Artificial Intelligence▲
AMATA พุ่ง 11% นำหุ้นนิคมอุตสาหกรรม รับ Thailand Focus
ราคาหุ้น AMATA พุ่งขึ้น 10.74% แตะ 33.50 บาท นำหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ WHA บวก 1.65% อยู่ที่ 4.94 บาท หลังงาน Thailand Focus 2026 วันแรกได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงจากสวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และอิสราเอล โดยทีทีบี เวลธ์ มองว่า ภาครัฐส่งสัญญาณฟื้นฟูความเชื่อมั่นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมปรับมาตรการรองรับการลงทุน Data Center โดยให้ผู้ลงทุนรายใหม่รับผิดชอบต้นทุนก๊าซธรรมชาติส่วนเพิ่ม และเปิดทางเลือกซื้อพลังงานสะอาดผ่าน Direct PPA ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมฯ และห่วงโซ่อุปทาน AI อย่าง AMATA และ WHA
Kaohoon · 3h อ่านต่อ ▾
WHA.BK▼
WHA กำไร Q2 ลด 32.7% แต่ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรก 1,199 ไร่
WHA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดโอนที่ดินลดลง และไม่มีรายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART เหมือนปีก่อน แต่ยังได้แรงชดเชยจากธุรกิจให้เช่า สาธารณูปโภค และไฟฟ้า โดย GPM รวมอยู่ที่ 40.5% ลดลงจาก 46.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกสะสมอยู่ที่ 1,199 ไร่ โดยเฉพาะไตรมาส 2 เซ็นสัญญาเพิ่ม 248 ไร่ และมี LOI/MOU รอเซ็นอีก 217 ไร่ ขณะที่ backlog รอรับรู้รายได้สูงถึง 1,464 ไร่ ซึ่งจะทยอยโอนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายที่ดินทั้งปีที่ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ และวางแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ 2 กองในไตรมาส 4 ได้แก่ WHART มูลค่า 2,508 ล้านบาท และ WHAIR มูลค่า 1,235 ล้านบาท ซึ่งผู้ถือหน่วยอนุมัติแล้ว นักวิเคราะห์แนะนำ "เคาะ" โดยมองบวกจาก FDI และ Data Center ที่หนุนยอดขายที่ดิน และแนวโน้มเทคนิคแกว่งตัวขึ้น แนวต้าน 4.90, 4.98, 5.10 แนวรับ 4.82, 4.74
thunhoon.com · 7h อ่านต่อ ▾
PTTGC-WHA ขายทรัพย์บริษัทร่วมทุนเข้ากองทรัสต์ WHART 2,508 ล้านบาท
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA เตรียมขายทรัพย์สินของบริษัทร่วมทุน ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ หรือ WGCL ซึ่งทั้งสองฝ่ายถือหุ้นในสัดส่วน 50 ต่อ 50 เปอร์เซ็นต์ ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือกองทรัสต์ WHART มูลค่ารวม 2,507.60 ล้านบาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวคือโครงการดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ คาดว่าการจำหน่ายจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569
HoonSmart · 7d อ่านต่อ ▾
โบรกฯ ชู AMATA เด่นกว่า WHA หลังมาร์จิ้นแจ่ม-เงินสดแกร่ง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า AMATA มีความโดดเด่นกว่า WHA ทั้งในด้านอัตรากำไร กระแสเงินสด และโมเมนตัมในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยกำไรหลักไตรมาส 2/69 ของ AMATA อยู่ที่ 1,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 767% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด 13–16% จากยอดโอนที่ดิน 288 ไร่ เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นไทย 271 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 66.2% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินเปลี่ยนไปยังโครงการในชลบุรีซึ่งมีอัตรากำไรสูง พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.60 บาทต่อหุ้น ขณะที่กำไรหลักของ WHA ลดลงเหลือ 659 ล้านบาท ลดลง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 56% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากยอดโอนที่ดินลดลงเหลือ 208 ไร่ ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินลดลงมากกว่าครึ่งเหลือ 28.3% หลังจากกำไรพิเศษของปีก่อนหมดไป ปัจจัยบวกของ WHA ได้แก่ รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากธุรกิจไฟฟ้า Gheco-One เพิ่มขึ้น 130% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเดินเครื่องเต็มไตรมาสโดยไม่มีการหยุดเดินเครื่อง ด้านฐานะการเงิน AMATA มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 0.6–0.7 เท่า หรือประมาณครึ่งหนึ่งของ WHA โดยมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือในระดับต่ำ เนื่องจากการขายที่ดินสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เกือบจะทันที ขณะที่ WHA มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนทรงตัวที่ 1.2–1.3 เท่า และมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 จาก 1.79 หมื่นล้านบาทเป็น 2.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่า WHA สะสมที่ดินในอัตราที่เร็วกว่าการขายออก กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ AMATA ลดลงจาก 9.9 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 8.7 พันล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะลดลงเหลือ 4.7 พันล้านบาทในปี 2569 เนื่องจากสัดส่วนการขายที่ดินในชลบุรีที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้น้อยลง แต่กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบในปี 2568 ที่ 2.6 พันล้านบาท จากการลงทุนที่สูง และคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 2569 ที่ 0.6 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 2.5 พันล้านบาทในปี 2571 ทำให้บริษัทมีพื้นที่ในการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1.5–1.6 บาทต่อหุ้นในปี 2570–2571 ขณะเดียวกันยังสามารถใช้กระแสเงินสดภายในเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในชลบุรีและเวียดนามได้ ส่วน WHA กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงจาก 2.9 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 1.3 พันล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ 2.0 พันล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลพึ่งพาการก่อหนี้มากกว่าเงินสดภายในบริษัท โดยประมาณการของเราคาดว่า FCF ปี 2569E จะยังติดลบเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในปี 2570–2571 นักวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด ต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยคงคำแนะนำ ซื้อ AMATA ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท และคงคำแนะนำ ถือ WHA ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท
