สหรัฐยกเลิกซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ เหตุดึงกำลังรับมืออิหร่าน

Geopolitics
โดย Money & Banking·USKR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

กองทัพสหรัฐยกเลิกการซ้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบก Ssangyong ร่วมกับเกาหลีใต้ซึ่งเดิมกำหนดจัดในเดือนกันยายน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังพลที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง นับเป็นสัญญาณล่าสุดว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มกระทบต่อการฝึกทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โฆษกนาวิกโยธินเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า นาวิกโยธินสหรัฐแจ้งอย่างเป็นทางการว่าการส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง การยกเลิกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมอีกรายการหนึ่งกับเกาหลีใต้ โดยอ้างความต้องการรักษาความสัมพันธ์กับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และกรณีเกาหลีใต้ถูกกล่าวหาว่าไม่ช่วยเหลือสหรัฐในความขัดแย้งกับอิหร่าน ขณะเดียวกันสหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวของสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิกไปสนับสนุนภารกิจในตะวันออกกลาง ฝ่ายเกาหลีใต้ย้ำว่าการฝึก Ssangyong ไม่ได้ถูกยกเลิกถาวร โดยทั้งสองประเทศยังหารือกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการกลับมาจัดการฝึกอีกครั้งในอนาคต

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. ประกาศพร้อมรับรอง Made in Thailand หนุน 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ประกาศความพร้อมให้การรับรองสินค้า Made in Thailand หรือ MiT แก่ผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หลังคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ หรือ กอช. มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ต่อข้อเสนอกลไกยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมเศรษฐกิจผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจมูลค่าสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีงบประมาณด้านการเสริมสร้างกำลังกองทัพในปี พ.ศ. 2569 มูลค่า 34,076 ล้านบาท และมีการนำเข้าในปี พ.ศ. 2568 ประมาณ 83,518 ล้านบาท แต่รัฐจัดซื้อจากผู้ประกอบการในประเทศเพียง 2% เท่านั้น ขณะที่อุตสาหกรรมระบบราง กระทรวงคมนาคมมีแผนจัดซื้อระบบรางช่วงปี พ.ศ. 2567-2577 รวมหัวรถจักร ตู้โดยสาร และตู้สินค้า มูลค่ารวม 203,860 ล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ในปี พ.ศ. 2568 มีการนำเข้าสูงถึง 95,185 ล้านบาท เทียบกับฐานงบประมาณจากการเบิกจ่ายของ 3 กองทุนหลักประกันสุขภาพภาครัฐรวมกว่า 35,000 ถึง 42,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี พ.ศ. 2565-2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากภาครัฐเปลี่ยนนโยบายจากการนำเข้ามาเป็นการจัดซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ จะช่วยลดการใช้เงินตราต่างประเทศ หมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ และขยายศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดส่งออก ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านการรับรอง MiT จะได้แต้มต่อทางราคา 5% ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดย ส.อ.ท. กำหนดหลักเกณฑ์ออกใบรับรองไว้ 4 สูตร รองรับรูปแบบการผลิตที่หลากหลาย ผู้ประกอบการที่พร้อมเข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสามารถยื่นขอรับการรับรอง MiT ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ตุรกียืนยันเดินหน้าข้อตกลงเมกกะ พร้อมช่วยเทคนิคซาอุฯ หลังถูกฮูตีโจมตี

ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศตุรกี กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ว่าตุรกีจะรักษาสัญญาภายใต้ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางทหารต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อไม่นานมานี้ และอาจให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ฟิดานให้สัมภาษณ์กับสื่อของตุรกีว่าประเทศผู้ร่วมลงนามในข้อตกลงเมกกะกำลังจับตาดูการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องและตุรกีจะรักษาคำมั่นสัญญา พร้อมระบุว่าความต้องการความช่วยเหลือทางทหารของซาอุดีอาระเบียน่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านเทคนิคบางประการซึ่งตุรกีสามารถตอบสนองได้ ขณะเดียวกันฟิดานปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่าการบังคับใช้ข้อตกลงเมกกะกำลังดำเนินไปอย่างล่าช้า โดยชี้ว่าพันธมิตรนี้เปิดรับประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค และถือเป็นข้อตกลงแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ในนครเมกกะของซาอุดีอาระเบีย โดยเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน แห่งตุรกี และมูฮัมหมัด เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน โดยข้อตกลงระบุว่าการโจมตีประเทศผู้ร่วมลงนามใด ๆ จะถือเป็นการโจมตีประเทศสมาชิกทั้งหมด ความตึงเครียดระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง
5impact 4

สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ ปิดดีลความมั่นคง เปิดทางกองทัพสหรัฐฯ ประจำการถาวร

เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันว่าข้อตกลงด้านความมั่นคงที่อยู่ระหว่างการจัดทำร่วมกับสหรัฐอเมริกาจะไม่กระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีบทบาทควบคุมด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์ในระยะยาว โดยข้อตกลงจะเปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มบทบาทและการประจำการในกรีนแลนด์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดข้อจำกัดไม่ให้ประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นคู่แข่งเข้ามาจัดตั้งฐานทัพ หรือดำเนินการลงทุนในกิจการที่ถูกจัดว่า อ่อนไหว โดยไม่มีความเห็นชอบจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีสิทธิด้านการบินผ่าน การเข้าถึง และการตั้งฐานในกรีนแลนด์อยู่แล้วภายใต้ข้อตกลงตั้งแต่ปี 2494 และข้อตกลงฉบับใหม่จะยกระดับสิทธิดังกล่าวให้มีลักษณะถาวรมากขึ้น ครอบคลุมถึงการจำกัดประเทศนอกกลุ่ม NATO ไม่ให้ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ รวมถึงการคัดกรองการลงทุนบางประเภท โดยคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า ด้านนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ย้ำว่าข้อตกลงยังรับรองอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงสิทธิของประชาชนกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง ขณะที่ NATO ระบุว่ายินดีต่อข้อตกลง โดยมองว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปประกาศแผนลงทุนในกรีนแลนด์วงเงิน 200 ล้านยูโร หรือราว 232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งไปที่แร่สำคัญ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และพลังงานหมุนเวียน พร้อมเสนอเพิ่มงบสนับสนุนกรีนแลนด์ในช่วงปี 2571-2579 เป็น 530 ล้านยูโร จาก 225 ล้านยูโรในกรอบงบประมาณปัจจุบัน