โบรกฯ ชู AMATA เด่นกว่า WHA หลังมาร์จิ้นแจ่ม-เงินสดแกร่ง

EarningsAnalyst
โดย Share2Trade·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า AMATA มีความโดดเด่นกว่า WHA ทั้งในด้านอัตรากำไร กระแสเงินสด และโมเมนตัมในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยกำไรหลักไตรมาส 2/69 ของ AMATA อยู่ที่ 1,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 767% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด 13–16% จากยอดโอนที่ดิน 288 ไร่ เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นไทย 271 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 66.2% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินเปลี่ยนไปยังโครงการในชลบุรีซึ่งมีอัตรากำไรสูง พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.60 บาทต่อหุ้น ขณะที่กำไรหลักของ WHA ลดลงเหลือ 659 ล้านบาท ลดลง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 56% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากยอดโอนที่ดินลดลงเหลือ 208 ไร่ ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินลดลงมากกว่าครึ่งเหลือ 28.3% หลังจากกำไรพิเศษของปีก่อนหมดไป ปัจจัยบวกของ WHA ได้แก่ รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากธุรกิจไฟฟ้า Gheco-One เพิ่มขึ้น 130% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเดินเครื่องเต็มไตรมาสโดยไม่มีการหยุดเดินเครื่อง ด้านฐานะการเงิน AMATA มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 0.6–0.7 เท่า หรือประมาณครึ่งหนึ่งของ WHA โดยมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือในระดับต่ำ เนื่องจากการขายที่ดินสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เกือบจะทันที ขณะที่ WHA มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนทรงตัวที่ 1.2–1.3 เท่า และมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 จาก 1.79 หมื่นล้านบาทเป็น 2.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่า WHA สะสมที่ดินในอัตราที่เร็วกว่าการขายออก กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ AMATA ลดลงจาก 9.9 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 8.7 พันล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะลดลงเหลือ 4.7 พันล้านบาทในปี 2569 เนื่องจากสัดส่วนการขายที่ดินในชลบุรีที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้น้อยลง แต่กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบในปี 2568 ที่ 2.6 พันล้านบาท จากการลงทุนที่สูง และคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 2569 ที่ 0.6 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 2.5 พันล้านบาทในปี 2571 ทำให้บริษัทมีพื้นที่ในการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1.5–1.6 บาทต่อหุ้นในปี 2570–2571 ขณะเดียวกันยังสามารถใช้กระแสเงินสดภายในเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในชลบุรีและเวียดนามได้ ส่วน WHA กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงจาก 2.9 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 1.3 พันล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ 2.0 พันล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลพึ่งพาการก่อหนี้มากกว่าเงินสดภายในบริษัท โดยประมาณการของเราคาดว่า FCF ปี 2569E จะยังติดลบเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในปี 2570–2571 นักวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด ต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยคงคำแนะนำ ซื้อ AMATA ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท และคงคำแนะนำ ถือ WHA ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Climate Adaptation & Water · 1 หุ้น
Artificial Intelligence · 1 หุ้น