อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเดือนสิงหาคมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โคเปอร์นิคัสเผย

MacroCommodity
โดย Jiji Press·EUGLOBAL·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

หน่วยงานด้านข้อมูลสภาพอากาศของสหภาพยุโรปอย่างโคเปอร์นิคัส คลิเมต เชนจ์ เซอร์วิส เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนสิงหาคมปีนี้อยู่ที่ 16.96 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสำหรับเดือนสิงหาคม ซึ่งเทียบเท่ากับเดือนกรกฎาคม 2023 และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อนับรวมทุกเดือนด้วยกัน อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนสิงหาคมสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 1.65 องศา และเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิรายเดือนที่เกิน 1.5 องศาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ในยุโรปตะวันตก อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมสูงกว่าปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่อากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ และเกิดภัยแล้งรุนแรงในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักอย่างไรน์และดานูบลดลงสู่ระดับต่ำผิดปกติ อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนปีนี้ของยุโรปทั้งหมดสูงเป็นอันดับสามเท่าที่เคยบันทึกไว้ ส่วนอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยในเดือนสิงหาคมของพื้นที่ทะเลนอกบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้อยู่ที่ 21.07 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนเดียวกัน และปรากฏการณ์เอลนีโญบริเวณเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจมีความรุนแรงระดับสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในอนาคต

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 7

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

เอลนีโญฉุดฝนอินเดียต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 15% เสี่ยงมรสุมแล้งสุดในรอบ 17 ปี

กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงทำให้อินเดียเสี่ยงเผชิญฤดูมรสุมที่แห้งแล้งที่สุดในรอบ 17 ปี หลังปริมาณฝนสะสมช่วงเดือนมิ.ย.ถึงก.ย. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ 15% ซึ่งอาจกระทบผลผลิตทางการเกษตรและซ้ำเติมอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารที่พุ่งขึ้นแตะ 5.95% ในเดือนส.ค. ให้สูงขึ้นอีก รายงานระบุว่าหากภาวะฝนแล้งยังคงดำเนินต่อไป ฤดูมรสุมปีนี้จะอ่อนกำลังลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งขณะนั้นปริมาณฝนตกต่ำกว่าระดับปกติ 18% และอาจกระทบทั้งการเก็บเกี่ยวในปัจจุบันและรอบการเพาะปลูกถัดไป โดยต้นทุนราคาอาหารเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนส.ค. ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพ.ค.ว่า ปริมาณฝนในฤดูนี้จะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ 10% ด้านคริสเตียน เวอร์เนอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาโกลบอล เวเธอร์ ไคลเมท อนาไลติกส์ ในออสเตรเลีย ระบุว่าสภาพอากาศอาจเอื้อต่อการเกิดพายุไซโคลนในอ่าวเบงกอลในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.ย. และอาจช่วยนำพาฝนที่จำเป็นอย่างยิ่งมาสู่พื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และช่วยบรรเทาปัญหาฝนแล้งในบริเวณดังกล่าวได้ การมีปริมาณฝนมรสุมที่เพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อเกษตรกรชาวอินเดียหลายร้อยล้านชีวิตที่ต้องพึ่งพาฝนตามฤดูกาลในการเพาะปลูก โดยอินเดียจัดเป็นหนึ่งในผู้ผลิตข้าว น้ำตาล และฝ้าย รายใหญ่ที่สุดของโลก

Terradot และ Google เปิดตัวโครงการ Enhanced Rock Weathering ขนาดใหญ่ที่สุดในบราซิลตอนใต้

Terradot และ Google ประกาศโครงการด้านสภาพภูมิอากาศระดับล้านตันในบราซิลตอนใต้ ซึ่งผสานการหลีกเลี่ยงก๊าซมีเทนในการทำนาเข้ากับการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์อย่างถาวร ถือเป็นการซื้อการกำจัดคาร์บอนครั้งใหญ่ที่สุดของ Google จนถึงปัจจุบัน Google จะซื้อผลกระทบด้านมีเทนในระยะใกล้ 1 ล้านตันภายในปี 2030 และผลกระทบด้านการกำจัดคาร์บอน 1 ล้านตันภายในปี 2040 โดยส่งมอบผลกระทบ 1 ล้านตันภายในปี 2030 โครงการนี้เป็นโครงการ Enhanced Rock Weathering ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยดำเนินการ และเป็นโครงการแรกในประเภทใดก็ตามที่ผสานการกำจัดมีเทนในระยะใกล้เข้ากับการกำจัดคาร์บอนอย่างยั่งยืนในระดับนี้ Terradot จะช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่กว่า 200,000 เฮกตาร์ เริ่มจากรัฐรีโอกรันดีดูซูล นำวิธี Alternate Wetting and Drying ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติด้านการชลประทานที่ระบายน้ำออกจากนาข้าวเป็นระยะ เพื่อลดการใช้น้ำและลดก๊าซมีเทนอย่างมีนัยสำคัญ มาใช้ พร้อมทั้งโปรยหินภูเขาไฟบดจากแหล่งธรรมชาติลงบนพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อสร้างการกำจัดคาร์บอนอย่างยั่งยืน James Kanoff ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Terradot กล่าวว่า โครงการนี้ขจัดทางเลือกระหว่างการเดินหน้าเร็วต่อภาวะโลกร้อนในระยะใกล้กับการกำจัดคาร์บอนอย่างถาวร และ Randy Spock หัวหน้าฝ่ายการกำจัดคาร์บอนของ Google กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบมากกว่าจะเป็นกรณีเดียว ส่วนหนึ่งของโครงการ Google ยังมอบทุนวิจัยและพัฒนาให้แก่ Terradot และห้องปฏิบัติการ Soil & Environmental Biogeochemistry ของ Stanford Doerr School เพื่อเสริมรากฐานทางวิทยาศาสตร์ของวิธี AWD ในฐานะกลยุทธ์ลดก๊าซมีเทน
Business Wire·2dอ่านต่อ →
2

ครม.วันนี้เคาะงบ 1.5 หมื่นล้านบาททำประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 30 ล้านครัวเรือน

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (15 ก.ย.) มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอขออนุมัติกรอบวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท เพื่อซื้อประกันภัยธรรมชาติภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมเสนอกรมธรรม์ 3 ประเภท ทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.69 ถึง 1 ต.ค. 70 เพื่อแบ่งเบาภาระความเสี่ยงของภาครัฐที่ต้องใช้งบเยียวยาผู้เสียหายจากภัยพิบัติปีละหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอความเห็นชอบโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาตอนล่าง ฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงินประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชียหรือ ADB ร่วมกับงบประมาณแผ่นดิน ด้านกระทรวงคมนาคมเสนอขอยกเลิกรายการค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงแห่งใหม่ซึ่งผูกพันงบประมาณปี 2569 ถึง 2571 เท่ากับเป็นการชะลอแผนก่อสร้างออกไป และยังต้องจับตาการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของหลายกระทรวงเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
Money & Banking·4dอ่านต่อ →