สหรัฐฯ เร่งสอบเหตุมิสไซล์ถล่มงานแต่งในอิหร่าน ดับ 5 ศพ

Geopolitics Impact 4
โดย InfoQuest·USIR·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ทางการอิหร่านระบุว่า พลาดเป้าไปตกใส่อาคารที่กำลังจัดงานมงคลสมรสในภาคใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยแวนซ์แถลง ณ ทำเนียบขาวว่า กองทัพสหรัฐฯ มีจุดยืนว่าจะไม่พุ่งเป้าโจมตีพลเรือน และหากเกิดความผิดพลาดขึ้นจริง ก็พร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ขณะที่นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่ากองทัพรับทราบรายงานและกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบเช่นกัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่อาคารที่พักอาศัยในเมืองคูเฮสตัก อำเภอซีริก จังหวัดฮอร์โมซกาน ระหว่างงานแต่งงานของบุตรสาวชาวประมง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงเด็กวัย 4 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 70 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ขณะที่ผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอโดยผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ความเสียหายสอดคล้องกับการถูกยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ โจมตีโดยตรง ด้านเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นความพยายามอันสิ้นหวังของสหรัฐฯ เพื่อปกปิดความพ่ายแพ้ของตนเอง เหตุโจมตีครั้งนี้นับเป็นระลอกการปะทะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ และปลุกกระแสความวิตกกังวลต่อกรณีความสูญเสียของพลเรือนซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่มีขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กโจมตีโรงเรียนประถมหญิงชะญะเราะฮ์ ฏอยยิบะฮ์ ในเมืองมีนาบ จังหวัดฮอร์โมซกาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 168 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน และการตรวจสอบบ่งชี้ว่าเกิดจากความผิดพลาดด้านข้อมูลข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
2impact 4

ทรัมป์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงกับเดนมาร์กเกี่ยวกับกรีนแลนด์

ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์กเกี่ยวกับความมั่นคงของกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก โดยสหรัฐจะได้รับ "สิทธิในการบริหารจัดการอย่างถาวร" ทรัมป์ประกาศข้อตกลงดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอธิบายว่าเนื้อหาครอบคลุม "ข้อกังวลทั้งหมดจำนวนมาก" ของสหรัฐ และสหรัฐจะ "ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ" ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ข้อตกลงใหม่นี้ห้ามอย่างชัดเจนให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก NATO ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ และจำกัดการลงทุนในเกาะแห่งนี้ที่สหรัฐมองว่าเป็นภัยคุกคาม ผู้นำเดนมาร์กและกรีนแลนด์คาดว่าจะลงนามในเอกสารข้อตกลงในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรีเฟรเดอริกเซนกล่าวในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงนี้ "เสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาคอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ และเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับ NATO และยุโรปด้วย"
impact 4

กอบศักดิ์ชี้สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงถาวร

สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญที่เปิดทางให้สหรัฐมีบทบาทด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์ในระยะยาว นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โพสต์เฟซบุ๊ก กอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุว่า เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยอมให้สิทธิสหรัฐใช้กรีนแลนด์ตามที่สหรัฐต้องการ เพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง Golden Dome และควบคุมการเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือที่กำลังเปิดขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงนี้ให้สหรัฐมีอำนาจควบคุมด้านความมั่นคงและความจำเป็นอื่น ๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์อย่างถาวร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แก่สหรัฐ และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐจะไม่สามารถตั้งฐานทัพ ส่งกำลังทหารเข้ามาประจำการ หรือลงทุนในกิจการที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์ได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากสหรัฐ กอบศักดิ์ระบุว่าข้อตกลงนี้มีอายุชั่วนิรันดร์ ไม่มีวันสิ้นสุด และสหรัฐจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งกำลังทหารขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่เหมาะสมของกรีนแลนด์ทันที พร้อมมองว่าเป็นความคืบหน้าสำคัญในกรอบของ Donroe Doctrine ที่สหรัฐต้องการควบคุมจุดสำคัญรอบบ้านในอเมริกาเหนือ-ใต้ ต่อจากปานามา เวเนซุเอลา โคลอมเบีย และกรีนแลนด์ โดยเหลือคิวบาและบราซิลที่รอการเลือกตั้ง 4 ตุลาคมนี้