Share2Trade · 7d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
บล.บัวหลวงชี้ PDP2026 ชัดขึ้น หนุนโรงไฟฟ้าและนิคมฯ
บล.บัวหลวงระบุความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026 เพิ่มขึ้น หลังร่างเสร็จแล้วราว 80% และคาดเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนประกาศใช้ช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยแผนยังคงเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนราว 60% และค่าไฟเฉลี่ยราว 4 ถึง 4 บาทเศษต่อหน่วย ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ถูกบรรจุไว้ใน Scenario ของแผนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรื้อแผนใหม่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเปิดเผย Scenario ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ถึงปี 2050 จำนวน 3 กรณี ได้แก่ Low 6,799 เมกะวัตต์ Mid 8,811 เมกะวัตต์ และ High 19,808 เมกะวัตต์ โดยบล.บัวหลวงมองกรณี Mid เป็น Base case เพราะอิงโครงการที่ได้รับ BOI และ Pipeline ที่มีความเป็นไปได้ ส่วนกรณี High เป็น Upside case จากคำขอเชื่อมต่อระบบของ MEA และ PEA ทั้งหมด ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคตะวันออกยังแข็งแกร่ง โดยช่วงปี 2023 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 มีคำขอส่งเสริมการลงทุน 4,566 โครงการ มูลค่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของประเทศ นำโดย Digital, Electronics/Electrical Appliances และ Automotive สอดคล้องกับธีม EV, Data Center และ Semiconductor ขณะที่ข้อจำกัดด้าน Infrastructure เริ่มกลายเป็นโอกาสลงทุนใหม่ โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งคาดความต้องการใน EEC เพิ่มเป็น 3,615 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2037 หรือเพิ่มขึ้น 22% จากปี 2024 และความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 58% บล.บัวหลวงคงน้ำหนักมากกว่าตลาดกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมอง GULF และ GUNKUL เป็นผู้ได้ประโยชน์ชัดที่สุดจากความคืบหน้า PDP2026 ขณะที่ WHA และ AMATA ยังได้แรงหนุนจาก FDI ภาคตะวันออก และ WHAUP มี Upside เพิ่มจากความต้องการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
ทันหุ้น · 9d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 2
ลงทุนเอกชนโตสุดรอบ 11 ปี หนุน 6 หุ้น
บล.กสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2 ปี 2569 โต 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี หนุนจากเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อิเล็กทรอนิกส์ AI และพลังงานสะอาด ขณะที่ส่งออกโต 12.5% สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ฐานผลิต New Economy แม้ GDP ชะลอเหลือ 1.9% จากแรงกดดันด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และการบริโภคที่อ่อนลง ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อิเล็กทรอนิกส์ Data Center และพลังงานสะอาด เช่น WHA, AMATA, DELTA, HANA, KCE และ GULF จาก FDI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เร่งตัว
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
บัวหลวงชี้กำไรหุ้น Q2 โต 13% แนะหุ้นฟื้นต่อครึ่งหลัง
บล.บัวหลวง ระบุว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นใน Coverage เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อน โดยสูงกว่าตลาดคาด 10% และสูงกว่าประมาณการของบริษัท 11% ขณะที่รายได้สูงกว่าตลาดคาดเพียง 2% สะท้อนแรงหนุนจากราคาพลังงานและส่วนต่างปิโตรเคมีที่สูงขึ้น รายได้และ ARPU ของกลุ่มสื่อสาร ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการบริหารต้นทุนของกลุ่มค้าปลีก ขณะที่แรงกดดันยังมาจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ผู้ป่วยกัมพูชาและผู้ป่วย Self-pay ที่อ่อนแอ รวมถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มขนส่ง กลุ่มที่กำไรหลักเติบโตเด่น ได้แก่ พลังงานและปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร ค้าปลีก และโรงแรม ส่วนกลุ่มที่กำไรลดลงหลักยังเป็นเกษตรและอาหาร โรงพยาบาล และขนส่ง แม้ภาพรวมงบดีกว่าคาด แต่ความคาดหวังตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดอยู่ที่ 48% เทียบกับ 59% ในไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% ขณะที่ Beat-to-miss ratio อยู่ที่ 3.4 เท่า ลดลงจาก 6.8 เท่าในไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1.1 เท่า โดยหุ้นที่กำไรดีกว่าตลาดคาดเด่น ได้แก่ AOT, SCC, PTTGC และ PTT ส่วน DELTA ต่ำกว่าคาด ขณะที่ฝั่งรายได้ มีเพียงกลุ่มปิโตรเคมีที่ดีกว่าคาดอย่างชัดเจน ส่วน WHA และ BAM ต่ำกว่าคาด บริษัทประเมินเป้าหมาย SET กลางปี 2570 ที่ 1,650 จุดในกรณีฐาน และ 1,710 จุดในกรณีดีที่สุด แต่จาก Beat-to-miss ratio ที่เริ่มลดลง แนะนำเน้น Selective Play ในหุ้นที่กำไรมีแนวโน้มฟื้นต่อในครึ่งหลังปี 2569 ได้แก่ CBG ซึ่งกำไรคาดผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปี 2569 ก่อนกลับมาโตจากปีก่อนตั้งแต่ไตรมาส 3, BH จากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลางฟื้น และคาดกำไรไตรมาส 3 โตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน และกลุ่มท่องเที่ยว AOT, ERW, CENTEL หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน ลดลง 2.5% จากปีก่อน แต่จำนวนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% จากเดือนก่อน ขณะที่ RevPAR โรงแรมไทยคาดโตทั้งจากปีก่อนและเดือนก่อน
Thunhoon · 9d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▼
WHA กำไรไตรมาส 2 ลดลง 32.7% แต่คงเป้ายอดขายที่ดิน 2,500 ไร่
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจที่ดินและขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนรับรู้รายได้ลดลง เพราะยอดโอนที่ดินน้อยลง และไม่มีรายการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART เหมือนไตรมาส 2 ปี 2568 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 40.5% ลดลงจาก 46.7% ตามสัดส่วนรายได้ที่ดินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังได้รับการชดเชยบางส่วนจากธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค ไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายทางการเงินและบริหารที่ลดลง การโอนที่ดินในไตรมาส 2 ปี 2569 รวม 208 ไร่ ลดลงจาก 301 ไร่ในปีก่อน แต่บริษัทมียอดขายที่ดินสะสมครึ่งแรกปี 2569 รวม 1,199 ไร่ และมี backlog รอรับรู้รายได้สูงถึง 1,464 ไร่ ซึ่งจะทยอยโอนในครึ่งปีหลังเป็นหลัก WHA ยังคงเป้ายอดขายที่ดินทั้งปีไว้ที่ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นประเทศไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ และวางแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวมมูลค่าประมาณ 3,743 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2569 นักวิเคราะห์จาก ASL แนะนำเคาะซื้อ โดยมองบวกจากกระแส FDI และ Data Center ที่หนุนยอดขายที่ดินช่วงที่เหลือของปี และให้แนวรับ 4.86 และ 4.74 บาท แนวต้าน 4.96-4.98 และ 5.15 บาท
ASL · 10d อ่านต่อ ▾
WHA ขยายพื้นที่เช่าให้ YCH เพิ่ม 20,635 ตารางเมตร
ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ประกาศลงนามสัญญาเช่าคลังสินค้าเพิ่มเติมกับ วายซีเอช ประเทศไทย บนพื้นที่ 20,635 ตารางเมตร ภายในโครงการ ดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21 ส่งผลให้ YCH มีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารของ WHA รวมเป็น 47,942 ตารางเมตร คลังสินค้าใหม่เป็นแบบ Built-to-Suit รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โภชนาการชั้นนำ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร โดยนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA ระบุว่าความร่วมมือนี้สะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าต่อคุณภาพคลังสินค้า ทำเลยุทธศาสตร์ และมาตรฐานการให้บริการของ WHA Logistics
InfoQuest · 12d อ่านต่อ ▾
โบรกฯ หั่นเป้า WHA หลังกำไร Q2 ต่ำคาด 13.6-28.7%
บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งปรับลดราคาเป้าหมายของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดราว 13.6% - 28.7% โดยมีกำไรสุทธิ 659 ล้านบาท ลดลง 32.7% - 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 56.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,167 - 2,200 ล้านบาท ลดลง 29.1% - 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมปรับลดลงมากเหลือประมาณ 28.3% - 28.6% จาก 38.5% ในไตรมาสแรกและ 47.6% - 48% ในไตรมาส 2 ปี 2568 เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินส่วนใหญ่มาจากนิคม WHA-IER ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำ ด้านยอดโอนที่ดินในไตรมาส 2 ทำได้เพียง 208 ไร่ ลดลง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,199 ไร่ คิดเป็นเพียง 48% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 2,500 ไร่ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำซื้อหรือถือ โดยให้ราคาเป้าหมายระหว่าง 4.9 ถึง 6.1 บาทต่อหุ้น และคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวจากการโอนที่ดินที่มากขึ้นและแผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 3.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 15d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▼ 6
WHA เผยกำไร Q2/69 ที่ 659 ล้านบาท ลดลง 33%
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 3,142.1 ล้านบาท ลดลง 22.2% ด้านผลงานงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% และรายได้รวม 6,384.4 ล้านบาท ลดลง 32.1% นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม เปิดเผยว่าครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมโอนที่ดินเพิ่มขึ้น และมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR มูลค่ารวมกว่า 3.7 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนด้านพลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กเพื่อรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 16d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▼
WHAUP เผยกำไรไตรมาส 2/2569 พุ่ง 276% แตะ 532 ล้านบาท
WHAUP เปิดเผยว่าในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำเพื่ออุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์น้ำดิบ ส่งผลให้ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 693 ล้านบาท เติบโต 8% YoY และมีกำไรสุทธิ 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 276% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้าน WHA รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ลดลง 30.8% (Y-Y) และกำไรปกติ 2,084.5 ล้านบาท ลดลง 33.8% (Y-Y) โดยมียอดขายที่ดินรวม 1,199 ไร่ และยอดรอโอนกรรมสิทธิ์ 1,464 ไร่ WHAUP ยังเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยมีสัญญา Solar Private PPA สะสม 384 เมกะวัตต์ และเตรียมพร้อมรองรับโครงการ Direct PPA ระยะแรก 2,000 เมกะวัตต์
HoonVision · 16d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
บีโอไอวาง 4 เกณฑ์คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ด้านบล.กสิกรไทยชู 6 หุ้นนิคมฯ-ไฟฟ้า-น้ำ
