← Back

Bangkok Bank PCL

Bangkok Bank Public Company Limited provides various commercial banking products and services in Thailand and internationally. It operates through Domestic Banking, International Banking, Investment Banking, and Others segments. The company provides various personal banking products and services, including savings, current, fixed deposit, foreign currency deposit, securities trading, and other accounts; home and personal loans, as well as loans for pensioners; mutual funds; bonds and debentures; life and non-life bancassurance products; payment, funds transfer, currency exchange and foreign instrument, and SMS services; debit, credit, travel, and prepaid cards; and internet and mobile banking, ATM, and other services. It also offers business banking products and services comprising operating accounts; e-bank confirmation on blockchain, loans for SMEs, and electronic guarantee services, as well as online payments for buyers/dealers; securities services, such as custodian, mutual fund supervisor, provident fund registrar, securities registrar, and debenture holders' representative services; payment, collection, liquid management, and merchant services; digital banking services; and commercial cards. In addition, the company provides trade finance, remittances, export and import, project, corporate finance, electronic, capital market, project and structured finance, and financial advisory services, as well as business property insurance, and FX and interest rate risk management services. Further, it offers fund management, securities, and assets management services. The company was founded in 1944 and is headquartered in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving BBL.BK
BBL.BK2

กอบศักดิ์ชี้ไทยเข้าสู่ยุค New Economy ดัน GDP โต 3.5-4%

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จังหวะสำคัญของการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แผ่นวงจรพิมพ์ รถยนต์ไฟฟ้า และ AI ซึ่งจะช่วยให้ GDP กลับมาขยายตัวได้ที่ระดับ 3.5-4% ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากกระบวนการสร้างโรงงานและขยายห่วงโซ่อุปทานใช้เวลาประมาณ 2 ปี ก่อนเริ่มเดินเครื่องการผลิตเต็มกำลัง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนนโยบาย BOI to IPO เพื่อดึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย พร้อมเน้นย้ำให้ภาครัฐเร่งยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัยเพื่อคว้าโอกาสทอง และเตือนถึงความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงการค้าที่อาจกระทบการส่งออก
InfoQuest·2hอ่านต่อ ▾
BBL.BK3

ผู้นำองค์กรใหญ่ชี้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าและฮับเทคฯ อาเซียน

ผู้นำองค์กรธุรกิจระดับประเทศ 4 ราย ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส, บมจ.ท่าอากาศยานไทย และธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026 ว่า วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และฮับเทคโนโลยีของอาเซียน โดยเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม Data Center, เทคโนโลยีชีวภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมแนะนำให้ภาครัฐและเอกชนเร่งปรับปรุงกฎระเบียบ ขยาย FTA และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อสร้างการเติบโตยั่งยืนและป้องกันการทะลักของสินค้าราคาถูกจากจีน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม จากปูนซิเมนต์ไทย กล่าวว่า การย้ายฐานการผลิตมายังไทยเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาว ขณะที่นายอาลก โลเฮีย จากอินโดรามา เวนเจอร์ส ชี้ว่า ไทยมีระบบนิเวศการผลิตที่แข็งแกร่งและสามารถเป็นศูนย์กลางตลาดทุนสำหรับกลุ่ม CLMV ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 250 ล้านคน นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ จากท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดผู้โดยสารทางอากาศในประเทศถึงร้อยละ 95 และกำลังเจรจาเปิดเส้นทางบินตรงใหม่สู่ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล จากธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และไทยก้าวเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์อันดับ 5 ของโลกภายใน 2 ปี
InfoQuest·2hอ่านต่อ ▾
BBL.BK

BBL คาดสินเชื่อรายใหญ่โตต่อ รับอานิสงส์ FDI ไหลเข้าไทย

ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL คาดว่าพอร์ตสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่จะยังคงเติบโตได้ดีในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จากกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ที่เริ่มไหลเข้าสู่ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยนายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่าธนาคารยังคงปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังในบางกลุ่มธุรกิจ แต่กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศยังมีการเติบโต และจะเป็นแรงสนับสนุนหลักในการดันพอร์ตสินเชื่อให้เติบโต โดย FDI ที่เคยศึกษาและวางแผนไว้เมื่อ 1-2 ปีก่อนเริ่มเข้ามาลงทุนจริงแล้ว แต่ในเฟสแรกบริษัทต่างชาติยังมีนโยบายการเงินที่Conservative และเตรียมเงินทุนของตนเองมา ทำให้ยังไม่มีความต้องการสินเชื่อจากธนาคารในท้องถิ่น แต่หลังจากผ่านเฟสแรกไปแล้ว ธนาคารเชื่อว่าจะเริ่มเห็นความต้องการสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจอย่างแท้จริง เช่น กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ แผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับคลื่นเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศระลอกใหม่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยสัดส่วน FDI ทั่วโลกที่ไหลเข้าภูมิภาคนี้พุ่งสูงถึง 20-25% และไทยซึ่งเคยได้รับเงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 2,500 ล้านดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสของธนาคารในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านให้แก่ลูกค้า แม้ตลาดรายย่อยและรายเล็กจะมีข้อจำกัด แต่ธนาคารยังมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด
thunhoon.com·3hอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

