← Back

J. FRONT RETAILING Co., Ltd.

บริษัท J. Front Retailing Co., Ltd. ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าร่วมกับบริษัทย่อย โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซึ่งดำเนินการห้างไดมารุและมัตสึซากายะ และจำหน่ายเสื้อผ้า สินค้าเบ็ดเตล็ด ของใช้ในครัวเรือน และอาหาร ธุรกิจศูนย์การค้า (SC) ซึ่งพัฒนา บริหารจัดการ และดำเนินการศูนย์การค้า ธุรกิจพัฒนา ซึ่งพัฒนา บริหารจัดการ และดำเนินการงานตกแต่งภายในอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการชำระเงินและการเงิน ซึ่งออกและดำเนินการบัตรเครดิต บริษัทยังให้บริการทดสอบสินค้าและควบคุมคุณภาพ ธุรกิจที่จอดรถ การจ้างเหมาบริการประมวลผลงานธุรการและธุรกิจให้เช่า บริการข้อมูล ธุรกิจการค้าเฉพาะแบบชำระล่วงหน้า และบริการบริหารทีมอีสปอร์ต บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในปี 2007 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving 3086.JP
3086.JP

เจ.ฟรอนต์ รีเทลลิง: อัตรากำไรธุรกิจ SC อยู่ที่ 20.7% สูงกว่าธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่ 11.2% อย่างมีนัยสำคัญ

งบการเงินรวมสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (มาตรฐาน IFRS) ของเจ.ฟรอนต์ รีเทลลิง เผยว่ารายได้จากการขายรวม 4.45 แสนล้านเยน โดยธุรกิจห้างสรรพสินค้ามีรายได้ 2.677 แสนล้านเยน คิดเป็นสัดส่วน 60.2% ของรายได้รวม ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานแยกตามส่วนงานของธุรกิจห้างสรรพสินค้าอยู่ที่เพียง 11.2% ส่วนธุรกิจ SC ซึ่งมีรายได้ 6.6 หมื่นล้านเยน คิดเป็นสัดส่วน 14.8% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 20.7% สูงกว่าธุรกิจห้างสรรพสินค้าถึง 9.6 จุดเปอร์เซ็นต์ กำไรจากการดำเนินงานแยกตามส่วนงานพบว่า ธุรกิจห้างสรรพสินค้ามีกำไร 2.98 หมื่นล้านเยน ธุรกิจ SC มีกำไร 1.36 หมื่นล้านเยน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีกำไร 7 พันล้านเยน ธุรกิจชำระเงินและบริการทางการเงินมีกำไร 9 ร้อยล้านเยน และอื่น ๆ มีกำไร 4 ร้อยล้านเยน โดยธุรกิจ SC มีสัดส่วนรายได้เพียง 14.8% แต่มีสัดส่วนกำไรถึง 26.3% ซึ่งเกินหนึ่งในสี่ของกำไรทั้งหมด อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจ SC ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีงบประมาณ จาก 4.0% ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็น 8.1%, 16.4%, 20.3% และ 20.7% ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจห้างสรรพสินค้าปรับขึ้นจากติดลบ 2.4% เป็น 3.5%, 9.8%, 11.3% และ 11.2% ทำให้ส่วนต่างระหว่างสองธุรกิจใน 2 ปีงบประมาณล่าสุดทรงตัวอยู่ในระดับ 9 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนงานที่มีอัตรากำไรสูงที่สุดในกลุ่มคือธุรกิจชำระเงินและบริการทางการเงินที่ 21.5% แต่มีรายได้เพียง 4.2 พันล้านเยน และกำไรจากการดำเนินงาน 9 ร้อยล้านเยน ซึ่งถือว่าเล็กมาก โดยมีสัดส่วนกำไรเพียง 1.8% ด้านราคาหุ้นปรับตัวลดลงจาก 3,139 เยนเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เหลือ 2,607 เยนเมื่อวันที่ 11 กันยายน คิดเป็นการลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับวันที่ 14 สิงหาคม และลดลงเกือบ 20% เมื่อเทียบกับวันที่ 27 สิงหาคม ณ วันที่ 11 กันยายน ค่า PER อยู่ที่ 22.24 เท่า ค่า PBR อยู่ที่ 1.55 เท่า และค่า ROE สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 6.9% ต่ำกว่าค่ามัธยฐานที่ 7.5% ของบริษัทค้าปลีก 259 แห่ง
3086.JP

3D อินเวสต์เมนต์ เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น J.FRONT เป็น 10.32%

กองทุนเพื่อการลงทุน 3D อินเวสต์เมนต์ พาร์ทเนอร์ส ซึ่งมีฐานอยู่ในสิงคโปร์ ได้เพิ่มการถือหุ้นในบริษัท J.ฟรอนต์ รีเทลลิ่ง โดยเพิ่มสัดส่วนการถือครองจากเดิม 9.23% เป็น 10.32% ตามรายงานการเปลี่ยนแปลงที่ยื่นต่อสำนักงานเขตการเงินคันโตเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา โดยวันที่มีผลผูกพันในการรายงานคือวันที่ 31 สิงหาคม 3D ระบุวัตถุประสงค์การถือครองว่า นอกจากการลงทุนเพื่อผลตอบแทนแล้ว ยังรวมถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าองค์กรในระยะกลางและระยะยาว โดยได้มีการพูดคุยกับกรรมการของบริษัทเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม และนโยบายทางการเงิน
3086.JP

เจฟรอนท์เริ่มต้นปีงบประมาณ 2027 ไตรมาสแรก กำไรดำเนินงานลดลง 12% หุ้นร่วง 10% ในหนึ่งเดือน

เจฟรอนท์ รีเทลลิ่ง เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 โดยมีรายได้ 106.4 พันล้านเยน ลดลง 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรดำเนินงาน 14.1 พันล้านเยน ลดลง 11.7% และกำไรสุทธิ 9.7 พันล้านเยน ลดลง 7.5% ราคาหุ้นปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ 3,342 เยนในวันที่ 1 กรกฎาคม มาปิดที่ 2,995 เยนในวันที่ 30 กรกฎาคม ลดลงประมาณ 10% ในหนึ่งเดือน ตลาดคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มชะลอตัวลง นอกจากธุรกิจห้างสรรพสินค้าแล้ว บริษัทยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมูลค่า 177.2 พันล้านเยน ณ สิ้นปีงบประมาณก่อน ซึ่งช่วยพยุงผลกำไร โดยอัตรากำไรดำเนินงานในปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 11% สูงกว่าค่ามัธยฐานของธุรกิจค้าปลีกที่ 3.8% อย่างมาก สำหรับแผนทั้งปี บริษัทคาดการณ์รายได้ 469 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 5.4% แต่กำไรดำเนินงาน 47 พันล้านเยน ลดลง 4.1% ซึ่งเป็นภาพของรายได้ที่เพิ่มขึ้นแต่กำไรลดลง