สกมช. ประกาศใช้ Cloud Security Standard ยกระดับสู่ Trusted Cloud ไทย

RegulationIndustry
โดย InfoQuest·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ประกาศความพร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์จากข้อกำหนดสู่การใช้งานจริง หลังจัดกิจกรรม CLOUD SECURITY STANDARD: READY TO GO พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่คลาวด์ที่มั่นคงปลอดภัย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์และ Facebook Live กว่า 500 คน พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ระบุว่า Cloud มีบทบาทโดยตรงต่อการขับเคลื่อน Data Economy, Digital Economy และ AI ของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกระดับ Security ควบคู่กัน ด้าน พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า Cloud กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และมาตรฐานที่ดีต้องใช้เป็นกรอบประเมินความเสี่ยง วางมาตรการควบคุม และยกระดับการดำเนินงานได้จริง ไม่ใช่เพียง Checklist แต่เป็น Guardrail ที่ช่วยให้องค์กรเห็นความเสี่ยงและช่องว่างของตน สกมช. ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ สพร. รวมถึงผู้ให้บริการ Cloud เพื่อนำมาตรฐานจากระดับนโยบายลงสู่การปฏิบัติ โดยใช้ผลจากการตรวจแนะนำหน่วยงานตามมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 มาพัฒนากลไกและเตรียมความพร้อม ก่อนประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซิสโก้เปิดตัว Splunk AI POD ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia สำหรับสภาพแวดล้อมแบบแยกเครือข่าย

ซิสโก้ ซิสเต็มส์ ผลักดัน Splunk AI ให้ลึกเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานส่วนบุคคลมากขึ้น ด้วย AI POD ใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมที่บริหารจัดการเองและแบบแยกเครือข่าย แพลตฟอร์มนี้พร้อมใช้งานแล้ว โดยจับคู่โครงสร้างพื้นฐานของซิสโก้กับคอมพิวติ้งของ Nvidia และ Kubernetes ขณะที่เครื่องมือ Tokenomics ของ Splunk ถูกออกแบบมาเพื่อติดตามการใช้จ่ายด้าน AI ทั่วทั้งเอเจนต์และเครื่องมือเขียนโค้ดของพนักงาน และประเมินการใช้งานในอนาคตก่อนที่รอบบิลจะปิด ซิสโก้ยังขยายโอกาสเชิงพาณิชย์ออกไปนอกศูนย์ข้อมูล หลังลงนามข้อตกลงหลายปีกับ Amazon Web Services เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ซิสโก้ระบุว่าได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI จากผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลมูลค่า 9.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปีงบประมาณ 2026 คิดเป็นประมาณ 14.7% ของรายได้ประจำปี 63.3 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าคำสั่งซื้อจะไม่ใช่รายได้ก็ตาม หุ้นซิสโก้ปรับขึ้นประมาณ 0.1% อยู่ที่ 110.24 ดอลลาร์
2

Palantir และ Nvidia จำกัดการเข้าถึง AI ของ Anthropic เหตุข้อกังวลด้านการเก็บรักษาข้อมูล

รายงานระบุว่า Palantir และ Nvidia ได้กระชับข้อจำกัดรอบโมเดล AI ขั้นสูงของ Anthropic เนื่องจากความกังวลเรื่องการเก็บรักษาข้อมูล โดย Palantir เรียกร้องการรับประกันการไม่เก็บข้อมูลโดยสิ้นเชิงและเพิกถอนไม่ได้ก่อนจะนำโมเดลออกให้ใช้ผ่านซอฟต์แวร์ของตน ขณะที่ Nvidia จำกัดการใช้ Claude ไว้เฉพาะงานภายในที่มีความอ่อนไหวต่ำกว่า การผลักดันด้าน AI อธิปไตยของ Palantir เมื่อวันที่ 10 กันยายน ร่วมกับ Nvidia ใช้โมเดลเปิด Nemotron ของ Nvidia และโครงสร้างพื้นฐานที่ลูกค้าควบคุมเอง ขณะที่ Anthropic ระบุเมื่อวันที่ 1 กันยายนว่าจะเปิดตัว Enterprise Frontier Safeguards ภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยเก็บข้อมูลในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ลูกค้าควบคุม พร้อมการป้องกันการไม่เก็บข้อมูลโดยสิ้นเชิง Sovereign Private Cloud ของ Microsoft สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ในสภาพแวดล้อมที่ตัดการเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์และลูกค้าควบคุมเอง ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ขยายร่วมกับ Mistral เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม แม้ว่า Microsoft ยังเสนอโมเดลของ Anthropic ผ่าน Copilot และ Foundry และระบุว่าโมเดล Anthropic ที่ใช้ในบริการออนไลน์ของตนได้รับการยกเว้นจากข้อผูกพันบางประการเกี่ยวกับการประมวลผลภายในประเทศ และไม่พร้อมให้ใช้ในสภาพแวดล้อมคลาวด์อธิปไตยบางแห่ง รายได้เชิงพาณิชย์ในสหรัฐของ Palantir ในไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 149% และ Insider Monkey ติดตามกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 86 แห่งที่ถือหุ้น PLTR ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ลดลงจาก 96 แห่งในไตรมาสแรก ขณะที่มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 273 แห่งถือหุ้น MSFT ที่ต้องรายงานในไตรมาสที่สอง ลดลงจาก 282 แห่ง ส่วนสถานะขายชอร์ตชัดเจนกว่าใน Palantir โดยมีหุ้นถูกขายชอร์ต 65.13 ล้านหุ้น ณ วันที่ 31 สิงหาคม คิดเป็น 3.00% ของหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด และใช้เวลา 2.2 วันในการปิดสถานะ
Insider Monkey·3dอ่านต่อ →

แฮกเกอร์เจาะระบบราชการ รัฐมนตรีดิจิทัลญี่ปุ่นยืนยันยังไม่พบความเสียหายรอบสอง

นายมัตสึโมโตะ ทาคาชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ว่า ในประเด็นการบุกรุกเข้าถึงระบบราชการจากภายนอกนั้น "ยังไม่พบการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบหรือความเสียหายรอบสองอื่นใด" พร้อมระบุว่ากำลังดำเนินมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ เช่น การเสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวัง และเน้นย้ำว่า "จะมุ่งมั่นให้บริการระบบสารสนเทศที่มั่นคงและปลอดภัย" ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 สำนักงานดิจิทัลได้เปิดเผยว่า การบุกรุกเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกันของทุกกระทรวงและหน่วยงานราชการ ซึ่งมีชื่อว่า Government Solution Service อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่นรวม 246,000 รายรั่วไหลออกไป