4 บริษัทจดทะเบียนชี้ไทยรับอานิสงส์ภูมิรัฐศาสตร์ ดึงเงินลงทุนไหลเข้า

บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 4 แห่ง ระบุว่าประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และหนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC กล่าวว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะธุรกิจ Data Center แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว พร้อมกับที่รัฐบาลไทยขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ผ่านคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 4 ชุด เพื่อปรับปรุงกฎหมาย ลดข้อจำกัด ขยายกรอบการค้าเสรี และพัฒนาทักษะทุนมนุษย์ โดยคาดหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภายใน 5-10 ปี ขณะที่นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL กล่าวว่าโลกให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น และไทยมีระบบนิเวศการค้าและการผลิตที่แข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางตลาดทุนสำหรับกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 250 ล้านคน ส่วนนางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กล่าวว่าท่าอากาศยานไทยสามารถปรับตัวรับวิกฤตได้ดี เช่น การเพิ่มผู้โดยสารจากจีนและญี่ปุ่นกว่า 30% และปัจจุบันเที่ยวบินจากตะวันออกกลางกลับมาให้บริการเต็ม 100% แล้ว ขณะที่ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และไทยกลายเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) อันดับ 5 ของโลก พร้อมแนะนำให้ธุรกิจไทยเร่งลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีและขยายสเกลเพื่อแข่งขันได้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·5hอ่านต่อ ▾
BBL.BK3

KGI ชู KBANK-KTB เด่น ลุ้นปันผลแบงก์ครึ่งปี KKP-TTB ยีลด์น่าสนใจ

KGI มองว่าธนาคารพาณิชย์จะทยอยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดว่า KKP และ TTB จะให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ขณะที่ SCB, KKP, KTB และ TISCO มี Dividend Yield เต็มปีสูงกว่า 6% โดย TTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.081 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายวันที่ 25 กันยายน 2569 KGI คาดว่า KKP จะจ่ายปันผลรวมปี 2569 ที่ 7.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 6.7% ส่วน KTB จ่าย 2.73 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% SCB จ่าย 11 บาทต่อหุ้น Yield 7.2% และ TISCO จ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 14.50 บาทต่อหุ้น Yield 5.7% BBL จ่าย 10 บาทต่อหุ้น Yield 5.3% และ TTB จ่าย 0.14 บาทต่อหุ้น Yield 4.9% KGI ยังคงชื่นชอบ KBANK และ KTB มากกว่าธนาคารอื่น โดยมองว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะช่วยหนุน ขณะที่ KKP ก็เป็นที่ชื่นชอบจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง 65% YoY ในครึ่งแรกปี 2569 และ Credit Cost ที่มีโอกาสลดลงต่ำกว่า 1%
thunhoon.com·1dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

ASPS แนะถือเงินสด-หุ้นปลอดภัย รับแรงขายจากโฟลว์เข้าเวียดนาม

บล.เอเซีย พลัส แนะนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนเงินสดและเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง หลังการเตรียมเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ดัชนี FTSE Russell คาดดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มกันยายน 2569 ถึงกันยายน 2570 ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงขายสุทธิกว่า 112.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้น BBL, CPF และ BDMS พร้อมป้องกันความเสี่ยงพอร์ตต่างประเทศผ่าน DR ทองคำ GOLD19 และ DR Disney19 ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มอีก 7.5% สู่ระดับ 20.0% ก่อนประชุมผู้นำสหรัฐฯ-จีน 24 กันยายน 2569 และหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่แตะ 40.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
Kaohoon·2dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

บล.เอเซีย พลัส คงคำแนะนำถือ BBL เป้า 210 บาท

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิของธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ปี 2569-2570 ไว้ที่ 4.23 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน และ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ตามลำดับ โดยคาดสินเชื่อโต 2% อยู่กรอบล่างของเป้า 2-3% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ 2.5% ตามเป้า ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิคาดโต 1% ในปี 2569 และเร่งเป็น 3% ในปี 2570 จากธุรกิจ Wealth Management และ Bancassurance ด้านคุณภาพสินทรัพย์ใช้สมมติฐาน NPL Ratio 3.5% และ Credit Cost 1.1% สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและนโยบายตั้งสำรองแบบ Conservative โดย ROE ยังอยู่ที่ 7.2-7.4% ต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวที่สูงกว่า 10% บล.เอเซีย พลัส คงคำแนะนำ ถือ และปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 เป็น 210 บาท อิง PBV 0.6 เท่า โดยมองว่า BBL อยู่ในตำแหน่งพร้อมรับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทยจาก FDI, China+1 และอุตสาหกรรม New Economic Core เช่น Data Center, Semiconductor และ xEV รวมถึง PermataBank ที่ช่วยกระจายรายได้ในอินโดนีเซีย แต่ผลบวกต่อสินเชื่อและกำไรยังมี Lag-time และ Earnings Momentum ระยะสั้นถูกจำกัดจากเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำและ NIM ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ด้านกลยุทธ์ทางเทคนิค แนะนำ เคาะ ซื้อ โดยมีแนวรับ 188.50 บาท และแนวต้าน 192.50, 196.50 และ 198 บาท
thunhoon.com·2dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

กรุงศรีชี้สินเชื่อแบงก์ ก.ค. โตเล็กน้อย คงเป้า KBANK-KTB

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานสินเชื่อเดือนกรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.1% จากเดือนก่อนหน้า โดยสินเชื่อภาครัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SME และรายย่อยลดลง ธนาคารที่สินเชื่อเติบโตเด่นสุดคือ KTB เพิ่มขึ้น 2.0% จากเดือนก่อนหน้า ตามด้วย KKP เพิ่มขึ้น 1.1% และ TISCO เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อหดตัว นำโดย BBL ลดลง 1.2% ตามด้วย TTB ลดลง 0.6% KBANK ลดลง 0.4% และ SCB ลดลง 0.2% หากเทียบกับสิ้นปีก่อน สินเชื่อกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 2.6% โดย KTB นำที่ 6.1% ตามด้วย KKP 4.6% KBANK 2.8% SCB 2.4% และ BBL 1.4% ขณะที่ TISCO ทรงตัว และ TTB หดตัว 2.6% ด้านเงินฝากเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปีก่อน อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 83.2% ลดลงจาก 83.6% ในเดือนมิถุนายน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อการรายงานสินเชื่อเดือนกรกฎาคม และคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารที่ bullish โดยคาด ROE ปี 2027F เพิ่มจากปี 2026F จากดอกเบี้ยขาลงที่จบแล้ว การกลับมาของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ และการเติบโตในกลุ่ม Wealth Management รวมถึงมองว่าราคาหุ้นธนาคารซื้อขายไม่แพงที่ PBV 0.9 เท่า ต่ำกว่าช่วงปี 2011-15 ที่ 1.5 เท่า และธนาคารในอาเซียนที่ 1.5-3.0 เท่า โดยเลือก KBANK และ KTB เป็น Top Pick
HoonVision·3dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

