ยูเครนเผยรัสเซีย-เกาหลีเหนือจ่อเพิ่มกำลังทหารในรัสเซียแตะ 5 หมื่นนาย

Geopolitics
โดย InfoQuest·UARU·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียและเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาแผนส่งทหารเกาหลีเหนือไปประจำการเพิ่มใน 3 แคว้นทางตะวันตกของรัสเซียที่มีชายแดนติดกับยูเครน เพื่อเปิดทางให้ทหารรัสเซียถูกส่งไปประจำในแนวรบได้มากขึ้น ตามแผนปฏิบัติการทางทหารเบื้องต้นของรัสเซียที่หน่วยข่าวกรองยูเครนได้รับ เกาหลีเหนืออาจเพิ่มกำลังทหารในรัสเซียเป็น 50,000 นายภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อช่วยรัสเซียยึดพื้นที่ดอนบาสทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งครอบคลุมแคว้นลูฮันสก์และโดเนตสก์ ภายในสิ้นปีนี้ ทางการยูเครนประเมินว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่า 42,000 นายในเดือนกรกฎาคม ทำให้รัสเซียต้องการกำลังเสริมจากเกาหลีเหนือเพื่อเดินหน้าสงครามต่อไป ทั้งนี้ รัสเซียและเกาหลีเหนือลงนามในสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อปี 2567 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรณีฉุกเฉิน โดยจนถึงขณะนี้มีทหารเกาหลีเหนือมากกว่า 10,000 นายถูกส่งไปประจำการในภูมิภาครัสเซียตะวันตกและเข้าร่วมการสู้รบกับกองกำลังยูเครนแล้ว แม้ทหารเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ประจำการอยู่ในแคว้นเคิร์สก์ แต่แผนเบื้องต้นระบุว่า กองกำลังเกาหลีเหนือจะเข้าปฏิบัติภารกิจส่วนใหญ่ในแคว้นไบรอันสก์และเบลโกรอดเช่นกัน เจ้าหน้าที่ข่าวกรองยูเครนระบุว่า แผนดังกล่าวต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากผู้นำของรัสเซียและเกาหลีเหนือ หน่วยข่าวกรองยูเครนประเมินว่า ปัจจุบันมีทหารภาคพื้นดินของเกาหลีเหนือราว 9,500 นายอยู่ในรัสเซีย ขณะที่เกาหลีเหนือเพิ่งเริ่มส่งทหารขีปนาวุธราว 90 นายไปยังแคว้นโวโรเนจทางตอนใต้ของรัสเซีย นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังจัดส่งขีปนาวุธทิ้งตัวเพิ่มเติม 40 ลูกให้รัสเซีย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมใกล้เมืองครีวีริห์ในแคว้นดนีปรอเปตรอฟสก์ทางตะวันออกของยูเครน และในช่วงต้นเดือนสิงหาคมในแคว้นซาปอริซเซียทางตอนใต้ ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอเมื่อวันจันทร์ว่า หากเกาหลีเหนือได้รับประสบการณ์จากการสู้รบ จะหมายถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นต่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group

เทเลไดน์คว้าสัญญาดาวเทียมถ่ายภาพและระบบป้องกันพลังงานยุโรป

เทเลไดน์ เทคโนโลยีส์ เปิดเผยว่าบริษัทกำลังจัดหาเครื่องตรวจจับภาพขั้นสูงสำหรับดาวเทียมสำรวจโลก Sentinel-3C และ Fluorescence Explorer ของยุโรป และแยกต่างหากได้เปิดเผยการได้รับสัญญาให้จัดหาส่วนประกอบพลังงานเฉพาะทางสำหรับโครงการระบบป้องกันไร้คนขับรุ่นใหม่ในยุโรป ฮาร์ดแวร์ถ่ายภาพดังกล่าวรองรับภารกิจติดตามสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นมหาสมุทร พื้นผิวดิน และสภาวะบรรยากาศ ขณะที่สัญญาด้านพลังงานครอบคลุมชิ้นส่วนที่ปรับแต่งสำหรับแพลตฟอร์มอัตโนมัติที่ใช้ในงานป้องกันยุโรปเกิดใหม่ สัญญาระบบไร้คนขับนี้มีมูลค่า 15.4 ล้านดอลลาร์ เทเลไดน์ เทคโนโลยีส์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 27.9 พันล้านดอลลาร์ จัดหาเทคโนโลยีสนับสนุนให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ บริษัทระบุว่ายังคงมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานจากการผสานรวม e2v และสินทรัพย์ด้านการถ่ายภาพอื่น ๆ รวมถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากโครงการที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคเหล่านี้มีต้นทุนหรือกำหนดเวลาล่าช้าเกินแผน
Simply Wall St·3hอ่านต่อ →
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย