ปตท.สผ. และ PC JDA รับสิทธิ PSC แปลง A-18-01 ผลิตก๊าซฯ 35 ปี

Corporate ActionCommodity
โดย HoonVision·THMY·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ปตท.สผ. และบริษัท PC JDA Limited เข้ารับมอบสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC แปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ MTJDA จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีซึ่งจัดขึ้นโดย MTJA ในงาน Gastech Exhibition & Conference 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ผู้รับสิทธิประกอบด้วยบริษัท PTTEP JDX Thailand (JDA) Limited และบริษัท PTTEP JDX Thailand Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. และบริษัท PC JDA Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. โดยแต่ละฝ่ายถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมในแปลง A-18-01 ต่อเนื่องอีก 35 ปี โดยสัญญามีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สัญญาฉบับนี้เป็นการทดแทนสัญญาแบ่งปันผลผลิตฉบับเดิม ครอบคลุมพื้นที่เดิมของแปลง A-18 รวมทั้งพื้นที่ใหม่ มีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยและประเทศมาเลเซียในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยก๊าซฯ ที่ส่งเข้าประเทศไทยคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของความต้องการใช้ก๊าซฯ ในประเทศ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคใต้ของไทย นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. กล่าวว่า การรับสิทธิดังกล่าวจะช่วยรักษาความต่อเนื่องของการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับทั้งสองประเทศ และสามารถต่อยอดการพัฒนาแปลง A-18-01 ร่วมกับแปลง B-17-01 ซึ่ง ปตท.สผ. และ PC JDA ร่วมลงทุนกันอยู่แล้ว โดยปัจจุบันทั้ง 2 แปลงสามารถผลิตก๊าซฯ รวมกันได้ถึงอัตราประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่รวมกันประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Energy · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

PETRONAS Carigali Sdn Bhdเอกชน▲ บวก
อุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

PC JDA Limited, a PETRONAS Carigali subsidiary, holds a 50% interest in the awarded Block A-18-01 PSC with 35-year gas production rights.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ให้อำนาจเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย

ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามในกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันที่ 18 ส่งผลให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีจึงได้รับอำนาจในการเรียกเก็บภาษีจากประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซีย กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษี 500% กับสินค้ารัสเซียที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และยังสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 100% กับ 5 ประเทศที่นำเข้าพลังงานมากที่สุด รวมถึงประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และประเทศที่ช่วยเหลือในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อำนาจทางภาษีนี้จะสิ้นสุดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ในบรรดา 5 ประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียมากที่สุด มีจีน อินเดีย และตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย และอาจตกเป็นเป้าของมาตรการภาษีใหม่ในวงกว้าง กฎหมายฉบับนี้ยังขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านปี 1996 ออกไปจนถึงปี 2031 และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบทุติยภูมิต่อบริษัทนอกสหรัฐฯ ที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในปีนี้ สำนักประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 17 ว่าการที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่ "ไม่เป็นมิตร" และเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
impact 4

เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว