ผอ.CIA เยือนรัสเซียลับ เตือนอย่าโจมตี NATO

Geopolitics Impact 4
โดย Money & Banking·USRU·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) เดินทางเยือนกรุงมอสโกอย่างไม่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อเตือนรัสเซียไม่ให้โจมตีองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่มการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธระยะไกล การเดินทางครั้งนี้นับเป็นการเยือนมอสโกครั้งแรกที่รับรู้ต่อสาธารณะของแรตคลิฟฟ์นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง โดยเริ่มเป็นที่จับตาเมื่อวันอังคารหลังมีผู้พบเห็นเครื่องบินกองทัพอากาศสหรัฐและขบวนรถทางการทูตในเมือง Wall Street Journal รายงานเป็นแห่งแรกถึงวัตถุประสงค์ โดยอ้างแหล่งข่าวว่าแรตคลิฟฟ์ส่งคำเตือนไม่ให้โจมตีประเทศสมาชิก NATO ขณะที่ Politico และ CBS News รายงานในทิศทางเดียวกัน CBS News ยังระบุว่าแรตคลิฟฟ์หยิบยกสถานการณ์อิหร่านขึ้นหารือ โดยเตือนถึงมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมหากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดตามปกติ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้มาตรการ Secondary Sanctions ต่อประเทศและคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน หลังสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านดำเนินมานานประมาณ 6 เดือน โดยจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตุรกีเป็นคู่ค้ารายสำคัญของอิหร่าน ขณะที่รัสเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเตหะราน การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เตือนว่าปูตินเตรียมยกระดับสงคราม พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรเพิ่มแรงกดดันผ่านมาตรการคว่ำบาตรและเร่งส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ภารกิจลับนี้จึงสะท้อนความเสี่ยงที่สงครามอาจขยายตัวหากเกิดการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับ NATO โดยตรง

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
impact 4

กอบศักดิ์ชี้สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงถาวร

สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญที่เปิดทางให้สหรัฐมีบทบาทด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์ในระยะยาว นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โพสต์เฟซบุ๊ก กอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุว่า เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยอมให้สิทธิสหรัฐใช้กรีนแลนด์ตามที่สหรัฐต้องการ เพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง Golden Dome และควบคุมการเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือที่กำลังเปิดขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงนี้ให้สหรัฐมีอำนาจควบคุมด้านความมั่นคงและความจำเป็นอื่น ๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์อย่างถาวร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แก่สหรัฐ และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐจะไม่สามารถตั้งฐานทัพ ส่งกำลังทหารเข้ามาประจำการ หรือลงทุนในกิจการที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์ได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากสหรัฐ กอบศักดิ์ระบุว่าข้อตกลงนี้มีอายุชั่วนิรันดร์ ไม่มีวันสิ้นสุด และสหรัฐจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งกำลังทหารขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่เหมาะสมของกรีนแลนด์ทันที พร้อมมองว่าเป็นความคืบหน้าสำคัญในกรอบของ Donroe Doctrine ที่สหรัฐต้องการควบคุมจุดสำคัญรอบบ้านในอเมริกาเหนือ-ใต้ ต่อจากปานามา เวเนซุเอลา โคลอมเบีย และกรีนแลนด์ โดยเหลือคิวบาและบราซิลที่รอการเลือกตั้ง 4 ตุลาคมนี้