รมว.คลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการกดดันเศรษฐกิจอิหร่านระลอกใหญ่

GeopoliticsMacroCommodity Impact 4
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะเปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการกดดันทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่ออิหร่านในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ขณะที่อิหร่านขู่ยึดเรือที่ฝ่าฝืนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ การแถลงข่าวของสหรัฐฯ จะมีขึ้นในวันจันทร์ เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.00 น. ของวันอังคารตามเวลาไทย โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะชี้แจงมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เพื่อกดดันอิหร่าน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในกรอบเวลาหยุดยิง 60 วัน เบสเซนต์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ในช่วงค่ำวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐฯ ระบุว่า รุ่งเช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ D-Day ทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกมาตรการที่จะประกาศออกมาว่าเป็นฉากสุดท้ายของมาตรการที่สหรัฐฯ ใช้กดดันอิหร่าน มาตรการใหม่จะเพิ่มเติมจากมาตรการคว่ำบาตรในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังภาคธนาคาร พลังงาน การบิน และการทำธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีของอิหร่าน โดยรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเศรษฐกิจอิหร่านกำลังเข้าสู่ภาวะทรุดตัวอย่างหนัก ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและค่าเงินที่อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง เบสเซนต์ยังเตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินให้กับระบอบการปกครองที่กำลังเสื่อมถอย จะต้องเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวไปพร้อมกัน โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมุ่งตรงไปยังรัฐบาลต่างชาติที่ยังคงทำธุรกรรมกับอิหร่าน ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการเตือนประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียไม่ให้เข้าร่วมมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม โมห์เซน เรซาอี ผู้บัญชาการทหารระดับสูง ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านเมื่อต้นเดือนนี้ ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศเพื่อนบ้านที่มั่งคั่งจากน้ำมัน หากประเทศเหล่านั้นเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการกดดันเพื่อโดดเดี่ยวอิหร่าน หน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority หรือ PGSA ซึ่งอิหร่านตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลช่องแคบฮอร์มุซ โพสต์ข้อความหลายครั้งบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ เตือนว่าเรือที่ฝ่าฝืนกฎการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกลงโทษ ซึ่งรวมถึงค่าปรับ การยึด หรือริบทรัพย์ในการเดินทางผ่านช่องแคบในอนาคต อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยังปฏิเสธคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่สิ้นหวัง และการดำเนินการของสหรัฐฯ จะล้มเหลวเช่นเดียวกับการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ทั้งนี้ รัฐสภาอิหร่านมีมติอนุมัติข้อกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องชำระค่าบริการต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยอิหร่าน ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาอย่างสมบูรณ์ก่อน ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานในวันจันทร์ว่า บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงเตหะรานในวันอังคาร เพื่อหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
impact 4

เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว
2impact 4

สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย เก็บภาษีสูงสุด 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบ

เมื่อวันที่ 18 ที่สหรัฐฯ กฎหมายที่กำหนดให้เก็บภาษีคว่ำบาตรสูงสุด 100% กับประเทศสำคัญที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียซึ่งยังคงรุกรานยูเครนได้ผ่านความเห็นชอบ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว กฎหมายนี้กำหนดให้เก็บภาษีสูงสุด 100% กับ 5 ประเทศชั้นนำที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยมีจีนและอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ช่วยรัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน สำหรับก๊าซธรรมชาตินั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ประเทศที่ปริมาณนำเข้าจากรัสเซียต่ำกว่า 15% ของปริมาณส่งออกต่อปีของรัสเซีย และได้ดำเนินมาตรการลดการซื้อแล้ว ไม่อยู่ในข่ายถูกคว่ำบาตร