SCB.BK
บาทอ่อนค่า รับเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลัง PCE สหรัฐสูงกว่าคาด
ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดที่ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากราคาปิดเมื่อวานที่ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ หลังดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐ (PCE) สูงกว่าคาด หนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.70 - 32.95 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี และสภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้วิกฤตพลังงานและปรับโครงสร้างประเทศ นักลงทุนให้น้ำหนัก 54.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม หลังดัชนี PCE ทั่วไปปรับตัวขึ้น 3.7% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.6% ขณะที่ Core PCE อยู่ที่ 3.3% ตามคาด นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมที่แจ็กสัน โฮล วันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% และหนี้รัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 4h อ่านต่อ ▾
SCB ประกาศจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น คาดแบงก์ใหญ่ให้ผลตอบแทนสูง
ธนาคารเอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสม โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569 และจ่ายเงินในวันที่ 25 กันยายน 2569 ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 15-20% ของปันผลเต็มปี ยกเว้น TTB ที่อาจจ่ายถึง 50% และคาดว่า KKP จะเพิ่มปันผลอย่างแข็งแกร่งจากกำไรที่โต 65% ในงวดครึ่งปีแรก สำหรับปี 2569 คาดว่า KTB จะมีอัตราการจ่ายปันผลที่ 80% และ KBANK ที่ 65% โดย KBANK เคยจ่ายปันผลพิเศษ 2 บาทต่อหุ้นในปี 2568 แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นแล้ว แต่ผลตอบแทนจากเงินปันผลของ SCB, KKP, KTB และ TISCO ยังสูงกว่า 6% โดยบล.เคจีไอชอบ KBANK, KTB และ KKP เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกำไรและฐานะการเงินแข็งแกร่ง
HoonVision · 20h อ่านต่อ ▾
KGI ชู KBANK-KTB เด่น ลุ้นปันผลแบงก์ครึ่งปี KKP-TTB ยีลด์น่าสนใจ
KGI มองว่าธนาคารพาณิชย์จะทยอยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดว่า KKP และ TTB จะให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ขณะที่ SCB, KKP, KTB และ TISCO มี Dividend Yield เต็มปีสูงกว่า 6% โดย TTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.081 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายวันที่ 25 กันยายน 2569 KGI คาดว่า KKP จะจ่ายปันผลรวมปี 2569 ที่ 7.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 6.7% ส่วน KTB จ่าย 2.73 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% SCB จ่าย 11 บาทต่อหุ้น Yield 7.2% และ TISCO จ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น Yield 6.2% ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 14.50 บาทต่อหุ้น Yield 5.7% BBL จ่าย 10 บาทต่อหุ้น Yield 5.3% และ TTB จ่าย 0.14 บาทต่อหุ้น Yield 4.9% KGI ยังคงชื่นชอบ KBANK และ KTB มากกว่าธนาคารอื่น โดยมองว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะช่วยหนุน ขณะที่ KKP ก็เป็นที่ชื่นชอบจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง 65% YoY ในครึ่งแรกปี 2569 และ Credit Cost ที่มีโอกาสลดลงต่ำกว่า 1%
thunhoon.com · 1d อ่านต่อ ▾
SCB.BK
SCB-KTB ฟันธง กนง. คงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 70
ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงไทยคาดการณ์ว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 26 สิงหาคมนี้จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อไปจนถึงปี 2570 เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้าและเติบโตไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ภาคครัวเรือน และ SMEs ที่ยังแบกภาระหนี้สูงและการเงินตึงตัว ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อลดลง โดยนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า กนง. จะยังคงดอกเบี้ยที่ระดับนี้ไม่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และเชื่อว่าส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐไม่เป็นประเด็นกดดันให้บาทผันผวนแรง เพราะ ธปท. มีเครื่องมือดูแลเพียงพอ ด้านนายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุเหตุผลสนับสนุน 3 ประเด็นคือ ความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง เศรษฐกิจไทยโตไม่ทั่วถึง และภาวะการเงินตึงตัว โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ราว 24% จัดอยู่ใน Stage 2-3 ที่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูง พร้อมมองว่าดอกเบี้ย 1% น่าจะเป็นระดับต่ำสุดในวัฏจักรรอบนี้ หากไม่มีวิกฤตเศรษฐกิจหรือพลังงานเหนือความคาดหมาย และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอาจสูงขึ้นสู่ระดับ 1.75-2.00% ได้ภายในปี 2572-2573
InfoQuest · 1d อ่านต่อ ▾
SCB-PTT ทำสัญญา Swap 25 ปี ยาวนานที่สุดในไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์และ ปตท. ลงนามสัญญา USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นธุรกรรม CCS ที่มีอายุสัญญายาวนานที่สุดที่องค์กรไทยเคยทำ ธุรกรรมนี้ถูกออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและร่วมฉลองวาระครบรอบ 48 ปีของ ปตท. โดยช่วยให้ ปตท. บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยระยะยาว รวมถึงบริหารต้นทุนทางการเงินและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมทางการเงินของทั้งสององค์กรในการยกระดับมาตรฐานตลาดการเงินไทยอย่างยั่งยืน
Kaohoon · 2d อ่านต่อ ▾
SCB EIC เพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569-70 เป็น 2.2%-2.1%
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.2% และปี 2570 เป็น 2.1% จากแรงส่งการลงทุนและส่งออกกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตยังกระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง โดยปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ลงเหลือ 1.7% และคาดว่าจะชะลอสู่ 0.8% ในปี 2570 พร้อมมองว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปี ขณะที่คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2569 ไว้ที่ 2.5%
