บริษัทน้ำมันใช้เรือล่องหนถ่ายน้ำมันนอกฝั่งโอมาน เลี่ยงถูกโจมตีสกัดราคาพุ่ง

CommodityGeopolitics Impact 4
โดย Bloomberg·GLOBAL·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

การลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนถ่ายลงเรือลำอื่นในอ่าวโอมานยังดำเนินไปในปริมาณสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงและสกัดการเร่งตัวของเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น ผู้ผลิตในภูมิภาคอาศัยการขนถ่ายน้ำมันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่การประเมินปริมาณที่แน่ชัดทำได้ยากเพราะมีการปกปิดตำแหน่งเรือเพื่อป้องกันการถูกโจมตี โดยคาดว่าปริมาณที่ขนส่งอยู่ในขณะนี้สูงกว่าประมาณการของตลาดซึ่งอยู่ที่ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว การลำเลียงโดยใช้เส้นทางเลี่ยง การเปลี่ยนไปใช้ท่อเส้นทางอื่น การระบายน้ำมันจากคลังสำรอง และอุปสงค์ที่ลดลง ช่วยจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม และทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายอยู่ในกรอบ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนสิงหาคม ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ตลาดเคยกังวลหากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ โดยในช่วงแรกนักวิเคราะห์บางส่วนแนะให้เตรียมรับมือกับราคาที่พุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจุบันมีเรือประมาณ 150 ลำ ตั้งแต่เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ไปจนถึงเรือขนส่งสินค้าเทกอง ลอยลำอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซแถบชายฝั่งโอมาน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 40 ลำในเดือนมกราคม ตามข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel 1 ของสหภาพยุโรป โดยมีเรือจำนวนมากที่ยังรอรับน้ำมันจากเรือที่เดินทางเข้าและออกจากช่องแคบโดยปิดระบบระบุตำแหน่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีน้ำมันประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ค้าน้ำมันจำนวนมาก และถือเป็นระดับสูงสุดของตัวเลขประมาณการการขนส่งน้ำมัน โดยคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของระดับก่อนเกิดสงครามซึ่งอยู่ที่ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน Abu Dhabi National Oil Co. บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า แม้เรือของบริษัทจะถูกโจมตีหลายครั้ง แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการส่งมอบพลังงานให้แก่ตลาดโลกอย่างปลอดภัย และตอบสนองต่อภาระผูกพันและความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นอกจากน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว ยังมีน้ำมันจากอิรัก กาตาร์ และคูเวตที่ถูกลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามข้อมูลติดตามเรือที่บลูมเบิร์กรวบรวมไว้ร่วมกับ Kpler และ Vortexa

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Abu Dhabi National Oil Company (ADNOC)เอกชน± ผสม
อุปทานความเกี่ยวข้อง

ADNOC continues operations despite attacks, but impact on its own price is unclear.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group
3impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ให้อำนาจเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย

ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามในกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันที่ 18 ส่งผลให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีจึงได้รับอำนาจในการเรียกเก็บภาษีจากประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซีย กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษี 500% กับสินค้ารัสเซียที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และยังสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 100% กับ 5 ประเทศที่นำเข้าพลังงานมากที่สุด รวมถึงประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และประเทศที่ช่วยเหลือในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อำนาจทางภาษีนี้จะสิ้นสุดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ในบรรดา 5 ประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียมากที่สุด มีจีน อินเดีย และตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย และอาจตกเป็นเป้าของมาตรการภาษีใหม่ในวงกว้าง กฎหมายฉบับนี้ยังขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านปี 1996 ออกไปจนถึงปี 2031 และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบทุติยภูมิต่อบริษัทนอกสหรัฐฯ ที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในปีนี้ สำนักประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 17 ว่าการที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่ "ไม่เป็นมิตร" และเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย