DITTO นำ Blu Green Token เทรดวันแรกบน Bitkub ราคาพุ่ง 20%

Digital FinanceCommodity
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

โทเคนดิจิทัล Blu Green Token เข้าซื้อขายวันแรกบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub โดยราคาเปิดที่ 1.30 บาทต่อเหรียญ เพิ่มขึ้น 8.33% จากราคาจอง 1.20 บาท และระหว่างวันปรับขึ้นไปแตะ 1.44 บาท หรือเพิ่มขึ้น 20% โทเคนดังกล่าวออกโดยบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ DITTO โดยเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีคาร์บอนเครดิตจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง นับเป็นโทเคนเพื่อสิ่งแวดล้อมเหรียญแรกของไทย ระดมทุน 400 ล้านเหรียญ มูลค่า 480 ล้านบาท เพื่อใช้ปลูกและดูแลป่าชายเลนกว่า 17,531 ไร่ ภายใต้มาตรฐาน T-VER ขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก ผู้บริหารระบุว่าโครงการนี้จะช่วยให้ภาคธุรกิจเข้าถึงคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น และเตรียมพร้อมรับมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนในอนาคต

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Carbon Removal (DAC) · 1 หุ้น
Ditto (Thailand) Public Company Limited
DITTO
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

DITTO's subsidiary issued the Blu Green Token, which surged 20% on first trading day, raising 480 million baht.

ผลกระทบต่อธีม 2

บริษัทนอก coverage 1

Siam TC Technology Co., Ltd.เอกชน▲ บวก
เงินทุนอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Siam TC Technology issued the Blu Green Token, which surged 20% on first trading day, raising 480 million baht.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DITTO นำคาร์บอนเครดิต 10% ของพื้นที่ 170,000 ไร่ ทำ Tokenization เปิดทางลงทุน

บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO นำคาร์บอนเครดิตจากประมาณ 10% ของพื้นที่โครงการปลูกป่าชายเลนที่บริษัทดูแลมากกว่า 170,000 ไร่ มาผ่านกระบวนการ Tokenization เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนและภาคธุรกิจเข้าถึงคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยยังมีข้อจำกัด เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องจับคู่กันเองและยังไม่มีตลาดสาธารณะ นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO กล่าวในงานสัมมนา “เปิดโลกสินทรัพย์ทางเลือก เติมเต็มโอกาสการลงทุน” ว่า Blue Green Token ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านคาร์บอนเครดิตและสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงนำมาตรฐาน ICMA ซึ่งใช้กับ Green Bond มาประยุกต์ใช้ โดยผู้ถือ Token ที่ถือครบตามเงื่อนไข 7 ปี จะได้รับการรับประกันเงินต้น พร้อมผลตอบแทน 3% ต่อปี และมีโอกาสได้รับประโยชน์เพิ่มเติมหากมูลค่าคาร์บอนเครดิตในอนาคตปรับตัวสูงขึ้น นายฐกร ระบุว่า ป่าชายเลนมีศักยภาพดูดซับคาร์บอนประมาณ 9.4 ตันคาร์บอนต่อไร่ต่อปี และหากประเทศไทยเปลี่ยนจากตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจไปสู่ตลาดภาคบังคับ จะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้สอดคล้องกับกติกาสากล ด้านนางสาววรรณพรรธน์ ภาษยะวรรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก Investment Banking and Tokenization Token X เปิดเผยในงานเดียวกันว่า Token X ซึ่งอยู่ในกลุ่ม SCBX ช่วยผู้ที่ต้องการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงการ โดยนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในกระบวนการออกและกระจาย Token และระบุว่า Blue Green Token ใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 3-4 ปีกว่าจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ได้

Alphabet หนุนโครงการกำจัดคาร์บอนของ Terradot ขยายขนาดสิบเท่า

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่า Alphabet ได้สนับสนุนโครงการกำจัดคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงขณะนี้ผ่าน Terradot แม้ว่าราคาหุ้นของบริษัทจะปรับตัวลงประมาณ 0.9% สู่ระดับ 341.72 ดอลลาร์ก็ตาม Terradot วางแผนที่จะนำวัสดุสำหรับกระบวนการผุกร่อนแบบเร่งไปใช้ในพื้นที่นาข้าวกว่า 200,000 เฮกตาร์ในบราซิล โดยตั้งเป้าสร้างเครดิตจากการลดก๊าซมีเทนหนึ่งล้านเมตริกตันภายในปี 2030 และเครดิตจากการกำจัดคาร์บอนอีกหนึ่งล้านตันภายในปี 2040 ซึ่งเป็นเป้าหมายการกำจัดคาร์บอนที่มีขนาดใหญ่กว่าโครงการผุกร่อนของหินก่อนหน้านี้ราวสิบเท่า กูเกิลถือหุ้นใน Terradot อยู่แล้ว ทำให้บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเครดิตเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของเทคโนโลยีนี้ด้วย ธุรกรรมของ Terradot ในปี 2024 บ่งชี้ว่าต้นทุนการกำจัดคาร์บอนอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ผู้พัฒนามองว่าระดับประมาณ 100 ดอลลาร์จะเป็นระดับที่อาจปลดล็อกการนำไปใช้ในวงกว้างขึ้นได้ แม้ว่าราคาของข้อตกลงล่าสุดของกูเกิลจะยังไม่เปิดเผยก็ตาม ราคาหุ้นของ Alphabet ที่ 341.72 ดอลลาร์นั้นสูงกว่ามูลค่าประเมิน GF Value ที่ 253.99 ดอลลาร์อยู่ 34.54% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้การใช้จ่ายมหาศาลของกูเกิลด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานต้องแปลงออกมาเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน

KBANK อัดฉีด 600 ลบ. หนุนบีคอน วีซี ลุย 3 โครงการ ESG สตาร์ทอัพ

บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าลงทุนผ่านกองทุน Beacon Impact Fund ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย โดยกองทุนดังกล่าวได้ส่งมอบเงินลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 ล้านบาท เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ในมิติ ESG และขยายผลในวงกว้างทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นทั่วโลก สำหรับปี 68 กองทุน Beacon Impact Fund ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมใน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ Quantified Energy สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ผู้นำเทคโนโลยีตรวจสอบแผงโซลาร์สำหรับ Utility-Scale Solar Farm ด้วยโดรนอัตโนมัติแบบ Electroluminescence Mapping Solution ซึ่งทำสถิติโลกด้วยการตรวจสอบแผงโซลาร์กว่า 1 ล้านแผงภายในสามสัปดาห์, Arkadiah Technology สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ที่ให้บริการพัฒนาโครงการปลูกป่าเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบครบวงจรด้วยระบบ Digital Monitoring, Reporting, and Verification ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และ Raisewell Ventures กองทุนเพื่อสังคมจากซิลิคอนแวลลีย์ที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึกในสหรัฐอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศไทยในสามกลุ่มหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตและซัพพลายเชน และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