BBLAM โอนธุรกิจ BCAP เสร็จสมบูรณ์ AUM แตะ 1.017 ล้านล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่ากระบวนการรับโอนธุรกิจการจัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคลจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด หรือ BCAP เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 หลังเข้าถือหุ้น BCAP ตั้งแต่ 4 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารรวม 1,017,176 ล้านบาท นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าการรวมธุรกิจครั้งนี้ช่วยเพิ่มสายผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครบถ้วน ทั้งกองทุนตราสารหนี้ ตราสารทุน ผสม ETF สินทรัพย์ทางเลือก และการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมตอกย้ำความร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และช่องทางขายหลัก รวมถึงพันธมิตรจัดการกองทุนระดับโลกภายใต้แนวทาง Multi-Manager Partnership โดยล่าสุดกองทุนรวม B-WEALTH Series ซึ่งเป็นกองทุนจัดพอร์ตสำเร็จรูปกระจายความเสี่ยงทั่วโลก มียอดขายตั้งแต่การเสนอขายครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสูงกว่า 20,000 ล้านบาท
HoonVision·9dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

เงินบาทปิด 33.05/06 แข็งค่าเล็กน้อย จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน

เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 33.05/06 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ 33.06/07 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 33.05-33.10 บาทต่อดอลลาร์ นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพระบุว่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคแข็งค่าขึ้น หลังตลาดรับรู้ข่าวที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่ามีการเจรจากับอิหร่านเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า สำหรับคืนนี้ตลาดรอติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ขณะที่ในภาพใหญ่จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ นักบริหารเงินคาดว่าวันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.15 บาทต่อดอลลาร์
InfoQuest·20dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

บล.พายคาด 8 แบงก์จ่ายปันผลระหว่างกาลสูง SCB-KKP-TISCO ให้ผลตอบแทนเกิน 6%

บล.พายประเมินว่าธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยคาดว่าทั้งปีกลุ่มแบงก์จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.7% ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.พาย ระบุว่า SCB KKP และ TISCO จะมี Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 6% โดย SCB คาดจ่ายทั้งปี 10.42 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.8% KKP คาดจ่าย 7.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.3% และ TISCO คาดจ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6% ส่วน BBL แม้กำไรลดลงแต่คาดยังจ่ายทั้งปี 10 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม คิดเป็น 5.3% ด้าน KBANK คาดจ่ายทั้งปี 12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5.1% ขณะที่ KTB คาดจ่าย 2.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5% TTB คาดจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.6% CREDIT คาดจ่าย 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.5% และ BAY คาดจ่าย 1.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 3.5% สำหรับแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง นายธนเดชมองว่าหากตัดรายได้จากตลาดทุนออกไป กำไรจะไม่หวือหวา เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิเริ่มทรงตัวและสินเชื่ออาจปรับขึ้นเล็กน้อยตามการลงทุนภาคเอกชน
Prachachat·24dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นไทยพักเที่ยงร่วงแรง 31.44 จุด ถูกกดดันจาก DELTA และหุ้นกลุ่มแบงก์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ปิดพักเที่ยงที่ 1,593.03 จุด ลดลง 31.44 จุด หรือคิดเป็น 1.94% โดยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 66,466.40 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1,588.48 จุด ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับหุ้น DELTA ปรับตัวลงแรงหลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้โบรกเกอร์หลายแห่งปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ถึง 2570 ลง นอกจากนี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อาทิ BBL KKP KTB และ KBANK ต่างปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยกดดันตลาดโดยรวม
Thunhoon·28dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นแบงก์ยังไม่แพง กูรูชี้ฟันด์โฟลว์เข้าสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นเร็วและแรงจน KBANK และ KTB ทำจุดสูงสุดใหม่ยังไม่ถือว่าแพงเกินไป โดยนักวิเคราะห์มองว่าเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็น หลังจากที่ผ่านมากลุ่มแบงก์เทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาโดยตลอด นายกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นมาสู่ระดับที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้น นักลงทุนควรพิจารณาศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น Data Center ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ BBL KBANK KTB และ SCB ด้านนางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์พิสูจน์ศักยภาพการทำกำไรต่อเนื่องแม้สินเชื่อโตไม่มาก โดยมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย กำไรอัตราแลกเปลี่ยน และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมาชดเชย อีกทั้งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น ทำให้ NPL และ Credit Cost ไม่เป็นภาระหนัก ปัจจุบันหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เทรดที่ประมาณ 1 เท่าของ P/BV ยังมีโอกาสปรับขึ้นตามการเติบโตของกำไร โดยมีปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน FDI ที่ขอ BOI จำนวนมาก ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวช่วยลดแรงกดดันต้นทุนทางการเงิน หากดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง BBL และ KTB จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น กลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาด โดยมีหุ้นเด่นคือ BBL และ KTB ส่วน TISCO ยอมรับว่าสินเชื่อปี 2569 อาจทรงตัวจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน จึงหันมาเน้นรายได้ค่าฟีจากธุรกิจประกันและค่าธรรมเนียมตลาดทุนมากขึ้น
Thunhoon·28dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นไทยปิดครึ่งเช้าลบ 11.91 จุด รับแรงกดดัน DELTA ร่วง 5.86%

ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,632.48 จุด ลดลง 11.91 จุด หรือ 0.72% มูลค่าการซื้อขาย 53,832.74 ล้านบาท โดยมีแรงกดดันหลักจากหุ้น DELTA ที่ร่วงลง 5.86% หลังประกาศกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด ส่งผลลบต่อดัชนี SET ถึง 17.73 จุด ขณะที่หุ้น BBL, AOT, KBANK และ MINT ได้รับแรงซื้อเข้ามาประคองดัชนีไว้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มภาคบ่ายว่าดัชนีจะผันผวนในกรอบแคบโดยมีน้ำหนักซึมลง โดยให้แนวรับที่ 1,626-1,629 จุด และแนวต้านที่ 1,636-1,638 จุด
HoonSmart·31dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

BBL เตรียมขายพันธบัตรออมพลัส ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% วงเงิน 2,000 ล้านบาท 3-5 ส.ค. นี้

ธนาคารกรุงเทพเตรียมเปิดจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสระหว่างวันที่ 3 ถึง 5 สิงหาคม 2569 วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท นางสาวสุญาณี ภูริปัญญวานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่เปิดเผยว่าพันธบัตรแบ่งเป็นสองรุ่นอายุคือรุ่นสามปีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปีและรุ่นสิบปีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปีโดยจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน การจองซื้อกำหนดวงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาทและไม่จำกัดวงเงินสูงสุดแต่ผู้จองซื้อต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงก่อนทำรายการผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งหรือสาขาของธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ การจัดสรรใช้วิธี Small Lot First และจะประกาศผลในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
Kaohoon·31dอ่านต่อ ▾
BBL.BK3

แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ อัปเกรดบัตรเครดิต Co-Brand สู่ Loyalty Ecosystem หนุนเดินทางซ้ำ

ธนาคารกรุงเทพและสายการบินไทยแอร์เอเชียสานต่อความร่วมมือปีที่ 12 อัปเกรดบัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ เชื่อมสิทธิประโยชน์การเดินทางและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพื่อสร้าง Loyalty Ecosystem และผลักดันให้ลูกค้าเดินทางซ้ำ พร้อมเปิดตัวบัตรโฉมใหม่ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล rPVC โดยผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิพิเศษแบบ VIP ตั้งแต่เช็กอินจนถึงรับกระเป๋า รวมถึงโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนน AirAsia points จากการใช้จ่ายทั่วไป ซึ่งสามารถนำไปแลกเที่ยวบินหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ผ่านเครือข่ายพันธมิตรของแอร์เอเชียรีวอร์ด อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติเพื่อรับสิทธิพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว เช่น การแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่และสิทธิ Companion Pass บัตรใหม่นี้จะเปิดให้สมัครหรือเปลี่ยนจากบัตรเดิมได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
Prachachat·33dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเป้า SET กลางปี 70 แตะ 1,710 จุด พร้อมแนะ 11 หุ้นเด่น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,710 จุดภายในกลางปี 2570 โดยอิงประมาณการกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 100.5 บาท และค่า PER เป้าหมาย 17 เท่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 ขึ้น 3% เป็น 99 บาท และปี 2570 เป็น 102 บาท สะท้อนการเติบโต 13% และ 4% จากปีก่อน ตามลำดับ พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องและกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA และ TIDLOR
Kaohoon·33dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นแบงก์รีบาวด์ต่อ รับโบรกอัพเป้าใหม่ ชี้ราคาต่ำบุ๊ก-ปันผลจูงใจ

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยรีบาวด์ต่อเนื่อง หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาและประมาณการกำไร โดย KTB อยู่ที่ 42.25 บาท บวก 0.60% BBL อยู่ที่ 189 บาท บวก 1.07% KBANK อยู่ที่ 237 บาท บวก 1.28% SCB อยู่ที่ 153 บาท บวก 0.33% และ TTB อยู่ที่ 2.92 บาท บวก 0.69% ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น แนะนำซื้อ KBANK เป้าหมาย 300 บาท และซื้อ KTB เป้าหมาย 55 บาท ขณะที่ BBL และ TTB ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เป้าหมาย 225 บาท และ 3.50 บาท ส่วน SCB แนะนำถือ เป้าหมาย 155 บาท KKP แนะนำซื้อ เป้าหมาย 145 บาท และ TISCO แนะนำลดการลงทุน เป้าหมาย 115 บาท นอกจากนี้ คาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและการกลับมาของวัฏจักรลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและต่ำกว่าธนาคารในภูมิภาคอาเซียน
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

KSS ปรับเพิ่มเป้ากำไรกลุ่มแบงก์ ชู KBANK-KTB เป็นหุ้นเด่น

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี หรือ KSS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือกธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม KSS แนะนำซื้อ KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 300 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ที่ 5.31 หมื่นล้านบาท และ 5.57 หมื่นล้านบาท รับประโยชน์จากวัฏจักรลงทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ส่วน KTB แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 55 บาท โดดเด่นด้านคุณภาพสินทรัพย์และการลงทุนภาครัฐ สำหรับธนาคารอื่น KSS ปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายใหม่ ได้แก่ BBL เป็นซื้อที่ 225 บาท, SCB เป็นถือที่ 155 บาท, TTB เป็นซื้อที่ 3.50 บาท, KKP เป็นซื้อที่ 145 บาท และ TISCO เป็นลดการลงทุนที่ 115 บาท ฝ่ายวิจัยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลในปี 2569 ด้วยอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง การกลับมาของการลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท และการเติบโตของธุรกิจเวลธ์ อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยังซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและธนาคารในอาเซียน
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

BBL ร่วงหนัก 6.5% หลังกำไรไตรมาส 2 ลดลง 19.8% และ NPL พุ่งเป็น 3.3%

หุ้นธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ร่วงลง 6.50% มาปิดที่ 187 บาท เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 หลังประกาศงบไตรมาส 2/2569 ที่มีกำไรสุทธิ 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จาก 3.1% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงขายสุทธิผ่านบัญชี NVDR สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของตลาด มูลค่า 2,457.73 ล้านบาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 11,844.31 ล้านบาท กำไรที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่หดตัว 12.4% เหลือ 27,769 ล้านบาท เนื่องจากแรงกดดันจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายที่กระทบส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ขณะที่การเพิ่มขึ้นของ NPL ถูกจับตาเชื่อมโยงกับหนี้ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD ซึ่งเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของ BBL มูลหนี้ 8,000 ล้านบาท หลังจาก ITD ถูกยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างของรัฐและถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งอาจทำให้หนี้บางส่วนถูกจัดชั้นเป็น NPL
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หยวนต้าคาด SET พักฐาน กลุ่มปิโตรฯ-โรงไฟฟ้าพยุงไม่ให้หลุด 1,600 จุด

บล.หยวนต้า ระบุว่า SET Index ที่ปรับตัวลงวานนี้มาจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลัง BBL ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ออกมาแย่กว่าคาด โดยกองทุนในประเทศขายสุทธิ 5.5 พันล้านบาท ขณะที่ต่างชาติขายเพียงเล็กน้อย ฝ่ายวิจัยมองการอ่อนตัวลงครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐานเพื่อลดความร้อนแรงของตลาด ยังไม่ใช่การจบรอบขาขึ้น โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี พลังงานต้นน้ำ และโรงไฟฟ้า จะสลับกันเข้ามาช่วยพยุง SET Index ไม่ให้ถอยต่ำกว่า 1,600 จุด ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ เช่น คดีฮั้ว สว. และประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง คาดว่าจะส่งผลกระทบด้าน Sentiment บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นกระทบเสถียรภาพของรัฐบาล และจะไปกระจุกตัวในช่วงเดือนกันยายน
HoonVision·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นแบงก์ไทยกำไรไม่โต ถูกเทขายหนัก กดดัชนีร่วง

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าคาด โดยดัชนีปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.17 แสนล้านบาท KBANK มีกำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สินเชื่อชะลอตัวและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิแคบลง SCB ยังคงตั้งสำรองสูงเพื่อรับมือความเสี่ยงลูกค้ารายย่อย ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว BBL กำไรครึ่งแรกปี 69 ร่วง 16.2% เหลือ 2.04 หมื่นล้านบาท โดยไตรมาส 2 ลดลงเกือบ 20% KTB ถูกกดดันจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้าและรายได้ค่าธรรมเนียมไม่เป็นไปตามคาด KTC แม้ผลงานดีแต่ถูกขายจากความกังวลเศรษฐกิจไตรมาส 3 AAV เผชิญต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้นจากค่าเช่าเครื่องบินและราคาน้ำมันผันผวน ส่วนหุ้นปาล์มอาจมีผลประกอบการสองหน้าสองอารมณ์ เพราะราคาขายปลายทางไม่สูงตามที่หวังแต่ต้นทุนรับซื้อผลปาล์มสดยังสูง
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK5impact 4

BBL กำไรไตรมาส 2/69 อ่อนแอ ฉุดหุ้นแบงก์ร่วงหนัก ดัชนีหมวดแบงก์ดิ่ง 3.28%

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 9,497.92 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลง 6.50% มาปิดที่ 187 บาท และฉุดให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างหนัก โดยดัชนีหมวดธนาคารร่วงลง 3.28% ปิดที่ 600.60 จุด มูลค่าการซื้อขายของหุ้นธนาคารใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ BBL, SCB, KBANK และ KTB รวมกันสูงถึง 32,747.21 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาดที่ 116,521.27 ล้านบาท นักวิเคราะห์หลายแห่งปรับลดคำแนะนำและราคาเป้าหมายของ BBL ลง เช่น ซิตี้กรุ๊ปปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 189 บาท จากเดิม 190 บาท และบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 210 บาท โดยมองว่า NIM ที่ต่ำสุดในไตรมาส 2 น่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
HoonSmart·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

เงินบาทปิดอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 33.81/83 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 33.81/83 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าและเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบประมาณ 1 ปีกว่า โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 33.73-33.83 บาท/ดอลลาร์ นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพระบุว่า การอ่อนค่ามาจากแรงเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารหลังประกาศงบ ทำให้มีเงินไหลออกจากตลาดทุน ประกอบกับดอลลาร์แข็งค่าจากความเข้มข้นของสงครามและการขู่เก็บภาษีเพิ่มเติมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่อาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่ ตลาดยังจับตาการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งหนุนมุมมองว่าเงินเฟ้อจะยังสูงและเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย คาดการณ์กรอบเงินบาทวันพรุ่งนี้ที่ 33.75-33.90 บาท/ดอลลาร์
InfoQuest·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นไทยปิดร่วง 13.63 จุด วอลุ่มทะลักแสนล้าน สถาบันเทขายสุทธิ 5,491 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,639.34 จุด ร่วงลง 13.63 จุด หรือ 0.82% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 116,521.27 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 5,490.73 ล้านบาท และนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 85.29 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 4,799.87 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 776.14 ล้านบาท แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งขึ้นแตะ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับแรงขายทำกำไรกลุ่มธนาคารหลังประกาศงบการเงิน โดยหุ้น BBL ร่วง 6.5% หลังกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 9.50 พันล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อนและ 14% จากไตรมาสก่อน ด้านกลุ่มปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นเด่น นำโดย PTTGC บวก 8% จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะทำจุดสูงสุดของปี
HoonSmart·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

หุ้นไทยปิดลบ 13.63 จุด ถูกกดดันจากขายแบงก์และหุ้นใหญ่

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด หรือ 0.82% มูลค่าการซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแรงขาย sell on fact ในหุ้นกลุ่มแบงก์หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 ครบทุกธนาคาร โดยหุ้น BBL ถูกขายหนักเพราะกำไรต่ำกว่าคาด ขณะที่ SCB, KTB และ KBANK ก็ปรับตัวลงเช่นกัน หุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT, GULF และ ADVANC ก็ปรับตัวลงกดดันตลาดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นที่คาดผลประกอบการดีตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้น เช่น PTTGC และ PTTEP
Thunhoon·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK10

