รัฐจัดประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน คัด 25 บริษัทจาก 47 แห่ง

IndustryRegulation
โดย Prachachat·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สมาคมประกันวินาศภัยไทยเดินหน้าจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ โดยตั้งเป้าเริ่มความคุ้มครองภายในเดือนตุลาคมนี้ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแทนประชาชน ครอบคลุมที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คิดเป็นค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 500 บาทต่อครัวเรือนต่อปี สำหรับภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยโครงการตั้งเป้าวงเงินความคุ้มครองรวมประมาณ 75,000 ล้านบาท หรือประมาณ 5 เท่าของเบี้ยประกันภัยที่รัฐบาลจ่าย ซึ่งเป็นความรับผิดสูงสุดที่ระบบประกันภัยต้องเตรียมรองรับ ไม่ใช่วงเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ประชาชนโดยตรงทั้งหมด ด้านการคัดเลือกบริษัทเข้าร่วมโครงการ จากการประเมินเบื้องต้นมีบริษัทประกันภัยประมาณ 25 แห่งที่อาจมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ จากทั้งหมด 47 บริษัท โดยพิจารณาจากอัตราความเพียงพอของเงินกองทุนที่ 180-200% และอาจกำหนดให้มีผลประกอบการเป็นกำไรต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี ขณะที่โครงสร้างประกันภัยต่ออยู่ระหว่างหารือให้บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE เข้ามาบริหารจัดการความเสี่ยง โดยระยะแรกจะยังไม่ใช้รูปแบบกองทุนหรือจัดตั้งบริษัทประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายหลายขั้นตอนซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 ปี

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Financials · 2 หุ้น
Thai Reinsurance Public Company Limited
THRE
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

THRE is under discussion to take on risk management in the reinsurance structure of the new national disaster insurance scheme.

Dhipaya Group Holdings PCL
TIPH
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Dhipaya's CEO leads the Thai General Insurance Association pushing the national disaster insurance plan, and Dhipaya is among insurers positioned to join the 25 qualifying companies.

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมาคมประกันวินาศภัยญี่ปุ่นเผยค่าสินไหมน้ำท่วมใหญ่จังหวัดชิบะราว 3.54 หมื่นล้านเยน แผ่นดินไหวคุมาโมโตะราว 2.38 หมื่นล้านเยน

สมาคมประกันวินาศภัยญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 ว่ายอดจ่ายค่าสินไหมของบริษัทประกันวินาศภัยต่างๆ จากเหตุฝนตกหนักในจังหวัดชิบะเมื่อเดือนสิงหาคม อยู่ที่ประมาณ 3.54 หมื่นล้านเยน ณ วันที่ 28 สิงหาคม โดยรวมส่วนที่คาดว่าจะจ่ายในอนาคตด้วย แยกเป็นประกันรถยนต์ 19,182 คัน รวมประมาณ 2.06 หมื่นล้านเยน และประกันอัคคีภัย 10,405 รายการ รวมประมาณ 1.43 หมื่นล้านเยน ขณะที่แผ่นดินไหวคุมาโมโตะซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม มีจำนวนเคลมประกันแผ่นดินไหว 30,838 รายการ และยอดจ่ายค่าสินไหมรวมประมาณ 2.38 หมื่นล้านเยน นายอิชิกาวะ โคจิ นายกสมาคมประกันวินาศภัยญี่ปุ่น กล่าวว่ายังมีคำขอเคลมและการสอบถามใหม่ๆ เข้ามาทุกวัน และจะร่วมมือกันทั้งอุตสาหกรรมในการดำเนินการจ่ายค่าสินไหม

รายงานของ Capgemini พบผู้บริหาร 68% ให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ ขณะช่องว่างเป้าหมาย Net Zero กว้างขึ้น

รายงานฉบับใหม่จาก Capgemini Research Institute พบว่าผู้บริหาร 68% ระบุว่าองค์กรของตนให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เพิ่มขึ้นจาก 56% ในปี 2025 แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่ประเมินผลกระทบทางการเงินจากความปั่นป่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศได้อย่างครบถ้วน รายงานฉบับที่ห้าของ A World in Balance: The resilience reset ซึ่งอ้างอิงจากการสำรวจผู้บริหาร 2,100 คนจาก 701 องค์กรที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ใน 13 ประเทศ ยังแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนองค์กรที่ตามไม่ทันเป้าหมาย Net Zero เพิ่มขึ้นเป็น 11% ในปี 2026 จาก 1% ในปี 2025 โดย 29% ระบุว่าได้เลื่อนเป้าหมาย Net Zero ออกไป เทียบกับเพียง 8% เมื่อปีที่แล้ว เกือบ 9 ใน 10 องค์กรรายงานว่าพบความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ และผู้บริหารมากกว่า 7 ใน 10 คนกล่าวว่าการรักษาการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ เช่น พลังงาน น้ำ และวัตถุดิบ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านความยั่งยืนมากกว่าเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน การใช้จ่ายด้านความยั่งยืนแตะระดับ 1.04% ของรายได้เมื่อปีที่แล้ว สูงกว่างบประมาณเริ่มต้นที่ 0.8% และ 83% ขององค์กรวางแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า Cyril Garcia หัวหน้าฝ่ายบริการด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อองค์กรระดับโลกของ Capgemini กล่าวว่าความปั่นป่วนด้านสภาพภูมิอากาศกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ และผู้นำไม่สามารถเลื่อนการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศออกไปได้อีก
4

ครม.อนุมัติประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เริ่ม 1 ต.ค.นี้

คณะรัฐมนตรีอนุมัติการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอ เพื่อปรับการบริหารจัดการภัยพิบัติจากการช่วยเหลือเยียวยาหลังเกิดเหตุ สู่การบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย โดยจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระบบดังกล่าวทำให้รัฐกำหนดล่วงหน้าได้ว่าความเสี่ยงส่วนใดรัฐจะรับไว้ และส่วนใดกระจายหรือถ่ายโอนไปยังระบบประกันภัย ช่วยลดความไม่แน่นอนของภาระงบประมาณ และให้ประชาชนเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็วขึ้น สำหรับความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัยจะครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ตามข้อมูลสถิติจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายนนี้ ครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น โดยอุทกภัยมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้ง พร้อมความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยดังกล่าว 2,000,000 บาทต่อคน คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณตามกรอบวงเงินและวัตถุประสงค์ที่กำหนด ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย จัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มั่นคง น่าเชื่อถือ และเป็นธรรม โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและเบิกจ่ายให้ผู้รับประกันภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →