เอเซีย พลัส เตือนหุ้นไทยรับแรงกระแทก 3 มรสุม พร้อมชี้เป้าหุ้นเด่น PTTEP-KTB-SJWD

MacroGeopoliticsCommodity Impact 4
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ต้องเตรียมรับแรงกระแทกจากปัจจัยกดดันรอบด้าน หลังจากปิดทำการ 2 วัน โดยตลาดหุ้นโลกเผชิญภาวะ Risk-Off อย่างรุนแรงจาก 3 ปัจจัยลบ ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวของเฟดซึ่งส่งสัญญาณเหยี่ยวมากกว่าที่ตลาดคาด โดยมีกรรมการ 3 รายโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 4.0% และ FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 57% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยรอบหน้า หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.21% สูงสุดในรอบ 19 ปี และอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ 4.68% กดดันหุ้นเทคโนโลยี, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างจากสหรัฐฯ-อิหร่าน ไปสู่สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่สหรัฐฯ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และกลุ่มเยเมน ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังชะงักงันและการเจรจาผ่านโอมานหยุดชะงัก ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 90.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เร่งเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตทั่วโลก, และการปรับฐานอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI โดยดัชนี NASDAQ 100 ปรับลงเกิน 10% ใน 2 วัน และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงเฉลี่ย 25% จากความกังวลเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนและผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลง 16.2% และตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับฐานลงกว่า 5.4% อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยพบสัญญาณบวกจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยผู้จัดการกองทุนต่างชาติโยกเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียเหนือ เข้าสู่ตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำกว่าและปลอดภัยกว่า ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสได้รับแรงซื้อย้อนหลัง จาก Valuation ที่โดดเด่นและปลอดภัย ทั้ง PE, PBV และส่วนต่างผลตอบแทน ประกอบกับได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น โดยประเมินแนวรับแรกของ SET Index วันนี้ที่ 1,615 จุด แต่แนะนำให้ระมัดระวังความผันผวนของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ เช่น DELTA ที่อาจปรับลงตามหุ้นเทคฯ โลก กลยุทธ์การลงทุนเน้นตั้งรับ โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ PTTEP ซึ่งได้อานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากภาวะสงคราม พร้อมคาดผลประกอบการไตรมาส 2/69 เติบโตโดดเด่นและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง, KTB ซึ่งได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ช่วยหนุนส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยและมีฐานะสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง, และ SJWD ซึ่งมีแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังฟื้นขึ้นชัดเจนและราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูง สำหรับพอร์ตการลงทุนต่างประเทศ แนะนำเก็งกำไรผ่านตราสาร DR ได้แก่ SBUX80 ซึ่งรายงานรายได้ไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 แข็งแกร่งที่ 9.32 หมื่นล้านดอลลาร์ และ EPS เติบโต 70% YoY อยู่ที่ 0.85 ดอลลาร์ จากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4, และ BYDCOM80 ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดส่งมอบรถยนต์ในเดือน ก.ค. ที่เติบโตต่อเนื่อง หลังเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่ในตลาด พร้อมติดตามผลประกอบการของ MICROSOFT ที่รายงานงบไตรมาส 4 แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจ Cloud ที่เติบโตเร่งตัวขึ้น 32% YoY แตะ 3.93 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่ง Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง Magnificent 7 ต่อไป

ผลกระทบต่อหุ้น 7

Energy · 1 หุ้น
Financials · 1 หุ้น
Krung Thai Bank Public Company Limited
KTB
▲ บวกนโยบายการเงินความเกี่ยวข้อง

Fed hawkishness raises yields, but foreign fund rotation into TIP markets benefits Thai banks like KTB as safe havens.

Electrification & Mobility · 1 หุ้น
Artificial Intelligence · 1 หุ้น
Consumer Discretionary · 1 หุ้น
Industrials · 1 หุ้น
อื่นๆ · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 6

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group

เทเลไดน์คว้าสัญญาดาวเทียมถ่ายภาพและระบบป้องกันพลังงานยุโรป

เทเลไดน์ เทคโนโลยีส์ เปิดเผยว่าบริษัทกำลังจัดหาเครื่องตรวจจับภาพขั้นสูงสำหรับดาวเทียมสำรวจโลก Sentinel-3C และ Fluorescence Explorer ของยุโรป และแยกต่างหากได้เปิดเผยการได้รับสัญญาให้จัดหาส่วนประกอบพลังงานเฉพาะทางสำหรับโครงการระบบป้องกันไร้คนขับรุ่นใหม่ในยุโรป ฮาร์ดแวร์ถ่ายภาพดังกล่าวรองรับภารกิจติดตามสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นมหาสมุทร พื้นผิวดิน และสภาวะบรรยากาศ ขณะที่สัญญาด้านพลังงานครอบคลุมชิ้นส่วนที่ปรับแต่งสำหรับแพลตฟอร์มอัตโนมัติที่ใช้ในงานป้องกันยุโรปเกิดใหม่ สัญญาระบบไร้คนขับนี้มีมูลค่า 15.4 ล้านดอลลาร์ เทเลไดน์ เทคโนโลยีส์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 27.9 พันล้านดอลลาร์ จัดหาเทคโนโลยีสนับสนุนให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ บริษัทระบุว่ายังคงมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานจากการผสานรวม e2v และสินทรัพย์ด้านการถ่ายภาพอื่น ๆ รวมถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากโครงการที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคเหล่านี้มีต้นทุนหรือกำหนดเวลาล่าช้าเกินแผน
Simply Wall St·3hอ่านต่อ →
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย