Emerging Growth Research คงคำแนะนำ ซื้อ-หุ้นเกิดใหม่ และให้ราคาเป้าหมาย 9.00 ดอลลาร์ สำหรับ Virtuix

EarningsAnalyst
โดย Virtuix Holdings Inc.·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

Emerging Growth Research คงคำแนะนำ ซื้อ-หุ้นเกิดใหม่ และราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 9.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับ Virtuix Holdings ซึ่งคิดเป็นส่วนเพิ่มประมาณร้อยละ 177 จากราคาปิดวันที่ 1 กรกฎาคมที่ 3.25 ดอลลาร์ บริษัทเน้นย้ำถึงปีงบประมาณแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยรายได้ไตรมาสสี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และทั้งรายได้และกำไรสูงเกินคาด Virtuix ยังคงขยายกลยุทธ์การเติบโตด้านผู้บริโภคและการป้องกันประเทศ รวมถึงความร่วมมือใหม่กับ Meta ที่ให้การเข้าถึงเจ้าของชุดหูฟัง Meta Quest ประมาณ 20 ล้านราย และความคืบหน้าบนแพลตฟอร์ม Virtual Terrain Walk ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งได้รับเลือกจากโครงการ SBIR ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ Emerging Growth Research คาดการณ์การเติบโตของรายได้ประมาณร้อยละ 15 ในปีงบประมาณ 2027 ตามด้วยการเติบโตเกือบร้อยละ 290 ในปีงบประมาณ 2028 และเชื่อว่าหุ้นยังคงมีมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานอย่างมากเมื่อพิจารณาจากการวิเคราะห์กระแสเงินสดคิดลดและอัตราส่วนมูลค่าของกลุ่มบริษัทเทียบเคียง

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Spatial Computing / AR/VR · 2 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Motorola Solutions มุ่งเป้าการเติบโตด้านกลาโหมและความปลอดภัยโดรน ขณะที่ Silvus ขยายกำลังการผลิต

Jack Molloy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Motorola Solutions กล่าวในงานประชุมของ Truist ว่า บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานของ Silvus Technologies และ D-Fend Solutions ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมา ขณะเดียวกันก็เดินหน้าธุรกิจเครือข่ายภารกิจสำคัญ ซอฟต์แวร์ศูนย์บัญชาการ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยวิดีโอ โดย Silvus ซึ่งเข้าซื้อกิจการในเดือนสิงหาคม 2025 คาดว่าจะมียอดขายราว 850 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากกำลังการผลิตปัจจุบัน โดยมีสายการผลิตใหม่เพิ่มที่เมืองคัลเวอร์ซิตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย และโรงงานในเมืองซอลต์เลกซิตี้คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในไตรมาสแรกของปี 2027 นอกจากนี้ Motorola Solutions ยังเพิ่งปิดการเข้าซื้อกิจการ D-Fend Solutions ผู้จำหน่ายระบบต่อต้านโดรนที่ใช้ไซเบอร์เป็นฐาน ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับแบบบรรเทาภัยไซเบอร์รายเดียวที่ได้รับคัดเลือกในโครงการให้ทุนต่อต้านโดรนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ มูลค่ารวม 1.5 พันล้านดอลลาร์ บริษัทรายงานยอดคำสั่งซื้อไตรมาสสองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยอดคำสั่งซื้อเติบโตสองหลักในครึ่งปีแรก พร้อมให้แนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์สองหลักในครึ่งปีหลัง โดยคาดการณ์ปี 2026 ว่าจะเติบโต 10% ถึง 11% ในธุรกิจเครือข่ายภารกิจสำคัญ ประมาณ 11% ในธุรกิจรักษาความปลอดภัยด้วยวิดีโอ และประมาณ 15% ในธุรกิจซอฟต์แวร์ศูนย์บัญชาการ Molloy กล่าวว่าราคา DRAM และหน่วยความจำแฟลชที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจวิดีโอมากที่สุด ทำให้ต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์วิดีโออย่างมีนัยสำคัญถึงสามครั้ง ขณะที่บริษัทยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับใกล้เคียงเดิม และทำอัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัวได้ 170 เบซิสพอยต์ในปีนี้
impact 4

สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ยูเครน 2.7 พันล้านดอลลาร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธทางทหารให้ยูเครนวงเงินสูงสุด 2.7 พันล้านดอลลาร์ ตามหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยแพ็กเกจนี้ครอบคลุมการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบ S-300 ขีปนาวุธ GAM-67 จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์พิสัยยิงไกลขึ้น ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย หากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ยูเครนจะใช้เงินสนับสนุนจากประเทศยุโรปร่วมกับงบประมาณกองทุนสนับสนุนการจัดหาอาวุธทางทหารแก่ต่างประเทศ หรือ Foreign Military Financing ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการจัดสรรไว้ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำหรับการซื้อขายครั้งนี้จะถูกนับเป็นเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนเพื่อฟื้นฟูยูเครน หรือ Ukraine Reconstruction Investment Fund ภายใต้ข้อตกลงชดเชยเงินคืนในอัตรา 1 ต่อ 1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐฯ และยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ข้อเสนอขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนยูเครนให้ประเทศยุโรปรับผิดชอบมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ทรัมป์ระบุว่าจะขอให้ประเทศยุโรปชดใช้เงินแก่สหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและกระสุนที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครน และยังมีขึ้นหลังทรัมป์ลงนามในกฎหมายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2565 และทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วง 20 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาแล้ว
impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group