← Back

Japan Exchange Group, Inc.

Japan Exchange Group, Inc. operates as a financial instruments exchange holding company in Japan. It engages in the operation of financial instruments exchange markets for trading listed securities and derivatives instruments to market users; publication of stock prices and quotations; provides market facilities for trading of commodity derivatives, physical commodities, and commodity index futures; self-regulatory operations, such as listing examination, listed company compliance, market surveillance, and inspections and examinations of trading participants. The company also provides clearing and settlement, and market-related services. The company was incorporated in 1949 and is headquartered in Tokyo, Japan.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving 8697.JP
8697.JP

เจพีเอ็กซ์ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี ทบทวนสมมติฐานมูลค่าการซื้อขาย หุ้นเพิ่มเฉลี่ยวันละ 2.7 ล้านล้านเยน

เจแปน เอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป ประกาศเมื่อวันที่ 28 ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิรวมสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 เป็น 9.85 พันล้านเยน จากเดิมที่คาดการณ์ว่ากำไรจะลดลง 2.1% เมื่อต้นปี กลายเป็นคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้น 24.5% โดยได้ทบทวนสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านล้านเยน เป็น 10.2 ล้านล้านเยน และปรับเพิ่มปริมาณการซื้อขายล่วงหน้าดัชนีโทพิกซ์ขึ้น 1,000 หน่วย เป็น 87,000 หน่วย นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มคาดการณ์เงินปันผลต่อปีต่อหุ้นจาก 61 เยน เป็น 77 เยน โดยงวดกลางปีปรับจาก 30 เยน เป็น 38 เยน และงวดสิ้นปีปรับจาก 31 เยน เป็น 39 เยน
Reuters·30dอ่านต่อ ▾
8697.JP3

AIRA GROUP และตลาดหลักทรัพย์โตเกียวร่วมจัดสัมมนาเจาะลึกโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

AIRA GROUP และตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประสบความสำเร็จในการจัดงานสัมมนาพิเศษ Decode Japan's Investment Landscape เพื่อนำเสนอมุมมองทิศทางตลาดหุ้นญี่ปุ่นท่ามกลางกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยมีนักลงทุนระดับ High Net Worth และผู้สนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง Mr. Masanori Yoshida จาก Japan Exchange Group เปิดเผยความคืบหน้าของการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่สะท้อนผ่านการเพิ่มเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการควบรวมกิจการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Mr. Naohide Une จาก Investment Lab ชี้ว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.4% ต่อปีในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และนำเสนอกรอบการลงทุนธีม AI สามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง กลุ่มผู้ใช้งาน AI จริง และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI ทดแทนแรงงาน โดยมองว่าโอกาสไม่ได้จำกัดแค่หุ้น Blue-chip แต่รวมถึงหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ Automation ด้าน Mr. Hirofumi Hayashi จาก Sumi Trust เสริมว่ากองทุน Active ทั่วโลกยังคง Underweight ญี่ปุ่นอยู่มาก ซึ่งหมายความว่ายังมีแรงซื้อรออยู่ในอนาคต พร้อมยกกรณี Warren Buffett ที่ทยอยเพิ่มสัดส่วนในหุ้นกลุ่มบริษัทการค้าญี่ปุ่นเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของกระแสเงินสดและธรรมาภิบาลที่ดีขึ้น ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามเห็นตรงกันว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดมีพื้นฐานรองรับจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลเชิงโครงสร้างและกำไรบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวนมากได้ขยายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ ทำให้ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การอ่อนค่าของเงินเยน และรอบการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนผ่านกำไรต่อหุ้นและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีผู้นำด้านการออกแบบชิปกราฟิกหรือโรงหล่อชิปชั้นแนวหน้า แต่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป วัสดุอุตสาหกรรม ตลอดจน Infrastructure Equipment Testing และ Physical Automation นายไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการรวมสามมุมมองจากผู้กำกับดูแลตลาด ภาคเอกชน และสถาบันการเงินระดับสากลช่วยให้นักลงทุนไทยได้รับแนวคิดเชิงลึกแบบครบมิติสำหรับวางกลยุทธ์การลงทุนในตลาดทุนญี่ปุ่น โดยสรุปสามประการหลักที่นักลงทุนไทยควรพิจารณาคือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานกำไรที่แข็งแกร่ง ควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านจังหวะเวลา และควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรและธรรมาภิบาลมากกว่าการซื้อขายตามกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนของดัชนีเริ่มกระจุกตัวในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์เพียงไม่กี่ตัว ความร่วมมือระหว่าง AIRA Group และตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการลงทุนและขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงข้อมูลและโอกาสการลงทุนในบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น
Share2Trade·37dอ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenizationimpact 4

ร่างแก้ไขกฎหมายการเงินที่กำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมวุฒิสภา

ร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ซึ่งกำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเป็นครั้งแรก ได้รับการลงมติเห็นชอบและประกาศใช้ในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา ภายใต้ร่างแก้ไขนี้ ชื่อของผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลจะเปลี่ยนเป็น 'ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล' และเพิ่มโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี พร้อมค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านเยน สำหรับการขายโดยไม่ได้จดทะเบียน นอกจากนี้ ยังมีการนำกฎระเบียบควบคุมการใช้ข้อมูลภายในมาใช้ในภาคสกุลเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรก โดยห้ามการซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในด้านภาษี มีการเปลี่ยนจากระบบการจัดเก็บภาษีแบบรวมในปัจจุบันไปเป็นระบบการแยกยื่นแบบหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราประมาณร้อยละ 20 และสามารถหักกลบผลขาดทุนยกไปได้ 3 ปี โดยมีกำหนดบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2027 นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งกรอบสถาบันที่เอื้อให้เกิดการจัดตั้งกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัล โดยกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นมีแผนที่จะนำเข้าจดทะเบียนภายในราวปี 2027
CoinPost·43dอ่านต่อ ▾