บีโอไอเตรียมทบทวนกรอบการพิจารณาและยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์อย่างน้อย 4 มิติ ได้แก่ การสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน ความพร้อมและประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรน้ำ และผลกระทบและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เลขาธิการบีโอไอเปิดเผยว่า ระหว่างปี 2567-2569 มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ กำลังประมวลผลรวม 3,400 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท แต่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ยังไม่มีคำขอใหม่เข้ามา ด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองเป็นบวกต่อหุ้นในธีมดาต้าเซ็นเตอร์และนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA และ AMATA รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและน้ำ ได้แก่ GULF BGRIM EASTW และ WHAUP
Kaohoon · 20d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
โบรกฯ ชี้หุ้นไทยกลุ่ม Infra Tech-ไฟฟ้า-รับเหมา-นิคมฯ ได้อานิสงส์เกณฑ์ Data Center ใหม่
นักวิเคราะห์คาดความชัดเจนของเกณฑ์ธุรกิจ Data Center ใหม่ที่รัฐเตรียมอนุมัติจะช่วยดึงดูดการลงทุนและเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง สื่อสาร และนิคมอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติโครงการ Data Center และ Cloud Service ไปแล้วกว่า 9.58 แสนล้านบาท กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอย่าง WHAUP คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการขายน้ำอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้า ขณะที่ GUNKUL, GULF, BGRIM และ STECON จะได้รับอานิสงส์จากงานระบบวิศวกรรม พลังงานสะอาด และการก่อสร้างอาคาร Data Center ด้านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ถูกชี้เป็นหุ้นเด่นจากความต้องการระบบ Power Supply และเทคโนโลยีระบายความร้อนสำหรับ AI Server ส่วน HANA และ KCE ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง และ WHA ได้ประโยชน์จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้ผู้ลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ BCPG ยังได้รับอานิสงส์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่มีความต้องการใช้ไฟจาก Data Center ขณะที่ INSET, ITEL และ SYMC มีโอกาสรับงานวางระบบ Data Center ระบบ Co-location และโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก
Share2Trade · 21d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
CGSI เผย 14 หุ้นเด่น รับมือกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 กลุ่มสื่อสาร-ท่องเที่ยวเสี่ยงผิดหวัง
CGSI ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 โดยกลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่กลุ่มสื่อสารและท่องเที่ยวอาจสร้างความผิดหวัง พร้อมคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,630 จุด และเลือก BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR เป็นหุ้น Top pick. ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่ากลุ่ม Non-bank จะมีกำไรสุทธิลดลง 14% yoy และ 7% qoq ในไตรมาส 2/69 ตามประมาณการของ Bloomberg consensus โดยกลุ่มปิโตรเคมีน่าจะได้แรงหนุนจากสเปรดที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะสายการบินมีแนวโน้มอ่อนตัวจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง. นอกจากนี้ กลุ่ม ICT และกลุ่มท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวัง เนื่องจากประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งของ Bloomberg consensus ที่กลุ่ม ICT +26% yoy และกลุ่มท่องเที่ยว +15% yoy น่าจะไม่สามารถทำได้จริงในช่วงที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอและสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4% yoy. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพงส่งผลให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลแฝด โดยขาดดุลการค้า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 69. ราคาน้ำมันที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมทั้งอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว ฝ่ายวิเคราะห์จึงเชื่อว่าธปท. จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. 69. ด้านคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าจะสรุปสำนวนภายในปลายเดือนส.ค. นี้ แต่เชื่อว่ากรอบเวลามีโอกาสเลื่อนออกไป โดยกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการส่งสำนวนฟ้องแค่บางราย ซึ่งน่าจะส่งผลลบต่อ sentiment ของตลาด และกระบวนการพิจารณาคดีที่ใหญ่กว่าน่าจะใช้เวลามากกว่าเดิม. ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16.7 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 14 เท่าหากไม่รวม DELTA ซึ่งมี P/E ล่วงหน้า 83 เท่า โดย CGSI ยังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 ที่ 1,630 จุด. ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนตลาดคือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง ส่วน downside risk คือการที่ กกต. ยื่นฟ้องนักการเมืองสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลและสถิตินักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง.
HoonVision · 21d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 2
CGSI แนะนำซื้อกลุ่มนิคมฯ ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์หนุนยอดขายที่ดิน ยก AMATA หุ้นเด่น
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยมองว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนยอดขายที่ดิน และเลือก AMATA เป็นหุ้นเด่น CGSI ประเมินว่าหลักเกณฑ์ใหม่ของ BOI ที่เข้มงวดขึ้นจะเอื้อต่อผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานหมุนเวียน โดย WHA และ AMATA จะมีส่วนแบ่งรวมกันสำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในปี 68 เป็น 56.5% ในปี 80 และคาดว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะคิดเป็น 39.4% ของยอดขายที่ดินใหม่ของทั้งสองบริษัทในปี 69 นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการน้ำแก่ดาต้าเซ็นเตอร์ของ WHA และ AMATA จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 32.7% และ 5.5% ของรายได้รวมจากธุรกิจสาธารณูปโภคในปี 74 ตามลำดับ ขณะที่รายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ WHA อาจมีส่วนเพิ่มอีก 33.2–41.1% ในปี 71–74 จากการขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ดาต้าเซ็นเตอร์ผ่าน Direct PPA