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
FSS ชี้สินเชื่อแบงก์โต ชู KTB-BBL ท็อปพิก กำไรปี 69-71 เด่น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุยอดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ภายใต้การวิเคราะห์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมโต 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 2.6% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ 1.7% โดยธนาคารกรุงไทย หรือ KTB มีการเติบโตของสินเชื่อรายเดือนสูงสุด 2.1% ตามด้วยธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เติบโต 1.1% และทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป หรือ TISCO เติบโต 0.1% ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB และธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB มียอดสินเชื่อหดตัว การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินเชื่อภาครัฐวิสาหกิจและสินเชื่อธุรกิจ รับแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อเพื่อการผลิต การสะสมสินค้าคงคลังอันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงโครงการลงทุนต่างๆ ส่วนสินเชื่อรายย่อยมีทิศทางผสมผสาน โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่มีหลักประกันบางส่วนยังคงเติบโต เงินฝากรวมเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 4.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.0% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเติบโตเร็วกว่าสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของกลุ่มอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ 83.2% โดย KBANK KKP KTB SCB และ TTB มีเงินฝากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ FSS ประเมินว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะยังคงแข็งแกร่งในช่วงปี 2569-2571 จากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและตลาดทุน การควบคุมต้นทุน และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี จะช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัว นอกจากนี้ความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่แข็งแกร่งและต้นทุนเงินทุนที่บริหารจัดการได้ดี เป็นปัจจัยหนุนต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ โดยคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/2569 จะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเลือก BBL ราคาเป้าหมาย 240 บาท และ KTB ราคาเป้าหมาย 47.30 บาท เป็นหุ้นเด่น นอกจากนี้ยังคงคำแนะนำซื้อ KKP ราคาเป้าหมาย 125 บาท KBANK ราคาเป้าหมาย 265 บาท TTB ราคาเป้าหมาย 3.05 บาท และ SCB ราคาเป้าหมาย 170 บาท ขณะที่แนะนำถือ TISCO ราคาเป้าหมาย 132 บาท จากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยที่น่าสนใจระดับ 5% ต่อปี
Kaohoon · 2d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
SCB ปล่อยสินเชื่อ 1,745 ล้านบาทแก่เดอะไนน์โซเทล
ธนาคารไทยพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อจำนวน 1,745 ล้านบาทแก่บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม Renaissance Pattaya Resort & Spa เพื่อยกระดับการให้บริการและรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยโรงแรมมีแผนปรับปรุงห้องพักเดิม 257 ห้อง และขยายการลงทุนสร้าง Luxury Pool Villa จำนวน 20 หลัง ขนาด 150 ถึง 440 ตารางเมตร พร้อมร้านอาหารญี่ปุ่นและออนเซ็นแอนด์คลับเฮาส์ภายในโรงแรม กลุ่มเดอะไนน์โซเทลยังมีแผนขยายการลงทุนในอนาคตสู่โครงการโรงแรมแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ตและเกาะสมุย สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีต่อภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย ซึ่งปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์เป็นสถาบันการเงินที่มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization▲
SCBX–Hashed เผยรายงานชี้ 6 ตลาดหลักจุดเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล
SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research เปิดตัวรายงาน Powering Southeast Asia's Digital Future ซึ่งสรุปผลการศึกษาจากงาน Southeast Asia Blockchain Week 2026 ที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดเก็งกำไรสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้งานได้จริง รายงานวิเคราะห์ภูมิทัศน์สินทรัพย์ดิจิทัลใน 6 ตลาดหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย พร้อมชี้ว่าไทยมีระบบสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรที่สุดในภูมิภาค และ SCBX เป็นหนึ่งในผู้เล่นเชิงสถาบันที่แข็งขันที่สุด ข้อมูลสำคัญระบุว่า GDP รวมอาเซียนแตะ 4.17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เศรษฐกิจดิจิทัลมีมูลค่า 305,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าธุรกรรมบนเชนในเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้นจาก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 2.36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบปีถึงเดือนมิถุนายน 2568 รายงานสรุปว่าคอขวดที่เหลืออยู่คือประเด็นเชิงพาณิชย์และปฏิบัติการ เช่น การจ่ายเงินปลายทางท่ามกลางสกุลเงินท้องถิ่นที่กระจัดกระจาย และสภาพคล่องในตลาดรองสำหรับสินทรัพย์โทเคน โดยเน้นว่าคุณค่าสูงสุดของเทคโนโลยีอยู่ที่ความสามารถในการเขียนโปรแกรม
Kaohoon · 3d อ่านต่อ ▾
SCB จับมือเทเวศประกันภัย เปิดตัวประกันเดินทางใหม่ผ่านแอป SCB EASY
ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกับบริษัท เทเวศประกันภัย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางใหม่ 2 รายการ ได้แก่ Easy Global Trip สำหรับการเดินทางต่างประเทศ และ Easy Sabai Trip สำหรับการเดินทางในประเทศ จำหน่ายผ่านแอป SCB EASY โดยมีจุดเด่นคือขยายความคุ้มครองถึงผู้สูงอายุ 80 ปี ซึ่งยังมีน้อยรายในตลาด และให้ลูกค้าเลือกเพิ่มความคุ้มครองหมวดอื่นได้ตามต้องการ แทนการรวมเป็นชุดเดียวแบบเดิม เมื่อซื้อผ่านแอปจะได้รับความคุ้มครองทันที พร้อมกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ทางอีเมลหรือ SMS ธนาคารจัดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ซื้อ Easy Global Trip ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569
