ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หรือ TISCO ESU ประเมินว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ภาวะแย่งชิงเงินทุน หรือ Capital Competition ระหว่างภาครัฐบาลทั่วโลกที่ต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อขยายงบกลาโหม กับภาคเอกชนกลุ่มบิ๊กเทคและไฮเปอร์สเกลเลอร์ที่ต้องการระดมทุนมหาศาลเพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ โรงผลิตชิป เอไอ และโรงไฟฟ้า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นประมาณ 0.60-0.90% นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาเตรียมขยายงบประมาณกลาโหมจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 50% ขณะที่ญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มงบกลาโหมจากเดิมที่ไม่ถึง 2% ขึ้นไปแตะ 3.5% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2513-2523 ส่วนเยอรมนีและฝรั่งเศสต่างเร่งเพิ่มงบประมาณความมั่นคงเช่นกัน ด้านนายธนภัทร ธนชาต นักวิเคราะห์ TISCO ESU กล่าวว่า สหรัฐมีหนี้สาธารณะสูงเกิน 100% ของจีดีพี หรือเกิน 40 ล้านล้านดอลลาร์ และขาดดุลการคลังสูงถึง 6% ของจีดีพีต่อปี ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีก่อน ขณะที่ฝรั่งเศสมีหนี้สาธารณะพุ่งขึ้นเกือบ 20% ของจีดีพีในช่วงปี 2562-2568 และขาดดุลปีละ 5% ของจีดีพี สำหรับทิศทางดอกเบี้ยของ 3 ธนาคารกลางหลัก TISCO ESU คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ประมาณ 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค. ไปจบที่ระดับ 4.25% และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องในปี 2570 ก่อนปรับลดลงในปี 2571 ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปคาดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ประมาณ 0.25% ในเดือน ธ.ค. และธนาคารกลางญี่ปุ่นคาดจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจนแตะระดับ 1.75% ในช่วงกลางปี 2570 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี คาดว่ากรณีฐานจะทรงตัวที่ระดับ 5% ไปจนถึงสิ้นปี 2569 แต่หากธนาคารกลางสหรัฐควบคุมเงินเฟ้อไม่ได้ มีโอกาสเห็นกรณีเลวร้ายที่สุดที่ Bond Yield เพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 6%