PTT Exploration and Production Public Company LimitedMiddle East tensions drive Brent crude above $90, boosting PTTEP's oil & gas revenue.
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ต้องเตรียมรับแรงกระแทกจากปัจจัยกดดันรอบด้าน หลังจากปิดทำการ 2 วัน โดยตลาดหุ้นโลกเผชิญภาวะ Risk-Off อย่างรุนแรงจาก 3 ปัจจัยลบ ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวของเฟดซึ่งส่งสัญญาณเหยี่ยวมากกว่าที่ตลาดคาด โดยมีกรรมการ 3 รายโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 4.0% และ FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 57% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยรอบหน้า หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.21% สูงสุดในรอบ 19 ปี และอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ 4.68% กดดันหุ้นเทคโนโลยี, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างจากสหรัฐฯ-อิหร่าน ไปสู่สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่สหรัฐฯ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และกลุ่มเยเมน ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังชะงักงันและการเจรจาผ่านโอมานหยุดชะงัก ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 90.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เร่งเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตทั่วโลก, และการปรับฐานอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI โดยดัชนี NASDAQ 100 ปรับลงเกิน 10% ใน 2 วัน และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงเฉลี่ย 25% จากความกังวลเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนและผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลง 16.2% และตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับฐานลงกว่า 5.4% อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยพบสัญญาณบวกจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยผู้จัดการกองทุนต่างชาติโยกเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียเหนือ เข้าสู่ตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำกว่าและปลอดภัยกว่า ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสได้รับแรงซื้อย้อนหลัง จาก Valuation ที่โดดเด่นและปลอดภัย ทั้ง PE, PBV และส่วนต่างผลตอบแทน ประกอบกับได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น โดยประเมินแนวรับแรกของ SET Index วันนี้ที่ 1,615 จุด แต่แนะนำให้ระมัดระวังความผันผวนของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ เช่น DELTA ที่อาจปรับลงตามหุ้นเทคฯ โลก กลยุทธ์การลงทุนเน้นตั้งรับ โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ PTTEP ซึ่งได้อานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากภาวะสงคราม พร้อมคาดผลประกอบการไตรมาส 2/69 เติบโตโดดเด่นและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง, KTB ซึ่งได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ช่วยหนุนส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยและมีฐานะสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง, และ SJWD ซึ่งมีแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังฟื้นขึ้นชัดเจนและราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูง สำหรับพอร์ตการลงทุนต่างประเทศ แนะนำเก็งกำไรผ่านตราสาร DR ได้แก่ SBUX80 ซึ่งรายงานรายได้ไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 แข็งแกร่งที่ 9.32 หมื่นล้านดอลลาร์ และ EPS เติบโต 70% YoY อยู่ที่ 0.85 ดอลลาร์ จากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4, และ BYDCOM80 ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดส่งมอบรถยนต์ในเดือน ก.ค. ที่เติบโตต่อเนื่อง หลังเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่ในตลาด พร้อมติดตามผลประกอบการของ MICROSOFT ที่รายงานงบไตรมาส 4 แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจ Cloud ที่เติบโตเร่งตัวขึ้น 32% YoY แตะ 3.93 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่ง Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง Magnificent 7 ต่อไป
PTT Exploration and Production Public Company LimitedMiddle East tensions drive Brent crude above $90, boosting PTTEP's oil & gas revenue.
Krung Thai Bank Public Company LimitedFed hawkishness raises yields, but foreign fund rotation into TIP markets benefits Thai banks like KTB as safe havens.
Microsoft Corporation
Starbucks Corporation
SCGJWD LOGISTICS PCL NON-VOTING DR
BYD Co Ltd Class A