BBL ร่วง 6.25% หลังกำไรต่ำกว่าคาด โบรกเกอร์หั่นเป้า

หุ้นธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ปรับตัวลง 6.25% มาที่ 187.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,299.83 ล้านบาท หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมากเมื่อเทียบกับธนาคารอื่น และกำไรจากการขายเงินลงทุนในตราสารหนี้ลดลงเหลือ 300 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 1,600 ล้านบาท ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์อ่อนตัวลงเล็กน้อย ส่งผลให้ Cost to Income เพิ่มขึ้นเป็น 49% จาก 45% ในไตรมาสก่อน ด้านโบรกเกอร์ต่างประเทศ Citi ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 189 บาท จากเดิม 190 บาท ส่วนบล.กสิกรไทยปรับคำแนะนำเป็น ถือ โดยมองว่าราคาปัจจุบันมีอัพไซด์จำกัด แต่ BBL ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตจากสินเชื่อองค์กร
InfoQuest·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

GBS สรุปงบแบงก์ Q2/69 กำไรทรงตัว คัด KBANK-BBL เป็นหุ้นเด่น

บล.โกลเบล็ก หรือ GBS เปิดเผยว่ากำไรกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2569 ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลงทั้งสองด้าน โดยหุ้นที่มีกำไรเติบโตทั้งเทียบปีต่อปีและเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ได้แก่ CIMBT KKP TISCO และ TTB ส่วนหุ้นที่กำไรลดลงทั้งสองด้าน ได้แก่ BBL KBANK และ BAY ด้านสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิของกลุ่มอยู่ที่ 13 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 2.5 จากต้นปี ร้อยละ 0.8 จากเดือนก่อน และร้อยละ 1.6 จากปีก่อน โดยธนาคารขนาดใหญ่อย่าง BBL KBANK KTB และ SCB มียอดปล่อยสินเชื่อเติบโตจากต้นปี ขณะที่ธนาคารที่เน้นสินเชื่อรายย่อยอย่าง CREDIT และ LHFG ก็เติบโตสูง ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น Neutral และเลือก KBANK กับ BBL เป็นหุ้นเด่น
ทันหุ้น·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

BBL ตั้งเป้าบัตรเครดิตแตะ 2.4 ล้านใบ ดันยอดใช้จ่ายโต 8%

ธนาคารกรุงเทพตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตในพอร์ตจาก 2.2 ล้านใบเป็น 2.4 ล้านใบภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรจะเติบโตประมาณ 8% นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดใช้จ่ายของธนาคารเติบโตมากกว่า 7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่เติบโตเพียงประมาณ 1.8% อย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารยังร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชียและแอร์เอเชีย MOVE สานต่อบัตรร่วม Co-Brand เข้าสู่ปีที่ 12 โดยปัจจุบันบัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด มียอดบัตรประมาณ 450,000 ใบ และตั้งเป้าเพิ่มอีก 100,000 ใบภายในปีนี้ กลยุทธ์ครึ่งปีหลังจะเน้นเพิ่มการใช้งานของผู้ถือบัตรเดิมและสร้างโปรโมชั่นผ่อน 0% ร่วมกับพันธมิตรร้านค้าเป็นรายกลุ่ม
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
BBL.BK2

หุ้นไทยพักเที่ยงร่วง 12.12 จุด แรงขาย BBL-SCB ฉุดตลาด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,640.85 จุด ลดลง 12.12 จุด หรือ 0.73% มูลค่าการซื้อขายประมาณ 65,895.39 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวลงแรงระหว่างวันต่ำสุดที่ 1,637.86 จุด โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากประกาศงบไตรมาส 2/69 ออกมาหมดแล้วในลักษณะ Sell on fact โดยเฉพาะหุ้น BBL ที่ประกาศงบออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด ทำให้ราคาปรับตัวลงแรง 6.25% ขณะที่หุ้น SCB, KBANK และ KTB ก็ปรับตัวลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้น PTTGC ที่ตลาดคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออกมาดี ราคาจึงปรับตัวขึ้น 5.33% สวนตลาดโดยรวม
Thunhoon·36dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

KSS ชี้ SET พักฐาน เงินหมุนเข้ากลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ แนะนำ PTTGC และ IVL

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีแนวโน้มพักฐาน แม้ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น หลังหุ้นเทคโนโลยีโลกฟื้นตัว ซึ่งอาจทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติที่เคยไหลออกจากหุ้นเทคเข้าสู่ตลาดไทยเริ่มชะลอลง โดยมีโอกาสเห็นการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นธนาคาร หลังทยอยประกาศผลประกอบการ ไปยังหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และสื่อสาร ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นและแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 ที่คาดว่าจะออกมาดี ขณะที่เริ่มเห็นแรงซื้อ ADVANC และ TRUE กลับเข้ามา สำหรับกลุ่มธนาคาร ผลประกอบการออกมาทั้งดีกว่าและต่ำกว่าคาด ทำให้หุ้นที่งบไม่โดดเด่นยังมีโอกาสถูกขายต่อ โดยเฉพาะ BBL และ SCB ซึ่งแม้ SCB รายงานกำไรดี แต่ระดับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับลงมากคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับ เนื่องจากสินเชื่อยังมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ นายชัยยศกล่าวถึงโครงการบัญชีออมเพื่อการลงทุน หรือ TISA ว่า หากกำหนดวงเงินลดหย่อนภาษีสูงถึง 600,000 บาท และให้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยโดยตรง จะเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่องและช่วยลดความผันผวน เนื่องจากผู้ลงทุนต้องถือครองระยะยาว โดยฐานผู้ลงทุนหลักน่าจะเป็นกลุ่มพนักงานประจำและมนุษย์เงินเดือนคล้ายกับ RMF และ Thai ESG ส่วนมาตรการ BOI to IPO ต้องติดตามรายละเอียดทั้งประเภทธุรกิจและขนาดบริษัท โดยหากสามารถดึงบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน จะช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดและความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย แต่หากเป็นบริษัทขนาดเล็กอาจยังไม่ส่งผลต่อภาพรวมตลาดมากนัก ด้านกลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำ ซื้อ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ราคาเป้าหมาย 45 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ราว 9,000 ล้านบาท รับส่วนต่างผลิตภัณฑ์ฟื้นตัวและขาดทุนสต๊อกต่ำกว่าคาด พร้อมแนะนำ ซื้อ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ราคาเป้าหมาย 27 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ราว 6,000 ล้านบาท จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น
Kaohoon·36dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