Kaohoon · 23d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
กสิกรไทยชี้ 4 หุ้นเด่นรับอานิสงส์ Missing Link การค้าอันดามัน
บล.กสิกรไทย ระบุว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผน Missing Link โดยเร่งยกระดับท่าเรือระนองและก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมชุมพร–ระนอง เพื่อผลักดันเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจหลังท่า ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ STECON, CK, AMATA และ WHA หากโครงการได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม
HoonVision · 27d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▼
WHA คาดกำไรครึ่งปีแรกลดลง 24% เหตุโอนที่ดินนิคมฯ ชะลอตัว
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่ากำไรของ WHA ในครึ่งแรกของปี 2569 จะลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ทรงตัวและมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง รวมถึงไม่มีรายการกำไรพิเศษมูลค่า 905 ล้านบาทจากการปรับมูลค่าที่ดินนิคม IER เหมือนในไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ คาดว่ายอดโอนที่ดินสะสมครึ่งปีแรกจะอยู่ที่ 600 ไร่ ลดลง 48% จากปีก่อน และคิดเป็นเพียง 36% ของประมาณการทั้งปีของโบรกเกอร์ที่ 2.00 พันไร่ ขณะที่ยอดขายที่ดินสะสมคาดอยู่ที่ 1.151 พันไร่ หรือ 46% ของเป้าทั้งปีของบริษัทที่ 2.50 พันไร่ โดยยอดขายที่ดินให้ลูกค้ากลุ่ม Data Center ราว 150 ไร่ถูกเลื่อนไปในไตรมาสสาม ด้านธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ายังเดินหน้าตามแผน โดยเซ็นสัญญาพื้นที่เช่าใหม่ครึ่งปีแรกได้ 1.20 แสนตารางเมตร คิดเป็น 60% ของเป้าทั้งปีที่ 2.00 แสนตารางเมตร ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคภายใต้ WHA Utilities & Power คาดกำไรไตรมาสสองฟื้นตัวเด่น 60% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 484 ล้านบาท หนุนโดยส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Gheco-1 ที่กลับมาเดินเครื่องตามปกติ อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ปรับลดคำแนะนำ WHA ลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” เนื่องจาก upside จำกัดจากราคาเป้าหมายที่ 5.40 บาท ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของจีนที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าแยกของ Data Center ที่อาจทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ชะลอการลงทุน
HoonVision · 31d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
คัด 8 หุ้นลุ้นไปต่อ หลังสั่งชะลอโครงการแลนด์บริดจ์
คณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์สรุปว่าโครงการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามันมีความน่าจะเป็นในการดำเนินโครงการในระดับต่ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและมีความเสี่ยงรอบด้าน ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับท่าทีนายกรัฐมนตรีที่สั่งชะลอโครงการก่อนหน้านี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการปรับรูปแบบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมจะเน้นไปที่จุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย รถไฟไทย-จีน และท่าเรือน้ำลึกใหม่บางแห่งตามข้อเสนอเอกชน ซึ่งบ่งชี้ถึงความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนที่ชัดเจนขึ้น โดยข้อจำกัดด้านการคลังทำให้รัฐต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น และการลดขนาดโครงการจากขนาดใหญ่มากเป็นขนาดกลางถึงเล็กจะช่วยให้เกิดการลงทุนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเพิ่มแรงส่งการลงทุนและหนุนโอกาสขาขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หุ้นที่ได้รับประโยชน์ได้แก่กลุ่มธนาคารอย่าง KTB และ KBANK กลุ่มรับเหมาอย่าง STECON และ PYLON กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA รวมถึงกลุ่มโลจิสติกส์ที่กำลังมองหาโครงการลงทุนใหม่อย่าง BEM และ BTS
HoonVision · 31d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
KSS มอง SET พักฐาน เซ่นน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ ชู PTT-SPRC-KBANK เด่น
บล.กรุงศรี หรือ KSS ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน โดยให้กรอบแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นทดสอบ 4.7% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือนที่ 33.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 10-12.5% ต่อ 60 ประเทศที่มีผลตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2569 แม้ผลกระทบต่อไทยจะจำกัดเพราะไม่ครอบคลุมสินค้าส่งออกสำคัญอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ KSS ประเมินว่าหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลุ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นแกนหลักที่ช่วยประคองดัชนีได้ โดยแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT, PTTEP, BCP, TOP และ SPRC ส่วนกลุ่มธนาคารแนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC และ TRUE กลุ่มรับเหมาก่อสร้างแนะนำ STECON, PYLON และ INSET และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมแนะนำ AMATA และ WHA
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
Robotics & Physical AI▲
WHA ครึ่งหลังเด่น ยอดขาย-โอนหนุน อัพเป้าใหม่ 6.05 บาท
บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น WHA โดยคาดการณ์ว่าครึ่งหลังของปี 2569 จะดีกว่าครึ่งแรก หนุนจากยอดโอนและขายสินทรัพย์ในไตรมาส 4 รวมถึงความต้องการที่ดินที่แข็งแกร่งจากกลุ่ม Data Centre, Semiconductor และ Robotics ตลอดจนการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็นปี 2570 ที่ 6.05 บาท เพิ่มค่า PER เป็น 16 เท่าจากเดิม 14 เท่า สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 คาดยอดขายที่ดิน 200 ไร่ ลดลง 13% จากปีก่อนและ 79% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาส 1 มีการขายที่ดินให้ลูกค้า Data Centre 900 ไร่ ขณะที่ไตรมาส 2 ยังไม่มีการเซ็นสัญญาจากกลุ่มดังกล่าว ทำให้ครึ่งแรกคาดยอดขายที่ดินรวม 1.15 พันไร่ คิดเป็น 46% ของเป้าหมายทั้งปี 2.5 พันไร่ ซึ่งบริษัทยังมั่นใจในเป้าหมายนี้ โดยคาดว่าไตรมาส 3 จะมีการเซ็นสัญญาจาก Data Centre อีก 150 ไร่ และอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าที่มีความต้องการที่ดินขนาดใหญ่ ส่วนยอดขายที่ดินเวียดนามจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังหลังนิคมที่ทัญฮว้าเฟสแรกสร้างเสร็จในไตรมาส 3 โดยล่าสุดมีการเซ็นสัญญา LOI แล้วประมาณ 40-50 ไร่ ด้านธุรกิจอื่นยังแข็งแกร่ง นำโดยโลจิสติกส์ที่มีความต้องการพื้นที่ใหม่เพิ่มขึ้นและอัตราการเช่าเฉลี่ยสูง 90% ธุรกิจสาธารณูปโภคเติบโตดีจากปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจไฟฟ้าฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส 1 ซึ่งมีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเก็คโก่-วัน คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 804 ล้านบาท ลดลง 18% จากปีก่อนและ 47% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT และไตรมาส 1 มีกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนลงทุนใน WHAIER 737 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน จากธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำ และไฟฟ้าเป็นหลัก
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก
บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 12 หุ้นได้ประโยชน์จากโครงการ TISA และแผนบริหารประมงแห่งชาติ
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA อยู่ระหว่างสรุปผลศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไข โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ข้อเสนอการเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่ไหลเข้า โดยทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนดัชนีได้ 25 ถึง 30 จุด และส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ในธีมลงทุน เช่น GULF, GPSC, KBANK, KTB, ADVANC, AMATA, WHA รวมถึงหุ้นภาคบริการอย่าง BDMS, BH และ AOT นอกจากนี้ มติเห็นชอบแผนบริหารจัดการการประมงแห่งชาติระยะ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารทะเลและอาหารส่งออก อาทิ TU และ ITC
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
Cloud & Digital Infrastructure▲
DBS ชี้วิกฤตไฟฟ้าสหรัฐเร่งลงทุน Data Center มาไทย หนุนหุ้น GULF-GPSC-ADVANC-WHA
ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐที่พุ่งสูงจากธุรกิจ Data Center จนบางรัฐเสี่ยงกำลังผลิตไม่พอ อาจเร่งการลงทุนมายังประเทศไทย โดยผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าใน 14 รัฐทางตอนกลางของสหรัฐได้ประกาศเตือนว่าอาจต้องใช้มาตรการตัดกระแสไฟฟ้าเป็นบางพื้นที่ ด้าน DBS มองว่าธุรกิจ Data Center ใช้ไฟฟ้าสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปประมาณ 10 เท่า และปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐหลายแห่งได้เข้ามาลงทุนในไทยแล้ว เช่น Microsoft ลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Google Cloud ลงทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ AWS มีแผนลงทุนระยะยาวราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ DBS ประเมินว่าหากมีการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ GULF, GPSC และ BGRIM กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง ADVANC และ TRUE ตลอดจนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA
efinanceThai · 36d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
บล.ดาโอชี้หุ้นไทยผันผวน แนะ Selective Buy รับ Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย
บล.ดาโอประเมินดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบแคบใกล้เป้าหมายระยะสั้นที่ 1630-1650 จุด ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนทั่วโลกต่อหุ้นเทคโนโลยีและสถานการณ์สงครามที่ยังอ่อนไหว โดยตลาดไทยได้แรงหนุนจาก Fund Flow และราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน ด้านปัจจัยในประเทศ การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำไปสู่การเร่งรัดโครงการรถไฟไทย-จีนและขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและ AI ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ และเทคโนโลยี ขณะที่กระทรวงคมนาคมเดินหน้านโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท และศึกษาการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดเพื่ออุดหนุนระบบขนส่งมวลชน ในต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดแม้อิหร่านส่งสัญญาณเปิดช่องเจรจาทางการทูต ส่วนตลาดหุ้นจีนดีดตัวหลังกองทุนแห่งชาติเข้าซื้อพยุงตลาดและทางการเตรียมหารือสถาบันการเงินเพื่อเรียกความเชื่อมั่น กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy โดยได้ประโยชน์จาก Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันอย่าง PTTEP, TOP และ SPRC ยังได้อานิสงส์จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการประชุม World AI Conference ได้แก่ ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE พอร์ตหุ้นแนะนำนำ MTC และ OR เข้ามาใหม่ ประกอบด้วย MTC, OR, WHA, GULF, TOP, HMPRO, TRUE, CRC, PTTEP และ PTT ในสัดส่วนหุ้นละ 10%
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
ฟิลลิปชี้ 7 หุ้นเด่นรับหวังการลงทุนจากจีน หนุน SET แกว่งไซด์เวย์อัพ
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า แรงหนุนจากธนาคารเผยงบดีและการเก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 คาดเซนติเมนต์เชิงบวกมาจากการเผยงบของกลุ่มธนาคารที่ดีกว่าบลูมเบิร์กคอนเซนซัส สอดรับกับวานนี้ที่เคเคพีและทีทีบีเผยกำไรต่อหุ้นมากกว่าบลูมเบิร์กคอนเซนซัสที่ร้อยละ 15.46 และร้อยละ 9.26 ตามลำดับ ส่งผลให้เกิดความคาดหวังว่าหุ้นในกลุ่มธนาคารที่จะเผยงบในวันนี้จะมีผลการดำเนินงานออกมาในเชิงบวกเช่นกัน อีกทั้งยังมีความคาดหวังว่าหลังการเผยงบของหุ้นกลุ่มธนาคารที่เหลือ นักวิเคราะห์จะปรับราคาพื้นฐานขึ้น ขณะที่มาตรการภาครัฐคาดเป็นอีกแรงหนุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มในประเทศ หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแถลงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกระทรวงการคลังจะเสนอให้ผู้หลุดสิทธิได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 นอกจากนี้ยังมีลุ้นมาตรการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวที่เตรียมของบกลาง 1,750 ล้านบาทเพื่อโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่น่าวางใจ แม้อิหร่านเผยการเจรจากับสหรัฐดำเนินต่อไปได้ แต่กบฏฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นร้อยละ 0.9 ปิดที่ 83.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ฟิลลิปคาดดัชนีเอสอีทีแกว่งตัวไซด์เวย์อัพในกรอบ 1,640 ถึง 1,660 จุด โดยมีกลยุทธ์เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นหลายกลุ่ม และหนึ่งในกลุ่มที่แนะนำคือหุ้นที่หวังการลงทุนจากจีน ได้แก่ แอดวานซ์ อมตะ กันกุล กัลฟ์ โรจนะ ดับบลิวเอชเอ และดับบลิวเอชเอยูพี
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
WHA.BK▲
บล.เอเชียพลัส คาด SET ภาคบ่ายไซด์เวย์ จับตาภาษีสหรัฐฯ-มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
บล.เอเชียพลัส คาด SET Index ภาคบ่ายเคลื่อนไหวไซด์เวย์ในกรอบ 1,644 ถึง 1,657 จุด โดยเตือนว่าหากไม่สามารถทะลุแนวต้าน 1,657 จุดได้ จะยังคงอยู่ในช่วงปลายของคลื่น b ซึ่งเสี่ยงต่อการปรับตัวลง พร้อมให้กลยุทธ์สำหรับสัญญา S50U26 ว่าให้รอชอร์ตเพิ่มที่ 1,100 ถึง 1,120 จุด และตัดขาดทุนหากทะลุ 1,126 จุด ด้านปัจจัยต่างประเทศ สหรัฐฯ ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางประเภทในอัตราร้อยละ 50 ทำให้ประเด็นภาษีการค้ากลับมากดดันตลาดอีกครั้ง ส่วนการเจรจาการค้าของไทย หากสรุปภาษีที่ร้อยละ 15 ถึง 20 หรือต่ำกว่า จะเป็นบวกต่อหุ้น WHA, AMATA, DELTA, HANA, KCE, CCET และกลุ่มส่งออก แต่หากสูงกว่าร้อยละ 25 จะกดดันหุ้นส่งออกและกระแสเงินทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ตลาดน่าจะรับรู้กรณีฐานที่ร้อยละ 15 ถึง 20 ไปพอสมควรแล้ว ทำให้ SET Index มีข้อจำกัดในการปรับลง ขณะที่วาระสำคัญในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ เตรียมขยายเวลายื่นอุทธรณ์หรือทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ จากเดิมสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม และเตรียมช่วยเหลือผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเดือนละ 1,000 บาท ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 ซึ่งเป็นบวกเล็กน้อยต่อหุ้นค้าปลีกฐานราก เช่น CPALL, CPAXT, BJC และ CRC
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
Huawei เล็งขยายลงทุน AI และคลาวด์ในไทย หนุนหุ้นกลุ่มนิคมและโรงไฟฟ้า
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับผู้บริหาร Huawei โดยบริษัทเล็งขยายการลงทุนด้าน AI และคลาวด์ในประเทศไทย ต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากร รัฐบาลพร้อมสนับสนุน Huawei ในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีเพื่อยกระดับไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก่อนหน้านี้กลุ่มบิ๊กเทคจีนยืนยันแผนลงทุนในไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ Optical Transceiver สำหรับ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และการขยายกำลังผลิต EV ผ่านนโยบาย Thailand FastPass ของ BOI ฝ่ายวิจัยมองว่าธีม Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังดึงทุนจีนได้ต่อเนื่อง เป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA, AMATA, PIN และ S รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่าง GULF, GPSC และ GUNKUL
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 2
4 บริษัทยักษ์จีนเตรียมลงทุนในไทย 7 หมื่นล้าน ดันหุ้นนิคม-ยานยนต์-ชิ้นส่วน-พลังงาน
ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและยานยนต์จากจีนเตรียมขยายการลงทุนในไทยมูลค่ารวม 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2 กลุ่ม ได้แก่ เทคโนโลยี AI และ Data Center ซึ่ง Innolight Technology และ Eoptolink Technology จะขยายฐานผลิต Optical Transceiver รองรับการเติบโตของ AI และ Cloud Data Center และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง Xiaomi Corporation กำลังพิจารณาตั้งฐานผลิต EV และศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทย ส่วน Changan Automobile เดินหน้าขยายกำลังการผลิตจาก 100,000 คันเป็น 200,000 คันต่อปีภายในปี 2573 พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคและศูนย์ R&D ด้าน EV หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มนิคมอย่าง AMATA, WHA, ROJNA, PIN กลุ่มยานยนต์อย่าง AH, SAT, STANLY กลุ่มชิ้นส่วนอย่าง HANA, DELTA, KCE, SMT และกลุ่มพลังงานอย่าง GULF
Thunhoon · 38d อ่านต่อ ▾
บล.กสิกรไทย ชี้โรดโชว์จีนหนุนหุ้นนิคมฯ AMATA-WHA-ROJNA รับ FDI เพิ่ม
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินว่าการเดินทางเยือนนครเฉิงตูของนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือความร่วมมือด้านการลงทุนกับบริษัทชั้นนำของจีน 6 แห่ง เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจากโอกาสในการรองรับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจเพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ อมตะ คอร์ปอเรชัน หรือ AMATA ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ หรือ ROJNA ขณะเดียวกันกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบินมีโอกาสได้รับปัจจัยหนุนหากแผนเพิ่มเที่ยวบินและจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นไปตามเป้าหมาย โดยหุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หรือ ERW โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL และแอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC
Kaohoon · 38d อ่านต่อ ▾
Electrification & Mobility▲
ดาโอชี้ 10 หุ้นไทยรับอานิสงส์นโยบาย AI จีน หลังนายกฯ หารือสี จิ้นผิง
บล.ดาโอประเมินว่าหุ้นไทย 10 ตัวจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายปัญญาประดิษฐ์ของจีน ภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งจีนพร้อมสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และศูนย์ข้อมูลในภูมิภาค หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ประกอบด้วย ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE โดยดาโอได้นำ WHA, GULF และ TOP กลับเข้าสู่พอร์ตแนะนำอีกครั้ง ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก แต่หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP และโรงกลั่นน้ำมันยังคงได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
HoonVision · 38d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2
ดาโอประเมิน SET สัปดาห์นี้กรอบ 1,620-1,650 จุด รับแรงหนุนน้ำมันพุ่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินกรอบดัชนี SET สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,620-1,650 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น หลังกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2026 ด้านกลยุทธ์ลงทุนแนะนำเลือกซื้อหุ้นที่ได้อานิสงส์จากสงครามและกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยหุ้นเด่นในกลุ่มน้ำมัน ได้แก่ PTTEP, TOP และ SPRC ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยเพื่อหารือความร่วมมือด้าน AI และ EV ประกอบด้วย ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE ทั้งนี้ บล.ดาโอ ได้ปรับพอร์ตหุ้นแนะนำ โดยนำ WHA, GULF และ TOP กลับเข้ามาในพอร์ตอีกครั้ง
HoonSmart · 38d อ่านต่อ ▾
Electrification & Mobility▲
คาด SET บ่ายระวังแรงขาย จับตา BOI ดึงลงทุนย้ายฐานเข้าไทย
บล.เอเชีย พลัส คาด SET Index ช่วงบ่ายยังไม่พ้นแนวต้าน 1640-1642 จุด และต้องระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากตลาดอยู่ปลายรอบคลื่น b โดยโอกาสทะลุผ่านแนวต้าน 1642-1645 จุด และ 1657 จุดอย่างถาวรมีต่ำ แนะนำให้หาจังหวะขายเล่นรอบ พร้อมระบุกลยุทธ์ S50U26 โดยทุน Short วันที่ 15 กรกฎาคมที่ 1075-1082 จุด และรอ Short เพิ่มที่ 1095-1100 จุด โดยมีจุดตัดขาดทุนเมื่อทะลุ 1105 จุด ด้าน BOI เดินหน้าดึงบริษัท Xiaomi, Changan, Innolight และ Eoptolink ขยายการลงทุนในไทย ครอบคลุมอุตสาหกรรม EV, AIOT, AI Data Center และเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ ซึ่งจะหนุนการลงทุนในซัพพลายเชนไทยและเพิ่มโอกาสการย้ายฐานการผลิตด้าน AI และอิเล็กทรอนิกส์มายังประเทศไทย โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA, WHA, ROJNA, PIN กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA, HANA, KCE, CCET และกลุ่ม Data Center และพลังงานอย่าง GULF และ GPSC นอกจากนี้ การยกระดับปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หนุนให้เงินบาทอ่อนค่า โดยมีเป้าหมายที่ 33.80-34.00 บาทต่อดอลลาร์ และต้องระวังกระแสเงินทุนที่อาจเริ่มไหลออก โดยสังเกตได้จาก VIX Index ที่ฟื้นตัวตามคาดในรูปแบบ Double Bottom และ Descending Triangle ด้วยการ Breakout ที่ระดับ 18% และมีเป้าหมายที่ 24-32%
HoonVision · 38d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
ทุนจีน 7 หมื่นล้านบาทเตรียมลงทุนไทยใน EV และ AI Data Center
4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและยานยนต์จากประเทศจีนเตรียมขยายการลงทุนในไทยมูลค่ารวม 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยี AI และ Data Center ตามรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า XIAOMI CORPORATION กำลังพิจารณาขยายฐานการผลิต EV และตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทย ขณะที่ CHANGAN AUTOMOBILE เดินหน้าขยายกำลังการผลิตจาก 100,000 คันเป็น 200,000 คันต่อปีภายในปี 2573 พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคและศูนย์ R&D ด้าน EV ส่วนในกลุ่ม AI และ Data Center INNOLIGHT TECHNOLOGY เตรียมสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ในจังหวัดสระบุรีเพื่อขยายการผลิต Optical Module และ EOPTOLINK TECHNOLOGY เตรียมขยายกำลังการผลิตในโรงงานชลบุรีและระยอง หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ได้แก่กลุ่มนิคมอย่าง AMATA WHA ROJNA และ PIN กลุ่มยานยนต์อย่าง AH SAT และ STANLY กลุ่มชิ้นส่วนอย่าง HANA DELTA KCE และ SMT และกลุ่มพลังงานอย่าง GULF
Share2Trade · 38d อ่านต่อ ▾
WHA ชี้รัฐบาลเยือนจีนหนุนลงทุน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ครึ่งหลังโอนที่ดินพุ่ง
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนประเทศจีนของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 16 ถึง 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในไทยและช่วยสนับสนุนยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในอนาคต สำหรับแนวโน้มธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 บริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากไตรมาสแรกปี 2569 มียอดขายแล้วกว่า 1,000 ไร่ และคาดว่าจะเห็นการโอนและรับรู้รายได้ชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแรงสนับสนุนจากธุรกิจโลจิสติกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีแผนขายทรัพย์สินหรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์เพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี WHA ยังคงเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองบวกต่อหุ้น WHA โดยคาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตชัดเจนจากความต้องการที่ดินในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 5.60 บาท
Thunhoon · 38d อ่านต่อ ▾