จีนเปิดเผยแผนพัฒนาการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ 5 ปีฉบับใหม่ โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้สูงกว่า 30 ล้านล้านหยวน หรือ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 แผนดังกล่าวจัดทำร่วมกันโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ MIIT และคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน หรือ NDRC ครอบคลุมกรอบยุทธศาสตร์ปี 2026 ถึง 2030 สะท้อนความพยายามของรัฐบาลจีนในการพึ่งพาตนเองด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงการประมวลผลขั้นสูง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดำเนินต่อเนื่องทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายด้านรายได้ จีนยังตั้งเป้าเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% ภายในปี 2030 โดยกำหนดภารกิจไว้ 17 ด้าน ครอบคลุม 9 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ตั้งแต่ชิ้นส่วนและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การผลิตและการวัดเฉพาะทาง โฟโตนิกส์ การประมวลผลขั้นสูง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค อิเล็กทรอนิกส์ด้านพลังงาน เทคโนโลยีด้านข้อมูลพิกัดและเวลา ชิปและอุปกรณ์ปลายทางสำหรับ AI ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ภาคอุตสาหกรรม แผนยังผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมวงจรรวม พร้อมยกระดับวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเซนเซอร์อัจฉริยะ ด้านการประมวลผลและหน่วยความจำ จีนจะพัฒนาหน่วยความจำแฟลชแบนด์วิดท์สูงควบคู่กับผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ อาทิ Ferroelectric RAM, Resistive RAM และ Magnetoresistive RAM พร้อมตั้งเป้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลอัจฉริยะขนาดใหญ่มากที่รองรับคลัสเตอร์ AI ซึ่งติดตั้งการ์ดประมวลผลหลายแสนชิ้น และเร่งนำเทคโนโลยีการประมวลผลในอวกาศมาใช้งาน การประกาศแผนเฉพาะภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากจีนเผยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 เมื่อวันที่ 7 กันยายน ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