SET ร่วงกว่า 10 จุดต้นภาคเช้า รับแรงขายกลุ่มแบงก์-โรงไฟฟ้า

ดัชนี SET ต้นภาคเช้าปรับตัวลงกว่า 10 จุด สวนทางตลาดภูมิภาค โดย ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ 1,642.92 จุด ลดลง 10.05 จุด หรือคิดเป็น 0.61% รับแรงขายกลุ่มธนาคารและกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาด ขณะที่เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นไทยกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นมา นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้พักตัวหลังจากปรับขึ้นแรงจากเม็ดเงินต่างชาติ โดยผลประกอบการกลุ่มธนาคารไม่โดดเด่น โดยเฉพาะ BBL และ SCB ที่กำไรชะลอตัว แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้จึงถูกขายออกมา นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนและสัญญาณมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยังกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยประเมินแนวรับที่ 1,635 จุด และแนวต้านที่ 1,650 จุด
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 33.76/77 บาท/ดอลลาร์ สอดคล้องภูมิภาค

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.76/77 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดวานนี้ที่ 33.63 บาท/ดอลลาร์ โดยนักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพเปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวอ่อนค่า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ ประกอบกับมีการระบุว่าจะไม่มีการเจรจากับอิหร่านแล้ว สำหรับกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.60-33.90 บาท/ดอลลาร์
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
BBL.BK9

BBL กำไรไตรมาส 2/69 ร่วง 19.8% YoY รายได้หด สินเชื่อโตตามรายใหญ่-ต่างประเทศ

ธนาคารกรุงเทพ รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13.6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจากกำไรเงินลงทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตลดลงภายใต้หลักความระมัดระวัง สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.46% อย่างไรก็ตาม สินเชื่อขยายตัว 2.7% จากสิ้นปีก่อน มาอยู่ที่ 2,678,467 ล้านบาท หนุนโดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อสินเชื่อด้อยค่าอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 306.3% และอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นอยู่ที่ 21.4% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentationimpact 4

หุ้นไทยร่วง 12 จุด กังวลสงครามตะวันออกกลางปะทุและแรงขายหุ้นแบงก์หลังประกาศงบไตรมาส 2

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 12.23 จุด มาอยู่ที่ 1,640.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,795 ล้านบาท โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยกกระดาน นำโดย BBL, ADVANC, KTB, SCB และ DELTA ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่นิ่งและไร้วี่แววเจรจาที่มีนัยยะ ประกอบกับการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่ออกมาไม่โดดเด่น โดย KKP, KBANK และ TTB มีกำไรโดดเด่น ขณะที่ BBL และ SCB กำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และ SCB มีกำไรลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 472 ล้านบาทเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 วันทำการ ด้านบล.กรุงศรีคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์ถึงขาขึ้น โดยสงครามที่ผันผวนเป็นภาพระยะสั้นที่เป็นลบ หลังอิหร่านทำลายดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon ที่บาห์เรน และทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน ดันน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและความมั่นคงในระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวทรัมป์เตรียมประกาศภาษีมาตรา 301 เก็บภาษี 10-12.5% กับ 60 ประเทศ แทนมาตรา 122 ที่หมดอายุ 24 กรกฎาคมนี้ ด้านบล.พายระบุว่าตลาดอยู่ในช่วงชั่งน้ำหนักระหว่างผลประกอบการกับสงคราม โดยผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดี หลังเห็นสัญญาณกำไรกลุ่มต้นน้ำขยายตัวดีจาก TSMC และ ASML จึงเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ คืนนี้รอติดตามผลประกอบการของ ALPHABET ว่าจะมีทิศทาง CAPEX และการเติบโตอย่างไร แต่การเร่งขึ้นของ US Bond Yield ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดผันผวน โดยตลาดยังเชื่อว่าจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้และปีหน้า ราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย กลยุทธ์ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation โดยหุ้นแนะนำได้แก่ กลุ่มส่งออกอย่าง ITC และ TU, ค้าปลีกอย่าง CPALL, CPN และ HMPRO, นิคมฯ อย่าง AMATA และ WHA, โรงไฟฟ้าอย่าง BGRIM และ GPSC และการเงินอย่าง MTC
efinanceThai·36dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

กรุงศรีชี้กำไร บจ. ไตรมาส 2/69 โทนบวก หลังงบแบงก์แกร่ง พร้อมเปิดลิสต์ 7 หุ้นกำไรโต

