หรือความเป็นไปได้ที่กระทรวงการคลังจะเข้าดำเนินมาตรการเพื่อพยุงตลาดหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันทั้งราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้น ได้แก่ การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ และสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เบสเซนต์มีอำนาจควบคุมได้อย่างจำกัด โดยรัฐบาลทรัมป์กำลังเผชิญการขาดดุลงบประมาณเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมกับแรงกระแทกด้านพลังงานจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทั้งสองปัจจัยผลักดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การแทรกแซงของเบสเซนต์ไม่ได้ล้มเหลวทั้งหมด โดยการร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อพยุงค่าเงินเยนช่วยให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อทางการญี่ปุ่นในการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อนำเงินดอลลาร์มาใช้ปกป้องค่าเงินของตนเอง ขณะที่นาธาน ธูฟต์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของทีม Multi-Asset Solutions ที่ Manulife Investment Management มองว่าเบสเซนต์ยังมีความน่าเชื่อถือ เครื่องมือด้านนโยบาย และอิทธิพลต่อตลาดมากพอที่จะทำให้นักลงทุนต้องคิดให้รอบคอบก่อนวางเดิมพันครั้งใหญ่สวนทางกับเขา
Bank of America Corp
Manulife Financial Corp
Citigroup Inc.