Kaohoon · 5d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
Amex ผนึก 3 แบงก์ใหญ่ขยายจุดรับบัตรดึงนักท่องเที่ยวพรีเมียมเข้าไทย
อเมริกัน เอ็กซ์เพรสประกาศความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อขยายเครือข่ายจุดรับบัตรทั่วประเทศไทย หวังดึงกำลังซื้อกลุ่มพรีเมียมซึ่งมียอดใช้จ่ายต่อปีสูงกว่าบัตรเครือข่ายอื่นถึง 3 เท่า เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยระหว่างปี 2566 ถึง 2568 จำนวนสมาชิกบัตร Amex ที่เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น 47% สอดรับกับนโยบาย High Value Tourism ของภาครัฐ พร้อม สิริสันต์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ระบุว่าการขยายจุดรับบัตรจะครอบคลุมหมวดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับทั้งสมาชิกในไทยและนักท่องเที่ยวพรีเมียมจากทั่วโลก ปัจจุบัน Amex ใช้ชำระเงินได้ที่ร้านค้ากว่า 170 ล้านแห่งทั่วโลก และเพิ่มจำนวนร้านค้าที่รับบัตรขึ้น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2564
Money & Banking · 7d อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization
▲ 9
SCB เปิดตัว Gold Marketplace รวม 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่เทรดผ่านแอป
ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัว SCB Gold Marketplace บริการซื้อขายทองคำผ่านแอป SCB EASY ครั้งแรก โดยรวม 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก และวายแอลจี ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลูกค้าสามารถเทรดทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐผ่านบัญชี SCB e-FCD โดยอ้างอิงราคาตลาดโลกทั้งแบบ 96.5% และ 99.99% ไม่มีค่าธรรมเนียม เริ่มต้นลงทุน 0.05 บาททองหรือ 0.05 ออนซ์ และสามารถถอนทองคำจริงได้ที่ร้านค้าพันธมิตรหรือจัดส่งถึงบ้าน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ สารัชต์ รัตนาภรณ์ ระบุว่า การลงทุนทองคำในไทยเติบโตสูงถึง 50% ของ GDP และปริมาณการซื้อขายรายวันโตกว่าตลาดหุ้นค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ Head of Financial Markets แพททริก ปูเลีย กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้พัฒนาจากการเติบโตของการลงทุนผ่านมือถือ ความสนใจสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยปัจจุบัน SCB EASY มีผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านราย ซึ่งมีความพร้อมในการลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น
Prachachat · 8d อ่านต่อ ▾
Critical Materials & Supply Chain▲
ฮั่วเซ่งเฮงคาดทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ ชี้จังหวะสะสมรอบใหม่
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 74,000-75,000 บาท โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,500 ดอลลาร์ นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าแรงหนุนสำคัญมาจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่ซื้อเพิ่ม 20 ตันในเดือนกรกฎาคม และกลุ่ม BRICS ที่เพิ่มสัดส่วนทองคำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผลตอบแทนทองคำในประเทศเฉลี่ย 16.4% ต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สูงกว่าตลาดสปอตที่ 14.5% และคาดว่าจะยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 15% ต่อปีใน 3-5 ปีข้างหน้า ฮั่วเซ่งเฮงยังร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์นำผลิตภัณฑ์ทองคำขึ้น Marketplace ของ SCB เพื่อเข้าถึงลูกค้ากว่า 17 ล้านราย และเปิดให้ลงทุนขั้นต่ำ 0.05 ออนซ์ 0.05 บาท หรือ 0.05 กรัม
Kaohoon · 9d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
YLG มองทองคำขาขึ้น ลุ้น Gold Spot แตะ 5,000 ดอลลาร์
วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล มองราคาทองคำผ่านจุดต่ำสุดแล้วและยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยประเมินแนวต้านสำคัญที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากผ่านได้อาจขึ้นไปทดสอบ 4,850-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่ระดับสูงสุดเดิม 5,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจยังไม่กลับไปทดสอบในปีนี้เพราะแรงกดดันจากดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตร ด้านราคาทองในประเทศให้แนวต้านสูงสุดประมาณ 77,000 บาทต่อบาททองคำ และจุดรับน่าสนใจที่ 61,000-62,000 บาท พร้อมแนะนำจัดสรรทองคำ 5-15% ของพอร์ตและใช้กลยุทธ์ Buy on Dip ที่กรอบ 4,100-4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ล่าสุด YLG ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เปิดให้ซื้อขายทองคำเป็นดอลลาร์สหรัฐโดยตรงด้วยอัตราแลกเปลี่ยน Wholesale Rate และระบบ Real-Time Settlement
Kaohoon · 10d อ่านต่อ ▾
SCB WEALTH แนะเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐ รับดอกเบี้ยสูงยาว
SCB WEALTH ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง และแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนจากตลาดโลก โดยนางสาวเกษรี อายุตตะกะ Head of Investment Research ของ SCB CIO ระบุว่าแม้เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ครึ่งแรกของปี 2569 ยังขยายตัวแข็งแกร่ง SCB CIO แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนสหรัฐฯ คุณภาพดี อายุสั้นถึงกลาง พร้อมหลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาวที่ได้รับผลกระทบจาก Term Premium ที่สูงขึ้น ด้านนายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโสของ SCB Financial Markets คาดว่าในระยะสั้นเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30–33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และนักลงทุนสามารถใช้จังหวะที่เงินบาทอ่อนค่ามากกว่า 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทยอยสะสมเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรองรับการลงทุนในต่างประเทศระยะยาว ขณะที่นางสาวศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director ของ SCB Asset Management ระบุว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็น Investment Currency ที่สำคัญของโลก และการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนระดับโลก พร้อมกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว ด้านนายจรณพงศ์ รัตนะโสภา Head of Investment Product Specialist ของ InnovestX แนะนำ 3 ธีมการลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ผ่านกองทุน ETF กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ และกองทุนตลาดเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินและรอจังหวะลงทุน
