← Back

Premier Marketing Public Company Limited

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจการตลาด การส่งเสริมการขาย และการจัดจำหน่ายอาหารว่างและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ บริษัทดำเนินงานผ่านสามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค การผลิตอาหาร และคลังสินค้าและบริการห้องเย็น บริษัทจัดจำหน่ายขนมหวาน อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าดูแลส่วนบุคคล และอาหารสัตว์เลี้ยงผ่านผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกทั่วไป รวมถึงร้านค้าสมัยใหม่และพนักงานขาย บริษัทยังผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาเส้น ปลาเคลือบ และปลากรอบภายใต้แบรนด์ Taro ผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอดภายใต้แบรนด์ Taro Biggu ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทูน่า เช่น ทูน่าพร้อมรับประทานแบบซอง ทูน่ากระป๋อง และอาหารสัตว์เลี้ยงจากทูน่าภายใต้แบรนด์ของลูกค้า และซอสมะเขือเทศและซอสพริกภายใต้แบรนด์ King's Kitchen นอกจากนี้ บริษัทยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง บริการเช่าพื้นที่และห้องเย็น และส่งออกผลิตภัณฑ์ทูน่าไปยังเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง บริษัทยังให้เช่าพื้นที่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคม ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเกษตร และพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการให้สิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งในปี 1977 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving PM.BK
PM.BK

PM คาดไตรมาส 3/2569 ฟื้น ออเดอร์ต่างชาติกลับมา

นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM เปิดเผยกับ ทันหุ้น ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 มีทิศทางฟื้นตัวจากไตรมาส 2/2569 ซึ่งบริษัทมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท และรายได้ 1,448 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมาถูกกดดันจากยอดขายต่างประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารแมว จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่ชัดเจนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของบริษัทประมาณ 40% อยู่ในสหรัฐอเมริกา จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นกำแพงภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มมีความชัดเจนและกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ลูกค้าต่างประเทศเริ่มกลับมาส่งคำสั่งซื้อตามปกติแล้ว บริษัทจึงเพิ่มน้ำหนักการขยายธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอาหารแมวที่ยังเติบโตแข็งแกร่งในระดับเลขสองหลัก หรือ Double Digit ต่อเนื่อง และสูงกว่าตลาดอาหารสุนัข จึงเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ ขณะที่ธุรกิจขนมขบเคี้ยวเน้นทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังสูงและต้องชิงส่วนแบ่งการตลาด ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐภายใต้โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง แต่ความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ →