BlackRock Incผลกระทบต่อหุ้น 3
BlackRock Inc
T. Rowe Price Group IncExpectations of BOJ rate hikes push Japanese bond yields higher.
เงินเยนแข็งค่าขึ้นราว 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในเดือนนี้ แตะระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับแรงกดดันจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่สนับสนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ตลาดกลับมาจับตาความเสี่ยงจากการปิดสถานะ Yen Carry Trade อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่าหากนักลงทุนเร่งถอนสถานะมากขึ้น อาจสร้างแรงขายและกระทบต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี หุ้นเติบโต และสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ สัปดาห์นี้เงินเยนแข็งค่าผ่านระดับสำคัญที่ 155 เยนต่อดอลลาร์ และแตะ 152.89 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันอังคาร ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 154 เยนต่อดอลลาร์ในปัจจุบัน ขณะที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์กำลังวางสถานะรับเงินเยนแข็งค่าทะลุระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปี และออปชันระยะยาวบางส่วนตั้งเป้าถึงระดับ 140 เยนต่อดอลลาร์ อันเดรีย กาเบลโลเน หัวหน้าฝ่ายหุ้นโลกของ KBC Securities กล่าวว่า เงินเยนถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญที่สุดที่กำลังจับตาสำหรับตลาดหุ้นโลกในขณะนี้ เนื่องจากสถานะเก็งกำไรยังอยู่ในระดับสูง โดยความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ที่หุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ดิลิน อู๋ นักกลยุทธ์จาก Pepperstone ระบุว่า หุ้นเติบโตทั่วโลกที่มีค่าเบต้าสูงและซื้อขายด้วยมูลค่าที่สูงมักได้รับผลกระทบหนักที่สุด และเดวิด คลีเวลล์ ผู้จัดการร่วมกลยุทธ์ Multi-Asset Global Income ของ T. Rowe Price ระบุว่า 152 เยนต่อดอลลาร์ เป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากใกล้เคียงกับสมมติฐานค่าเงินที่บริษัทญี่ปุ่นใช้ในการจัดทำแนวโน้มผลประกอบการ หากเงินเยนแข็งค่าผ่านระดับดังกล่าว การเติบโตของกำไรบริษัทญี่ปุ่นในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอาจทรงตัวหรือพลิกเป็นติดลบ ทั้งนี้ สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากปี 2567 เนื่องจากตลาดแทบจะสะท้อนความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน ไว้ในราคาแล้ว และการแข็งค่าของเยนในรอบนี้เป็นไปอย่างมีระเบียบมากกว่า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ อยู่ที่ 1% เพิ่มขึ้นจาก 0.25% ในปี 2567 และเฟดได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ส่วนต่างผลตอบแทนจากการกู้เงินเยนไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ลดลง ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศหรือ BIS ระบุว่า เงินกู้และเงินฝากสกุลเยนของผู้กู้นอกภาคธนาคารในต่างประเทศ ซึ่งใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดกิจกรรม Carry Trade อยู่ที่ประมาณ 42 ล้านล้านเยนในไตรมาสแรก ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 45.7 ล้านล้านเยนในช่วงปลายปี 2567 แต่ยังเกือบสองเท่าจากระดับเมื่อ 10 ปีก่อน ทิศทางตลาดต่อจากนี้จึงขึ้นอยู่กับสัญญาณจากคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย โดยเจ้าหน้าที่ BOJ ส่งสัญญาณว่าอาจเปิดกว้างต่อการขึ้นดอกเบี้ยถี่กว่าทุก 6 เดือน แต่ยังต้องการรักษาความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายในอนาคต ขณะที่เว่ย หลี่ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของ BlackRock ระบุว่า ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมายาวนานและอัตราดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ความน่าสนใจของ Yen Carry Trade จึงไม่ชัดเจนเหมือนในอดีต
BlackRock Inc
T. Rowe Price Group IncExpectations of BOJ rate hikes push Japanese bond yields higher.