Money & Banking · 12d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
SCB WEALTH เปิดกลยุทธ์ One Smart Wealth รับมือตลาดยุคใหม่ แนะกระจายพอร์ตและเพิ่ม Liquid Alternatives
SCB WEALTH เปิดตัวกลยุทธ์ One Smart Wealth ภายใต้ VAULT Framework เพื่อบริหารความมั่งคั่งครบ 5 มิติ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยแนะนำให้นักลงทุนกระจายพอร์ตครอบคลุมสินทรัพย์ อุตสาหกรรม และภูมิภาค พร้อมเสริม Liquid Alternatives และ Hedge Fund เพื่อรับมือความผันผวน มองหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังมีโอกาสเติบโตจาก AI และ Data Center แต่ควรลงทุนแบบ Selective เนื่องจากราคาปรับขึ้นมามากแล้ว พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวกองทุน SCBGMCORE(A) และ SCBUSDGMCORE ซึ่งพัฒนาร่วมกับ BlackRock เพื่อเป็น Core Portfolio ที่ผสมผสานสินทรัพย์หลากหลายและกลยุทธ์ลดความผันผวน
Money & Banking · 16d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
SCB WEALTH ชู 3 ธีมลงทุนครึ่งปีหลัง AI Scarcity-Beyond Labels-Durable Income
SCB WEALTH จัดสัมมนา SCB WEALTH MARKET OUTLOOK เผย 3 ธีมลงทุนครึ่งหลังปี 2569 ได้แก่ AI Scarcity, Beyond Labels และ Durable Income พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ One Smart Wealth และใช้ VAULT Framework วางแผนบริหารทรัพย์สิน 5 มิติ นายศรชัย สุเนต์ตา CFA รองหัวหน้าธุรกิจเวลธ์ ระบุว่า AI ยังเป็น Mega Force แต่หุ้นต้นน้ำปรับขึ้นมากแล้ว จึงแนะนำกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจ AI กลางน้ำและปลายน้ำ รวมถึงเพิ่มสินทรัพย์สร้างรายได้ เช่น กองทุน SET REITs หุ้นไทยปันผลสูง ตราสารหนี้ต่างประเทศ และ Structured Notes ด้านนาย Navin Saigal จาก BlackRock เน้นย้ำ 3 ธีมดังกล่าว พร้อมชี้โอกาสในสินทรัพย์นอกตลาด โดยมูลค่าตลาดหุ้นนอกตลาดทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตลาดตราสารหนี้นอกตลาดมีมูลค่าประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา จาก InnovestX ประเมินว่าวัฏจักรขาขึ้นของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังดำเนินต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1 ปี แม้ P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 25-30 เท่า และแนะนำผลิตภัณฑ์ Structured Notes สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนระยะสั้น
Kaohoon · 16d อ่านต่อ ▾
บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน เปิดบัญชี FCD โต 500%
ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่าคนไทยถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท ท่ามกลางตลาดเงินตลาดทุนโลกผันผวน โดยยอดเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศหรือ FCD ในรอบปีที่ผ่านมาพุ่งขึ้นเกือบ 14 ล้านบัญชี เติบโตถึง 500% จาก 3 ปัจจัยหลักคือส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐที่ยังสูง เทรนด์การลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการกระจายความเสี่ยงค่าเงิน ด้านนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ผ่อนคลายเกณฑ์อัตราแลกเปลี่ยนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ก็เป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต่างแข่งขันเสนออัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Wealth พร้อมออกผลิตภัณฑ์ลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น
Prachachat · 22d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
ผู้ถือหน่วย SRIPANWA ไม่คัดค้าน กองทรัสต์กู้ SCB 274.7 ล้านบาท ไถ่ถอนหุ้นกู้ 10 ส.ค. นี้
ผู้ถือหน่วยทรัสต์ SRIPANWA ไม่มีผู้ใดแสดงการคัดค้านการเข้าทำธุรกรรมกู้ยืมเงินระยะยาวจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลให้กองทรัสต์สามารถดำเนินการกู้เงินจำนวน 274,700,000 บาทจาก SCB ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกับทรัสตีของกองทรัสต์ได้ โดยวงเงินกู้ส่วนนี้เป็นหนึ่งในสองส่วนของวงเงินกู้รวมทั้งสิ้น 574,700,000 บาท โดยอีกส่วนหนึ่งเป็นวงเงินกู้จำนวน 300,000,000 บาทจากสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่ง เงินกู้ทั้งหมดจะนำไปชำระคืนหุ้นกู้รุ่น SPWRT268A ซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 10 สิงหาคม 2569
Kaohoon · 23d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
บล.พายคาด 8 แบงก์จ่ายปันผลระหว่างกาลสูง SCB-KKP-TISCO ให้ผลตอบแทนเกิน 6%
บล.พายประเมินว่าธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยคาดว่าทั้งปีกลุ่มแบงก์จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.7% ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.พาย ระบุว่า SCB KKP และ TISCO จะมี Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 6% โดย SCB คาดจ่ายทั้งปี 10.42 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.8% KKP คาดจ่าย 7.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6.3% และ TISCO คาดจ่าย 7.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 6% ส่วน BBL แม้กำไรลดลงแต่คาดยังจ่ายทั้งปี 10 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม คิดเป็น 5.3% ด้าน KBANK คาดจ่ายทั้งปี 12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5.1% ขณะที่ KTB คาดจ่าย 2.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 5% TTB คาดจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.6% CREDIT คาดจ่าย 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 4.5% และ BAY คาดจ่าย 1.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 3.5% สำหรับแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง นายธนเดชมองว่าหากตัดรายได้จากตลาดทุนออกไป กำไรจะไม่หวือหวา เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิเริ่มทรงตัวและสินเชื่ออาจปรับขึ้นเล็กน้อยตามการลงทุนภาคเอกชน
