▲impact 4
สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ยูเครน 2.7 พันล้านดอลลาร์
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธทางทหารให้ยูเครนวงเงินสูงสุด 2.7 พันล้านดอลลาร์ ตามหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยแพ็กเกจนี้ครอบคลุมการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบ S-300 ขีปนาวุธ GAM-67 จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์พิสัยยิงไกลขึ้น ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย หากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ยูเครนจะใช้เงินสนับสนุนจากประเทศยุโรปร่วมกับงบประมาณกองทุนสนับสนุนการจัดหาอาวุธทางทหารแก่ต่างประเทศ หรือ Foreign Military Financing ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการจัดสรรไว้ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำหรับการซื้อขายครั้งนี้จะถูกนับเป็นเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนเพื่อฟื้นฟูยูเครน หรือ Ukraine Reconstruction Investment Fund ภายใต้ข้อตกลงชดเชยเงินคืนในอัตรา 1 ต่อ 1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐฯ และยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ข้อเสนอขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนยูเครนให้ประเทศยุโรปรับผิดชอบมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ทรัมป์ระบุว่าจะขอให้ประเทศยุโรปชดใช้เงินแก่สหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและกระสุนที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครน และยังมีขึ้นหลังทรัมป์ลงนามในกฎหมายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2565 และทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วง 20 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาแล้ว