บล.กรุงศรี ประเมินทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 อยู่ในทิศทางเชิงบวกและมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดถึงดีกว่าคาด มีเพียง BBL ที่กำไรต่ำกว่าตลาดคาดแต่ยังเป็นไปตามที่ประเมินไว้ ปัจจัยบวกสำคัญของกลุ่มธนาคารคือรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตขึ้นและเริ่มเป็น New S-Curve ของธุรกิจ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังประคองตัวได้แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม โดยมีเพียง SCB ที่ยังเปราะบางจากการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และ BBL มีการไหลตกชั้นของลูกหนี้เดิมเป็นหลัก สินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่กลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนผลบวกจากวัฏจักรการลงทุน โดย KBANK และ KTB มีการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่น ส่วน SCB ยังเป็นธนาคารเดียวที่สินเชื่อหดตัว ด้านหุ้นกลุ่ม Real Sector เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก โดย SCGP รายงานกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาด 21% จากภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง และ PTTGC รายงานกำไรสูงกว่าคาดจากภาวะ Supply Disruption ที่มากกว่าคาด เช่นเดียวกับ IVL และ SCC ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงหลังประกาศผลประกอบการจากแรงขายทำกำไรเป็นจังหวะทยอยสะสม เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management กำลังเติบโตเป็นปัจจัยหนุนใหม่ คุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดเสี่ยงสูงสุดแล้ว และผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้สะท้อนไปมากแล้ว แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร ได้แก่ KBANK และ KKP จากการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management และ KTB จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับฤดูประกาศงบที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออกมาแข็งแกร่งหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ได้แก่ ADVANC, SCC, IVL, BH, KBANK, AOT และ ICHI
efinanceThai·36dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

เอเซีย พลัส ชี้โลกเสี่ยง 3 สงคราม ดันน้ำมันพุ่ง ฟันด์โฟลว์โยกเข้าหุ้นไทย 4.4 หมื่นล้านบาท

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สงครามการค้าที่สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา และสงครามเทคโนโลยีที่สตาร์ทอัพจีน MOONSHOT AI เปิดตัวโมเดล KIMI K3 ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ แต่ต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากกลุ่มเติบโตสูงและ AI ไปสู่กลุ่มน้ำมัน หุ้นคุณค่าและปันผลสูง โดยตลาดหุ้นไทยกลายเป็นเป้าหมายของเงินทุนหลบภัย มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสุทธิกว่า 4.4 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม เน้นกลุ่มสื่อสาร พลังงาน และธนาคาร เช่น TRUE PTTEP KBANK TOP BBL และ GULF บล.เอเซีย พลัส ยังเตือนว่าไทยอาจขาดดุลการค้าราว 4,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน จากการนำเข้าที่พุ่งสูงถึง 35.8% YoY ขณะที่การส่งออกโตเพียง 15.2% YoY ซึ่งช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และจีน ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นเด่น SCGP PTTEP และ TIDLOR พร้อมจับตา 8 DR หุ้นจีน ได้แก่ TENCENT80 BABA80 MEITUAN80 NETEASE80 XPENG03 GEELY80 KUAISH23 และ XIAOMI80 รวมถึงการรายงานงบไตรมาส 2 ของกลุ่มบิ๊กเทคสหรัฐฯ นำโดย TESLA และ ALPHABET
Money & Banking·37dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

SET ปรับตัวบวก กลุ่มแบงก์ ผลประกอบการดีกว่าคาด

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 6.97 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้น DELTA และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ได้อานิสงส์จากโครงการแลนด์บริดจ์ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด โดยธนาคารกรุงไทยรายงานกำไรครึ่งแรกปี 2569 ทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาท โต 7.6% และธนาคารกรุงเทพมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 20,492 ล้านบาท แม้ลดลง 16.2% ส่วนไทยเครดิตกำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 17.8% จากพอร์ตสินเชื่อ Micro SME ที่เกือบแตะ 2 แสนล้านบาท
Money & Banking·37dอ่านต่อ ▾
BBL.BK

InnovestX มอง SET สัปดาห์นี้ผันผวน จับตางบแบงก์และภาษีสหรัฐ

นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน จากปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยแรกคือการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง TTB จะรายงานในวันนี้ ก่อนที่ธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ BBL, KBANK, KTB, SCB และ KKP จะทยอยประกาศในวันถัดไป ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเกือบ 9% นับตั้งแต่ต้นเดือน จากความคาดหวังว่าผลประกอบการอาจผ่านจุดต่ำสุดและมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงความคาดหวังต่อวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นหลายแห่งสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรในลักษณะ Sell on Fact ภายหลังการประกาศงบ นอกจากนี้ ตลาดยังต้องติดตามผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ โดย SCC มีกำหนดรายงานงบในวันพุธนี้ ขณะที่ DELTA จะประกาศในวันศุกร์ ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับดัชนี เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสูง อีกประเด็นสำคัญคือมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บสินค้าจากไทยในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 โดยมาตรการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ก่อนเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ซึ่งอาจเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% ทีมเจรจาของไทยจึงต้องเร่งหารือกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาอัตราภาษีไว้ที่ 10% เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาค เช่น กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สามารถบรรลุข้อตกลงในอัตราดังกล่าวแล้ว หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามและผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นต่อ InnovestX ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวต้านที่ 1,650 จุด และแนวรับที่ 1,615 จุด สำหรับ SCC คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องโรงงานบางส่วน แต่สเปรดผลิตภัณฑ์ที่ปรับดีขึ้นจะช่วยชดเชย ส่วนไตรมาส 3/69 คาดว่าผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัว ตามธุรกิจปิโตรเคมีที่กลับมาดำเนินงานดีขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรของ SCC เพิ่มขึ้น พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 268 บาท และคงคำแนะนำ Neutral ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้ระดับดัชนีเริ่มตึงตัว นักลงทุนจึงควรรอทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ซื้อ สำหรับหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP และ SPRC ที่ได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL มีโอกาสได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัวและปริมาณสินค้าในตลาดที่ลดลง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนราคาขายและสเปรดผลิตภัณฑ์ให้ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นขนาดใหญ่ที่มีลักษณะ Laggard และปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี ได้แก่ TU, MINT, BDMS และ MTC ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับตัวล่าช้ากว่าตลาด
Kaohoon·38dอ่านต่อ ▾