Prachachat · 24d อ่านต่อ ▾
SCB.BK
BAM คาดกำไรครึ่งหลังปี 26 เร่งตัว เป้าราคา 9 บาท
บล.หยวนต้า คาดกำไรสุทธิของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หรือ BAM ในครึ่งหลังของปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นอย่างเด่นชัด โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 263 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 79.7 จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 จากไตรมาสก่อน หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่คาดโตขึ้นร้อยละ 10.6 จากไตรมาสก่อน และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่คาดโตขึ้นร้อยละ 13.6 จากการขายทรัพย์ NPL และ NPA ที่เริ่มฟื้นตัว แม้การตั้งสำรองจะปรับขึ้นร้อยละ 12.9 จากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการซื้อหนี้เสียก้อนใหญ่จาก SCB มูลหนี้ราว 6,000 ล้านบาท ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1,655 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.7 จากปีก่อน และคงคำแนะนำซื้อ โดยให้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 9 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์ร้อยละ 29.5 และคาดอัตราเงินปันผลตอบแทนร้อยละ 6.6
HoonVision · 27d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
หุ้นแบงก์ยังไม่แพง กูรูชี้ฟันด์โฟลว์เข้าสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นเร็วและแรงจน KBANK และ KTB ทำจุดสูงสุดใหม่ยังไม่ถือว่าแพงเกินไป โดยนักวิเคราะห์มองว่าเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็น หลังจากที่ผ่านมากลุ่มแบงก์เทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาโดยตลอด นายกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นมาสู่ระดับที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้น นักลงทุนควรพิจารณาศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น Data Center ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ BBL KBANK KTB และ SCB ด้านนางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์พิสูจน์ศักยภาพการทำกำไรต่อเนื่องแม้สินเชื่อโตไม่มาก โดยมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย กำไรอัตราแลกเปลี่ยน และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมาชดเชย อีกทั้งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น ทำให้ NPL และ Credit Cost ไม่เป็นภาระหนัก ปัจจุบันหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เทรดที่ประมาณ 1 เท่าของ P/BV ยังมีโอกาสปรับขึ้นตามการเติบโตของกำไร โดยมีปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน FDI ที่ขอ BOI จำนวนมาก ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวช่วยลดแรงกดดันต้นทุนทางการเงิน หากดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง BBL และ KTB จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น กลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาด โดยมีหุ้นเด่นคือ BBL และ KTB ส่วน TISCO ยอมรับว่าสินเชื่อปี 2569 อาจทรงตัวจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน จึงหันมาเน้นรายได้ค่าฟีจากธุรกิจประกันและค่าธรรมเนียมตลาดทุนมากขึ้น
Thunhoon · 28d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
MONEY EXPO 2026 โคราช ชูสินเชื่อ SME ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี พร้อมเงินฝากดอกเบี้ยสูง 1.60%
งานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO 2026 KORAT ครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช ภายใต้แนวคิด “AI WEALTH CREATION ขับเคลื่อนความมั่งคั่งด้วยพลังเอไอ” โดยมีไฮไลต์สำคัญคือสินเชื่อ SME จาก SME D Bank ที่ให้ดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 3 ปี และเงินฝากปลอดภาษี Krungthai ZERO TAX MAX ที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.60% ต่อปี นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นจากสถาบันการเงินชั้นนำอีกมากมาย อาทิ สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนจากกรุงศรีอยุธยา สินเชื่อรถยนต์ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.25% ต่อเดือนจากไทยพาณิชย์ และสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำสุด 9.99% ต่อปีจากกรุงศรีอยุธยา ด้านการออมมีเงินฝากปลอดภาษีจากกรุงไทยที่ให้ดอกเบี้ย 1.60% ต่อปีสำหรับฝาก 24 เดือน และเงินฝากออมสิน ออมรัก ที่ให้ดอกเบี้ย 0.35% ต่อปีพร้อมความคุ้มครองอุบัติเหตุ ผู้ซื้อประกันภายในงานสามารถรับเงินคืนสูงสุด 8% ทุกปี พร้อมของสมนาคุณ เช่น ทองคำแท่ง iPhone 17 Pro Max และ Samsung Galaxy S26 ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน
HoonSmart · 30d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▲
ปตท.เผยที่มาราคาหุ้นแตะ 40 บาท ชูกลยุทธ์กลุ่มโตทั้งกลุ่ม จ่ายปันผล 6-7% ต่อเนื่อง
นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ราคาหุ้น PTT ที่วิ่งขึ้นแตะ 40 บาท สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี มาจากนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อต่อเนื่อง เพราะชื่นชอบกลยุทธ์การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ของกลุ่ม ปตท. ที่ประสานความแข็งแกร่งเพื่อเติบโตไปด้วยกัน เมื่อบริษัทลูกแข็งแรงขึ้นก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้บริษัทแม่ ทำให้ ปตท. สามารถจ่ายเงินปันผลระดับ 6-7% ต่อปีได้อย่างต่อเนื่อง กลุ่มนักลงทุนที่เข้ามามีทั้งกองทุนที่เน้นกระจายเงินลงทุนไปทั่วโลกและกองทุนบำเหน็จบำนาญ โดย ปตท. ได้ดึงโครงสร้างพื้นฐานที่กระจัดกระจายมารวมกันตั้งบริษัท แทงค์ อินฟรา และเตรียมจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแทงค์ฯ แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติไม่น้อยกว่า 20 รายแสดงความสนใจ คาดว่าจะมีการเจรจาในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ ปตท. ยังใช้สถานะเครดิตที่แข็งแกร่งเทียบเท่าประเทศไทยกู้เงินแทนบริษัทลูกด้วยต้นทุนดอกเบี้ยถูกกว่าอย่างน้อย 0.50% ต่อปี โดยล่าสุดได้วงเงินสินเชื่อจากธนาคารไทยพาณิชย์กว่า 68,000 ล้านบาท เพียงพอสำหรับสภาพคล่องที่ต้องการภายในปีนี้ 200,000 ล้านบาท ด้านการออกหุ้นกู้ในปี 2569 ยังไม่มีความจำเป็น ส่วนผลประกอบการกลุ่ม ปตท. ทั้ง 7 บริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 2,398,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 579,349 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีเพียง OR ที่ราคาลดลงเล็กน้อย 3.76%
HoonSmart · 32d อ่านต่อ ▾
SCB.BK
หุ้นแบงก์รีบาวด์ต่อ รับโบรกอัพเป้าใหม่ ชี้ราคาต่ำบุ๊ก-ปันผลจูงใจ
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยรีบาวด์ต่อเนื่อง หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาและประมาณการกำไร โดย KTB อยู่ที่ 42.25 บาท บวก 0.60% BBL อยู่ที่ 189 บาท บวก 1.07% KBANK อยู่ที่ 237 บาท บวก 1.28% SCB อยู่ที่ 153 บาท บวก 0.33% และ TTB อยู่ที่ 2.92 บาท บวก 0.69% ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น แนะนำซื้อ KBANK เป้าหมาย 300 บาท และซื้อ KTB เป้าหมาย 55 บาท ขณะที่ BBL และ TTB ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เป้าหมาย 225 บาท และ 3.50 บาท ส่วน SCB แนะนำถือ เป้าหมาย 155 บาท KKP แนะนำซื้อ เป้าหมาย 145 บาท และ TISCO แนะนำลดการลงทุน เป้าหมาย 115 บาท นอกจากนี้ คาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและการกลับมาของวัฏจักรลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและต่ำกว่าธนาคารในภูมิภาคอาเซียน
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
SCB.BK
KSS ปรับเพิ่มเป้ากำไรกลุ่มแบงก์ ชู KBANK-KTB เป็นหุ้นเด่น
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี หรือ KSS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 และ 2570 ขึ้น 2.6% และ 4.2% เป็น 2.21 แสนล้านบาท และ 2.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 โดยเลือกธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม KSS แนะนำซื้อ KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 300 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ที่ 5.31 หมื่นล้านบาท และ 5.57 หมื่นล้านบาท รับประโยชน์จากวัฏจักรลงทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ส่วน KTB แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 55 บาท โดดเด่นด้านคุณภาพสินทรัพย์และการลงทุนภาครัฐ สำหรับธนาคารอื่น KSS ปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายใหม่ ได้แก่ BBL เป็นซื้อที่ 225 บาท, SCB เป็นถือที่ 155 บาท, TTB เป็นซื้อที่ 3.50 บาท, KKP เป็นซื้อที่ 145 บาท และ TISCO เป็นลดการลงทุนที่ 115 บาท ฝ่ายวิจัยคาดว่ากลุ่มธนาคารจะจ่ายเงินปันผลในปี 2569 ด้วยอัตราผลตอบแทนสูง 5-6% จากฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนใหญ่กดดัน พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยคาด ROE ปี 2570 ปรับขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง การกลับมาของการลงทุนภาครัฐมูลค่ากว่า 8 ล้านล้านบาท และการเติบโตของธุรกิจเวลธ์ อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยังซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและธนาคารในอาเซียน
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▼ impact 4
เงินบาทอ่อนค่าหลังน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70 ถึง 33.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังอ่อนค่าตามราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่ากำลังพิจารณาการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน และเงินทุนของอิหร่านที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ จะถูกนำมาใช้ชดเชยความเสียหายจากสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10 ถึง 12.5 เปอร์เซ็นต์จากประเทศคู่ค้ารายใหญ่ 60 ประเทศ โดยอ้างว่ามีการใช้แรงงานอย่างไม่ถูกต้อง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปคงดอกเบี้ยที่ 2.25 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
Share2Trade · 34d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 2
SCBX เปิดตัว CORA AI Analyst พัฒนาเอง พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร
SCBX เปิดตัว CORA ระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และตอบคำถามจากเอกสารภาษาไทยที่มีความซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากรายงานประจำปีแบบ 56-1 ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญของตลาดทุนไทย เทคโนโลยีหลักของ CORA ได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรโดยทีมวิจัยและพัฒนา SCBX ร่วมกับทีม SCB Operational Risk Analytics and Development ครอบคลุมนวัตกรรมสำคัญของระบบ CORA ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือนนักวิเคราะห์การเงินด้วย AI ที่สามารถอ่านและตีความเอกสารเชิงโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ รักษาลำดับชั้นของเนื้อหา ความเชื่อมโยงระหว่างตาราง และบริบทภาษาไทยทางการเงินไว้ได้อย่างครบถ้วน ช่วยลดระยะเวลาในการวิเคราะห์เอกสารจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที และยกระดับคุณภาพการประเมินความเสี่ยงภายใต้หลักการ Responsible AI
Prachachat · 34d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
หุ้นแบงก์ไทยกำไรไม่โต ถูกเทขายหนัก กดดัชนีร่วง
