ฮูตียิงขีปนาวุธ-โดรนถล่มริยาดและยันบุ หลังมาครงส่งอาวุธช่วยซาอุฯ

โดย InfoQuest·SAYEFR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ทางกลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูงในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสถานประกอบการของบริษัทอารัมโกในเมืองยันบุ ซึ่งเป็นเมืองท่าริมฝั่งทะเลแดง นับเป็นการโจมตีระยะไกลระลอกใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อช่วยปกป้องเมืองยันบุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและพลังงานที่สำคัญบนชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย ในด้านความขัดแย้งอื่น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ระบุว่าการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ขณะที่จีนเดินหน้าผลักดันให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรง ส่วนที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 81 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าผู้แทนจากหลายประเทศพร้อมใจกันเดินออกจากห้องประชุมเพื่อประท้วงระหว่างที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีศักยภาพและความรับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติ พร้อมทั้งต้องรับประกันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ ขณะที่สายการบินสหรัฐฯ ออกมาคัดค้านแนวคิดเพิ่มเที่ยวบินโดยสารระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอให้สองประเทศเพิ่มเที่ยวบินตรง โดยสายการบินสหรัฐฯ ชี้ว่าการเพิ่มเที่ยวบินจะยิ่งทำให้สายการบินจีนได้เปรียบ เนื่องจากยังสามารถใช้เส้นทางบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ ด้านตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 3.115% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2539 และหน่วยข่าวกรองกลาโหมเดนมาร์ก ออกโรงเตือนว่ารัสเซียอาจก่อเหตุโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่อประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมประเมินว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ยังอยู่ในระดับต่ำ

ผลกระทบต่อธีม 4

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

▲impact 4

ผู้นำอิหร่านชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจยุติสงคราม ขณะจีนเร่งลดความตึงเครียด

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ระบุว่าการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ว่า อเมริกาต้องเป็นฝ่ายเลือกว่าจะยุติเรื่องนี้หรือไม่ หลังถูกถามว่าสงครามจะยุติลงภายในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ ขณะที่สถานการณ์สู้รบยังดำเนินต่อเนื่อง โดยกลุ่มฮูตีระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียเมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน และทางการซาอุฯ ระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 6 ลูก พร้อมประกาศเตือนภัยในนครเมกกะ เจดดาห์ และยันบู ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานเตรียมประชุมฉุกเฉินระดับผู้บัญชาการทหารเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือซาอุดีอาระเบียตามข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ และมุฟตีใหญ่ของซาอุฯ เรียกร้องให้กองกำลังเตรียมพร้อมต่อสู้กับกลุ่มฮูตีจนกว่ากลุ่มดังกล่าวจะพ้นจากอำนาจ ด้านเปเซชเคียนระบุว่ากลุ่มฮูตีต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง และอิหร่านไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามกับซาอุดีอาระเบีย ประเด็นอิหร่านยังถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนที่กรุงวอชิงตัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนสหรัฐฯ เป็นเวลา 3 วัน ได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในหลายประเด็น รวมถึงการค้า ปัญญาประดิษฐ์ ไต้หวัน และอิหร่าน โดยจ้าย จุน ผู้แทนพิเศษของจีนด้านตะวันออกกลางกล่าวว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้นำสหรัฐฯ และจีนหารือกัน พร้อมระบุว่าความเห็นร่วมกันของทั้งสองฝ่ายมีส่วนสำคัญต่อการคลี่คลายความขัดแย้ง ขณะที่ทรัมป์ต้องการให้จีนช่วยกดดันอิหร่านให้หาทางยุติสงคราม หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเจรจาทางอ้อมนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในนิวยอร์ก โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าอาจเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน หากสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน
▲impact 4

ฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารช่วยปกป้องเมืองยันบูของซาอุดีอาระเบีย

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อช่วยปกป้องเมืองยันบู ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและพลังงานที่สำคัญบนชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ TF1 ของฝรั่งเศสเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ฝรั่งเศสได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการหารือกับซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับการส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อปกป้องพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงทหาร เรดาร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งเครื่องบินขับไล่ราฟาเอล มาครงกล่าวว่าฝรั่งเศสจะพิจารณาตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และความจำเป็น พร้อมระบุว่า “เรามีเครื่องบินขับไล่ส่วนหนึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว” ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือ “การทำให้ราคาพลังงานลดลง” อีกทั้งกล่าวถึงความจำเป็นในการปล่อยน้ำมันออกจากสต็อกสำรอง และฟื้นฟูเส้นทางการขนส่งในตะวันออกกลางให้กลับมาคล่องตัว ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าคำกล่าวของมาครงมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุเมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนว่าได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย โดยพุ่งเป้าไปที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย และเมืองยันบู ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างสองฝ่าย ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี กองกำลังพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธทิ้งตัวของกลุ่มฮูตีได้ 6 ลูก ซึ่งพุ่งเป้าไปยังเมืองตาอิฟและเมืองยันบูของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่ที่กลุ่มฮูตียึดครองทั่วเยเมนอย่างต่อเนื่อง
▲impact 4

ฮูตีอ้างยิงขีปนาวุธ-โดรนถล่มริยาดและสถานประกอบการ Aramco ในยันบุ

กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ทางกลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูงในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสถานประกอบการของบริษัทอารัมโกในเมืองยันบุ ซึ่งเป็นเมืองท่าริมฝั่งทะเลแดง นับเป็นการโจมตีระยะไกลระลอกใหม่ท่ามกลางความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์อัล-มาสิราห์ซึ่งดำเนินงานโดยกลุ่มฮูตีระบุว่า ยาห์ยา ซารี โฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตี เปิดเผยว่ากองกำลังติดอาวุธฮูตีได้ดำเนินปฏิบัติการแยกกัน 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งมุ่งเป้าไปที่พื้นที่ในกรุงริยาด และอีกครั้งหนึ่งมุ่งเป้าไปที่สถานประกอบการอารัมโกในเมืองยันบุ โดยใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรนจำนวนหนึ่ง พร้อมอ้างว่าปฏิบัติการทั้งสองประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ซารีไม่ได้ระบุชัดเจนถึงเป้าหมายในกรุงริยาด และไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายหรือจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด ซารีระบุเสริมว่าการโจมตีระลอกนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่กองกำลังซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศและยิงขีปนาวุธใส่พื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมในเยเมนอย่างต่อเนื่อง พร้อมอ้างว่ากองกำลังซาอุฯ ได้โจมตีทางอากาศและยิงขีปนาวุธรวมทั้งสิ้น 1,018 ครั้ง นับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกล่าสุดเริ่มต้นขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โฆษกกลุ่มฮูตียืนยันว่าทางกลุ่มจะเดินหน้าปฏิบัติการตอบโต้ต่อไปตราบใดที่ปฏิบัติการทางการทหารของซาอุฯ ยังคงดำเนินอยู่ พร้อมย้ำนโยบายที่ซารีระบุว่าเป็นการยกระดับความรุนแรงเพื่อตอบโต้การยกระดับ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าการโจมตีโต้ตอบล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันที่ขยายวงกว้างขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตี โดยทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการสู้รบทางบกที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในเยเมน