ฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารช่วยปกป้องเมืองยันบูของซาอุดีอาระเบีย

โดย InfoQuest·SAFRYE·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อช่วยปกป้องเมืองยันบู ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและพลังงานที่สำคัญบนชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ TF1 ของฝรั่งเศสเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ฝรั่งเศสได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการหารือกับซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับการส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อปกป้องพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงทหาร เรดาร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งเครื่องบินขับไล่ราฟาเอล มาครงกล่าวว่าฝรั่งเศสจะพิจารณาตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และความจำเป็น พร้อมระบุว่า “เรามีเครื่องบินขับไล่ส่วนหนึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว” ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือ “การทำให้ราคาพลังงานลดลง” อีกทั้งกล่าวถึงความจำเป็นในการปล่อยน้ำมันออกจากสต็อกสำรอง และฟื้นฟูเส้นทางการขนส่งในตะวันออกกลางให้กลับมาคล่องตัว ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าคำกล่าวของมาครงมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุเมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนว่าได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย โดยพุ่งเป้าไปที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย และเมืองยันบู ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างสองฝ่าย ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี กองกำลังพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธทิ้งตัวของกลุ่มฮูตีได้ 6 ลูก ซึ่งพุ่งเป้าไปยังเมืองตาอิฟและเมืองยันบูของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่ที่กลุ่มฮูตียึดครองทั่วเยเมนอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

▲

เคอร์ติส-ไรต์ ปรับเพิ่มแนวโน้มธุรกิจป้องกันประเทศทางเรือและอากาศยานปี 2026 จากอุปสงค์ไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง

เคอร์ติส-ไรต์ ปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของยอดขายธุรกิจป้องกันประเทศทางเรือปี 2026 เป็น 7-9% และปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของยอดขายธุรกิจป้องกันประเทศด้านอากาศยานปี 2026 เป็น 12-14% ขณะที่คงแนวโน้มธุรกิจอากาศยานพาณิชย์ไว้ที่ 10-12% เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในธุรกิจป้องกันประเทศทางเรือ อากาศยาน และอิเล็กทรอนิกส์ด้านการป้องกันประเทศยังคงขับเคลื่อนผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ยอดขายกลุ่มเรือและพลังงานเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้ธุรกิจป้องกันประเทศทางเรือที่สูงขึ้นจากกิจกรรมโครงการเรือดำน้ำและอุปสงค์ในตลาดอะไหล่ที่เพิ่มขึ้น และบริษัทคาดว่ายอดขายกลุ่มเรือและพลังงานจะเติบโต 10-11% ยอดขายกลุ่มอากาศยานและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสที่ 2 โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่สูงขึ้นสำหรับอุปกรณ์ขับเคลื่อนและกิจกรรมอากาศยานพาณิชย์ที่แข็งแกร่งขึ้นในเครื่องบินลำตัวแคบและลำตัวกว้าง คำสั่งซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ด้านการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสที่ 2 แตะ 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากคอมพิวติ้งแบบฝังตัว การสื่อสารทางยุทธวิธี ระบบ stabilizing ป้อมปืน และระบบเรดาร์ ขณะที่อัตราส่วนคำสั่งซื้อต่อยอดขายทั้งบริษัทอยู่ที่ 1.16 และงานในมือแตะ 4.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% จากเดือนธันวาคม 2025 ท่อคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งช่วยให้มองเห็นรายได้ล่วงหน้าขณะที่เคอร์ติส-ไรต์แปลงงานในมือเป็นยอดขาย และการที่บริษัทมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ เครื่องบินขับไล่ โดรน และเครื่องบินพาณิชย์ ประกอบกับอุปสงค์ด้านการป้องกันประเทศและอากาศยานที่ต่อเนื่อง อาจสนับสนุนการเติบโตได้เกินปี 2026
Zacks Investment Research·4hอ่านต่อ →
▲impact 4

ฮูตียิงขีปนาวุธ-โดรนถล่มริยาดและยันบุ หลังมาครงส่งอาวุธช่วยซาอุฯ

กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ทางกลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูงในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสถานประกอบการของบริษัทอารัมโกในเมืองยันบุ ซึ่งเป็นเมืองท่าริมฝั่งทะเลแดง นับเป็นการโจมตีระยะไกลระลอกใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อช่วยปกป้องเมืองยันบุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและพลังงานที่สำคัญบนชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย ในด้านความขัดแย้งอื่น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ระบุว่าการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ขณะที่จีนเดินหน้าผลักดันให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรง ส่วนที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 81 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าผู้แทนจากหลายประเทศพร้อมใจกันเดินออกจากห้องประชุมเพื่อประท้วงระหว่างที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนว่า ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีศักยภาพและความรับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติ พร้อมทั้งต้องรับประกันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ ขณะที่สายการบินสหรัฐฯ ออกมาคัดค้านแนวคิดเพิ่มเที่ยวบินโดยสารระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอให้สองประเทศเพิ่มเที่ยวบินตรง โดยสายการบินสหรัฐฯ ชี้ว่าการเพิ่มเที่ยวบินจะยิ่งทำให้สายการบินจีนได้เปรียบ เนื่องจากยังสามารถใช้เส้นทางบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ ด้านตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 3.115% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2539 และหน่วยข่าวกรองกลาโหมเดนมาร์ก ออกโรงเตือนว่ารัสเซียอาจก่อเหตุโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่อประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมประเมินว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ยังอยู่ในระดับต่ำ
▲impact 4

เดนมาร์กเตือนรัสเซียอาจโจมตีชาติ NATO จำกัดวง หวังตัดกำลังหนุนยูเครน

หน่วยข่าวกรองกลาโหมเดนมาร์ก หรือ DDIS ออกโรงเตือนว่า รัสเซียอาจก่อเหตุโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่อประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมประเมินว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ยังอยู่ในระดับต่ำ โดย DDIS ระบุในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ว่า รัสเซียอาจใช้อาวุธพิสัยไกลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ใช้สนับสนุนยูเครน เพื่อดึงทรัพยากรของยุโรปออกจากการช่วยเหลือยูเครน และสร้างความแตกแยกภายใน NATO หากชาติสมาชิกไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะตอบโต้ร่วมกันอย่างไร อย่างไรก็ตาม DDIS ระบุว่ายังไม่พบสัญญาณว่ารัสเซียเตรียมเปิดฉากรุกรานประเทศสมาชิก NATO อย่างเต็มรูปแบบ แม้ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกทั้งหมด และเตือนด้วยว่ารัสเซียอาจเพิ่มการทำสงครามไฮบริดต่อชาติตะวันตกและ NATO ทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่กระทบระบบการทำงานสำคัญของสังคม และการก่อวินาศกรรมที่อาจทำให้มีผู้เสียชีวิต คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและนักการเมืองยุโรปหลายรายออกมาเตือนถึงภัยคุกคามจากรัสเซีย โดยโปแลนด์ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเหตุเพลิงไหม้สถานีภาคพื้นดินของสตาร์ลิงก์ในประเทศเป็นการก่อวินาศกรรมที่มีเป้าหมายขัดขวางการให้บริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงการใช้งานของกองทัพยูเครน ขณะที่คริสตอฟ กาวคอฟสกี รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ แต่มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการโจมตีรูปแบบใหม่ของรัสเซีย ตามรายงานของรอยเตอร์