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าคาด โดยดัชนีปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.17 แสนล้านบาท KBANK มีกำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สินเชื่อชะลอตัวและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิแคบลง SCB ยังคงตั้งสำรองสูงเพื่อรับมือความเสี่ยงลูกค้ารายย่อย ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว BBL กำไรครึ่งแรกปี 69 ร่วง 16.2% เหลือ 2.04 หมื่นล้านบาท โดยไตรมาส 2 ลดลงเกือบ 20% KTB ถูกกดดันจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้าและรายได้ค่าธรรมเนียมไม่เป็นไปตามคาด KTC แม้ผลงานดีแต่ถูกขายจากความกังวลเศรษฐกิจไตรมาส 3 AAV เผชิญต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้นจากค่าเช่าเครื่องบินและราคาน้ำมันผันผวน ส่วนหุ้นปาล์มอาจมีผลประกอบการสองหน้าสองอารมณ์ เพราะราคาขายปลายทางไม่สูงตามที่หวังแต่ต้นทุนรับซื้อผลปาล์มสดยังสูง
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
TISCO เผชิญแรงขายหนัก 1.4 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 สวนทางราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น
หุ้น TISCO เกิดอะไรขึ้น? ชาติขายหนัก! 1.4 พันล้าน สูงเป็นอันดับ 2 สวนราคาพุ่ง โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติสูงถึง 1.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นปริมาณการขายสุทธิสูงเป็นอันดับสองในกลุ่มธนาคาร แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับแรงขายดังกล่าว ขณะเดียวกัน งบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 ของ SCB แสดงกำไรลดลง ในขณะที่ KBANK มีกำไรเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์
Share2Trade · 35d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
SCB กำไรไตรมาส 2/69 ดิ่งหนัก ขณะที่ KBANK พุ่ง 6%
ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK มีกำไรเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการที่แตกต่างกันนี้สะท้อนถึงปัจจัยเฉพาะของแต่ละธนาคาร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงท้าทาย
Share2Trade · 35d อ่านต่อ ▾
BBL กำไรไตรมาส 2/69 อ่อนแอ ฉุดหุ้นแบงก์ร่วงหนัก ดัชนีหมวดแบงก์ดิ่ง 3.28%
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 9,497.92 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลง 6.50% มาปิดที่ 187 บาท และฉุดให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างหนัก โดยดัชนีหมวดธนาคารร่วงลง 3.28% ปิดที่ 600.60 จุด มูลค่าการซื้อขายของหุ้นธนาคารใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ BBL, SCB, KBANK และ KTB รวมกันสูงถึง 32,747.21 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาดที่ 116,521.27 ล้านบาท นักวิเคราะห์หลายแห่งปรับลดคำแนะนำและราคาเป้าหมายของ BBL ลง เช่น ซิตี้กรุ๊ปปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 189 บาท จากเดิม 190 บาท และบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 210 บาท โดยมองว่า NIM ที่ต่ำสุดในไตรมาส 2 น่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
HoonSmart · 35d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
หุ้นไทยปิดลบ 13.63 จุด ถูกกดดันจากขายแบงก์และหุ้นใหญ่
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด หรือ 0.82% มูลค่าการซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท ตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแรงขาย sell on fact ในหุ้นกลุ่มแบงก์หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 ครบทุกธนาคาร โดยหุ้น BBL ถูกขายหนักเพราะกำไรต่ำกว่าคาด ขณะที่ SCB, KTB และ KBANK ก็ปรับตัวลงเช่นกัน หุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT, GULF และ ADVANC ก็ปรับตัวลงกดดันตลาดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นที่คาดผลประกอบการดีตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้น เช่น PTTGC และ PTTEP
Thunhoon · 35d อ่านต่อ ▾
BAM ซื้อหนี้ครึ่งปีแรกทะลุหมื่นล้านบาท เล็งปิดดีลใหญ่อีก 3 รายการ
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในครึ่งแรกของปี 2569 รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท จากสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการซื้อแบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า BAM อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพอีก 3 ดีลใหญ่ มูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนมากกว่าร้อยละ 15 ภายในปีนี้ และจะสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตตามเป้าหมาย พร้อมนำโมเดล Cost Plus มาใช้ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
HoonVision · 35d อ่านต่อ ▾
หุ้นไทยพักเที่ยงร่วง 12.12 จุด แรงขาย BBL-SCB ฉุดตลาด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,640.85 จุด ลดลง 12.12 จุด หรือ 0.73% มูลค่าการซื้อขายประมาณ 65,895.39 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวลงแรงระหว่างวันต่ำสุดที่ 1,637.86 จุด โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากประกาศงบไตรมาส 2/69 ออกมาหมดแล้วในลักษณะ Sell on fact โดยเฉพาะหุ้น BBL ที่ประกาศงบออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด ทำให้ราคาปรับตัวลงแรง 6.25% ขณะที่หุ้น SCB, KBANK และ KTB ก็ปรับตัวลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้น PTTGC ที่ตลาดคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะออกมาดี ราคาจึงปรับตัวขึ้น 5.33% สวนตลาดโดยรวม
Thunhoon · 36d อ่านต่อ ▾
11 แบงก์ไทยครึ่งปีแรกกำไรสุทธิรวม 1.34 แสนล้านบาท KBANK นำสูงสุด
ธนาคารพาณิชย์ไทย 11 แห่งรายงานกำไรสุทธิรวมงวดครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 134,043 ล้านบาท ลดลง 0.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% ขณะที่ธนาคารกรุงไทยมีกำไรสุทธิ 24,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% และเอสซีบี เอกซ์ มีกำไรสุทธิ 21,312 ล้านบาท ลดลง 16% ด้านธนาคารกรุงเทพมีกำไรสุทธิ 20,491 ล้านบาท ลดลง 16.21% ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยามีกำไรสุทธิ 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% สำหรับกลุ่มธนาคารขนาดกลาง ทหารไทยธนชาตมีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เกียรตินาคินภัทรมีกำไรสุทธิ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% ทิสโก้มีกำไรสุทธิ 3,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% แอล เอช ไฟแนนซ์เซียล กรุ๊ป มีกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.32% และซีไอเอ็มบี ไทย มีกำไรสุทธิ 1,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.03%
Kaohoon · 36d อ่านต่อ ▾
SCB.BK
KSS ชี้ SET พักฐาน เงินหมุนเข้ากลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ แนะนำ PTTGC และ IVL
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีแนวโน้มพักฐาน แม้ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น หลังหุ้นเทคโนโลยีโลกฟื้นตัว ซึ่งอาจทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติที่เคยไหลออกจากหุ้นเทคเข้าสู่ตลาดไทยเริ่มชะลอลง โดยมีโอกาสเห็นการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นธนาคาร หลังทยอยประกาศผลประกอบการ ไปยังหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และสื่อสาร ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นและแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 ที่คาดว่าจะออกมาดี ขณะที่เริ่มเห็นแรงซื้อ ADVANC และ TRUE กลับเข้ามา สำหรับกลุ่มธนาคาร ผลประกอบการออกมาทั้งดีกว่าและต่ำกว่าคาด ทำให้หุ้นที่งบไม่โดดเด่นยังมีโอกาสถูกขายต่อ โดยเฉพาะ BBL และ SCB ซึ่งแม้ SCB รายงานกำไรดี แต่ระดับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับลงมากคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับ เนื่องจากสินเชื่อยังมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ นายชัยยศกล่าวถึงโครงการบัญชีออมเพื่อการลงทุน หรือ TISA ว่า หากกำหนดวงเงินลดหย่อนภาษีสูงถึง 600,000 บาท และให้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยโดยตรง จะเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่องและช่วยลดความผันผวน เนื่องจากผู้ลงทุนต้องถือครองระยะยาว โดยฐานผู้ลงทุนหลักน่าจะเป็นกลุ่มพนักงานประจำและมนุษย์เงินเดือนคล้ายกับ RMF และ Thai ESG ส่วนมาตรการ BOI to IPO ต้องติดตามรายละเอียดทั้งประเภทธุรกิจและขนาดบริษัท โดยหากสามารถดึงบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน จะช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดและความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย แต่หากเป็นบริษัทขนาดเล็กอาจยังไม่ส่งผลต่อภาพรวมตลาดมากนัก ด้านกลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำ ซื้อ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ราคาเป้าหมาย 45 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ราว 9,000 ล้านบาท รับส่วนต่างผลิตภัณฑ์ฟื้นตัวและขาดทุนสต๊อกต่ำกว่าคาด พร้อมแนะนำ ซื้อ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ราคาเป้าหมาย 27 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ราว 6,000 ล้านบาท จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น
Kaohoon · 36d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
SCB กำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด แต่คุณภาพหนี้ยังน่าห่วง
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรสุทธิของ SCB ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 13% จากปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ 5% แต่ต่ำกว่าประมาณการของบล.เคจีไอ 6% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมโตต่ำกว่าคาด โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนสะท้อนฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาสแรกจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่หดตัวมาก ส่วนกำไรที่ลดลงจากปีก่อนสะท้อนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากเงินลงทุนที่แข็งแกร่งไม่สามารถชดเชยได้ กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.13 หมื่นล้านบาท ลดลง 16% คิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรเต็มปีของบล.เคจีไอ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอ่อนแอ โดยมีการตัดหนี้สูญก้อนใหญ่ 1.45 หมื่นล้านบาท และขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปริมาณสูงกว่าหลายเท่าจากไตรมาสก่อน ขณะที่หนี้เสียส่วนใหญ่ที่แก้ไขได้มาจากสินเชื่อกลุ่มที่ 2 และ 3 ซึ่งรวมถึงสินเชื่อบัตรเครดิตของ CARDX, Autox และสินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะมีการตัดหนี้สูญ แต่สินเชื่อระยะที่ 3 ยังเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าการแก้หนี้จะดำเนินต่อไปและกดดันค่าใช้จ่ายสำรองให้สูงเกินเป้าหมาย 135-150 จุดพื้นฐานในปี 2569 จาก 157 จุดพื้นฐานในครึ่งปีแรก บล.เคจีไอจึงคงคำแนะนำ "ถือ" โดยปรับราคาเป้าหมาย 12 เดือนเป็น 155 บาท จากมูลค่าทางบัญชี 1.0 เท่า เนื่องจากมีโอกาสปรับขึ้นจำกัด
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
SCB.BK▼
SET ร่วงกว่า 10 จุดต้นภาคเช้า รับแรงขายกลุ่มแบงก์-โรงไฟฟ้า
ดัชนี SET ต้นภาคเช้าปรับตัวลงกว่า 10 จุด สวนทางตลาดภูมิภาค โดย ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ 1,642.92 จุด ลดลง 10.05 จุด หรือคิดเป็น 0.61% รับแรงขายกลุ่มธนาคารและกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาด ขณะที่เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นไทยกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นมา นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้พักตัวหลังจากปรับขึ้นแรงจากเม็ดเงินต่างชาติ โดยผลประกอบการกลุ่มธนาคารไม่โดดเด่น โดยเฉพาะ BBL และ SCB ที่กำไรชะลอตัว แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้จึงถูกขายออกมา นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนและสัญญาณมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยังกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยประเมินแนวรับที่ 1,635 จุด และแนวต้านที่ 1,650 จุด
InfoQuest · 36d อ่านต่อ ▾