Climate Adaptation & Water▼
เจฟเฟอรีส์ชี้หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 6 ตัวเสี่ยงผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญ
เจฟเฟอรีส์เตือนว่าหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 6 ตัวอาจได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในปีนี้ไปจนถึงปี 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อหุ้นข้ามภาคธุรกิจที่บริษัทระบุว่ามีความเสี่ยง ขณะที่การคาดการณ์ในปัจจุบันบ่งชี้ว่าเอลนีโญช่วงปี 2569-2570 อาจรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และบริษัทตั้งข้อสังเกตว่า ต่างจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ เอลนีโญสามารถติดตามได้ล่วงหน้าหลายเดือน จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนระบุผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ก่อนที่ผลกระทบนั้นจะเกิดขึ้นเต็มที่ นักวิเคราะห์สก็อตต์ มาร์กส์ กล่าวว่าเฮอร์ชีย์มีความเสี่ยงจากการพึ่งพาโกโก้อย่างเข้มข้นผ่านพอร์ตช็อกโกแลตหลักในสหรัฐฯ และได้วางแผนฟื้นฟูอัตรากำไรปี 2570 บนพื้นฐานการคาดการณ์ว่าโกโก้จะปรับตัวลง โดยเตือนว่าซูเปอร์เอลนีโญที่ทำให้แอฟริกาตะวันตกมีอากาศร้อนและแห้งแล้งขึ้นในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2569/2570 จะบั่นทอนเสาหลักสำคัญของเรื่องราวการฟื้นตัวดังกล่าว ส่วนเจ.เอ็ม. สมัคเกอร์ มีความเสี่ยงผ่านพอร์ตกาแฟ โดยการจัดหาอาราบิก้าจากบราซิลและโรบัสต้าจากเวียดนามและอินโดนีเซียอาจได้รับผลกระทบ ขณะที่มอนเดเลซ อินเตอร์เนชันแนลเผชิญความเสี่ยงจากเอลนีโญผ่านโกโก้ โดยมีอุปทานราว 60% อยู่ในโกตดิวัวร์และกานา ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเหตุการณ์ที่รุนแรงจะทำให้อากาศร้อนและแห้งแล้งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม นักวิเคราะห์เปโดร บาติสตา ระบุว่าไพรซ์สมาร์ทได้ยอดขายราว 11% จากโคลอมเบีย และยังดำเนินธุรกิจทั่วอเมริกากลาง ขณะที่นักวิเคราะห์แอนน์ หลิง กล่าวว่ายัม ไชน่า อาจเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วม และสภาพอากาศเลวร้ายที่ทำให้ลูกค้ารับประทานที่ร้านลดลงชั่วคราว และรบกวนระบบโลจิสติกส์และประสิทธิภาพการจัดส่ง ส่วนนักวิเคราะห์อเล็กซ์ ไรต์ ชี้ว่าต้นทุนสารให้ความหวานที่พุ่งสูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรของโคคา-โคลา เฟมซา หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาสินค้า