น้ำมัน WTI ปิดบวก 18 เซนต์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะซ้ำ ดีเซลทำนิวไฮ

CommodityGeopolitics Impact 4
โดย InfoQuest·USIR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (4 ก.ย.) และปิดตลาดสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารระหว่างกันอีกครั้งในเดือนที่ 7 ของความขัดแย้ง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 7.6% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 10% เนื่องจากเส้นทางการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบจากสงคราม ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลทั่วโลก พร้อมเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อไป ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุขึ้น และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครนส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานมากขึ้น โดยข้อมูลจาก AAA ระบุว่า ราคาดีเซลในสหรัฐฯ อยู่ที่เฉลี่ย 5.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน ราคาดีเซลอาจปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองลดลงอย่างมาก ขณะที่รัฐเกษตรกรรมในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวและเพาะปลูก โดยดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับเครื่องจักรการเกษตร นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเพื่อทำความร้อน ซึ่งเป็นสัญญาที่เทียบเคียงกับดีเซล ก็ปรับตัวขึ้นอย่างมากก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว Citi ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในไตรมาส 3 ขึ้นเป็น 86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 80 ดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าการเปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ของ ANZ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ระยะสั้นขึ้นเป็น 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยมองว่าราคามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความอ่อนแอของตลาดแรงงาน แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มเหตุผลสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปัจจัยดังกล่าวส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน WTI รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านตะวันออกกลางกลับมาใกล้เคียงระดับปกติในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้ติดตามการขนส่งทางเรือระบุว่า การขนส่งยังคงหยุดชะงักอย่างหนัก ข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 4 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ประมาณ 15 ลำอย่างมาก

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Digital Finance & Tokenization · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 2

American Automobile Association (AAA)เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ANZ Group Holdings Limitedเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ให้อำนาจเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย

ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามในกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันที่ 18 ส่งผลให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีจึงได้รับอำนาจในการเรียกเก็บภาษีจากประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซีย กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษี 500% กับสินค้ารัสเซียที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และยังสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 100% กับ 5 ประเทศที่นำเข้าพลังงานมากที่สุด รวมถึงประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และประเทศที่ช่วยเหลือในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อำนาจทางภาษีนี้จะสิ้นสุดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ในบรรดา 5 ประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียมากที่สุด มีจีน อินเดีย และตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย และอาจตกเป็นเป้าของมาตรการภาษีใหม่ในวงกว้าง กฎหมายฉบับนี้ยังขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านปี 1996 ออกไปจนถึงปี 2031 และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบทุติยภูมิต่อบริษัทนอกสหรัฐฯ ที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในปีนี้ สำนักประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 17 ว่าการที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่ "ไม่เป็นมิตร" และเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
impact 4

เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว