SpaceX แซง Amazon และแซง Microsoft ชั่วคราว หลัง IPO ทำสถิติ

Corporate ActionM&A · PartnershipIndustry Impact 5
โดย Zacks Investment Research·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

Space Exploration Technologies Corp. มีมูลค่าตลาดแซงหน้า Amazon.com, Inc. และยังแซง Microsoft Corp. ไปชั่วคราว นับตั้งแต่การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งระดมทุนได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 75 พันล้านดอลลาร์ บริษัทการบินและอวกาศและการสื่อสารที่มีนายอีลอน มัสก์เป็นเจ้าของนี้ ปัจจุบันดำเนินการปล่อยจรวดต่อปีมากกว่าคู่แข่งทั่วโลก โดยขับเคลื่อนด้วยจรวด Falcon 9 ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ให้บริการลูกค้าหลายล้านรายด้วยดาวเทียมกว่า 10,400 ดวงในวงโคจรต่ำของโลก SpaceX ยังได้ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าซื้อกิจการ Anysphere ในรูปแบบการแลกหุ้นทั้งหมด มูลค่า 60 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายฐานเข้าสู่ตลาดเอไอสำหรับองค์กรผ่านผู้ช่วยเขียนโค้ด Cursor บริษัทมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง NASA และกระทรวงกลาโหม ซึ่งสร้างรายได้ที่คาดการณ์ได้ Zacks Equity Research จัดอันดับ SpaceX ไว้ที่ Zacks Rank #3 หรือ ถือ

ผลกระทบต่อหุ้น 4

Space Economy · 2 หุ้น
Artificial Intelligence · 2 หุ้น
Amazon.com Inc
AMZN
▼ ลบการแข่งขันความเกี่ยวข้อง

SpaceX surpassed Amazon by market cap, indicating competitive pressure in space and communications.

Microsoft Corporation
MSFT
▼ ลบการแข่งขันความเกี่ยวข้อง

SpaceX briefly overtook Microsoft by market cap, signaling competitive threat in tech and AI.

ผลกระทบต่อธีม 6

บริษัทนอก coverage 1

Cursorเอกชน▲ บวก
เงินทุนความเกี่ยวข้อง

SpaceX's $60B acquisition of Anysphere (Cursor) values the company highly.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5impact 4

สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ ปิดดีลความมั่นคง เปิดทางกองทัพสหรัฐฯ ประจำการถาวร

เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันว่าข้อตกลงด้านความมั่นคงที่อยู่ระหว่างการจัดทำร่วมกับสหรัฐอเมริกาจะไม่กระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีบทบาทควบคุมด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์ในระยะยาว โดยข้อตกลงจะเปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มบทบาทและการประจำการในกรีนแลนด์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดข้อจำกัดไม่ให้ประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นคู่แข่งเข้ามาจัดตั้งฐานทัพ หรือดำเนินการลงทุนในกิจการที่ถูกจัดว่า อ่อนไหว โดยไม่มีความเห็นชอบจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีสิทธิด้านการบินผ่าน การเข้าถึง และการตั้งฐานในกรีนแลนด์อยู่แล้วภายใต้ข้อตกลงตั้งแต่ปี 2494 และข้อตกลงฉบับใหม่จะยกระดับสิทธิดังกล่าวให้มีลักษณะถาวรมากขึ้น ครอบคลุมถึงการจำกัดประเทศนอกกลุ่ม NATO ไม่ให้ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ รวมถึงการคัดกรองการลงทุนบางประเภท โดยคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า ด้านนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ย้ำว่าข้อตกลงยังรับรองอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงสิทธิของประชาชนกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง ขณะที่ NATO ระบุว่ายินดีต่อข้อตกลง โดยมองว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปประกาศแผนลงทุนในกรีนแลนด์วงเงิน 200 ล้านยูโร หรือราว 232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งไปที่แร่สำคัญ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และพลังงานหมุนเวียน พร้อมเสนอเพิ่มงบสนับสนุนกรีนแลนด์ในช่วงปี 2571-2579 เป็น 530 ล้านยูโร จาก 225 ล้านยูโรในกรอบงบประมาณปัจจุบัน
impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย