PTT Public Company LimitedOversupply and Chinese import pressure negatively impact PTT's petrochemical business.

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยกำลังเผชิญกับภาวะโอเวอร์ซัพพลายและแรงกดดันจากจีนที่เพิ่มกำลังการผลิตและส่งออกสินค้าเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม ปตท. เร่งปรับพอร์ตธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งด้านวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ. ปตท. กล่าวในงานสัมมนา The 17th PTT Group Petrochemical Outlook Forum ว่า ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยกระจายแหล่งวัตถุดิบและหาตลาดใหม่ เช่น แอฟริกาและอินเดีย ขณะที่นาย LEE ANDREW FAGG รองประธานฝ่ายเคมีภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Wood Mackenzie ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้เกิด Oil Shock และกระทบต่ออุตสาหกรรม โดยเฉพาะการพึ่งพานาฟทาและ LPG จากตะวันออกกลาง และจีนยังคงเพิ่มกำลังการผลิตโดยใช้ถ่านหินเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ส่วนตลาดโพลีโอเลฟินในไทยได้รับผลกระทบจากสินค้าจีนที่นำเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 31% ขณะที่ตลาดอะโรเมติกส์ยังเผชิญโอเวอร์ซัพพลาย โดยเฉพาะพาราไซลีนและเบนซีน ทางออกคือการหาตลาดใหม่และพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง รวมถึงการนำเข้าอีเทนระยะยาวเพื่อลดต้นทุน
PTT Public Company LimitedOversupply and Chinese import pressure negatively impact PTT's petrochemical business.