KTB ได้เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เป้าราคา 46 บาท

AnalystIndustry
โดย HoonVision·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า KTB จะได้ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ในโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า หลังกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นต้นไป ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะใช้มาตรการค่าโดยสารแบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีทุกเส้นทางในราคา 17-45 บาท โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในเส้นทางที่เดินทางจริงเกินกว่า 45 บาทให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่ชดเชยคืนให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง และ KTB จะเป็นผู้เตรียมความพร้อมระบบหลังบ้านเพื่อบริหารจัดการเงินและเคลียร์คืนเงินส่วนต่างให้กับประชาชน มองว่าเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ KTB แต่รายได้หลักที่คาดว่าจะได้คือค่าธรรมเนียมในการเป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ซึ่งไม่น่าจะสูงอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการเดิม ขณะที่ประโยชน์เพิ่มเติมคือสภาพคล่องราคาถูกจากเงินที่ผ่านธนาคารและข้อมูลผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่สามารถ Cross sell ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปี 69 ไว้ที่ 48.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% y-y และคงราคาพื้นฐาน 46 บาท โดยคาดว่าปี 69 จะจ่ายปันผล 2.10 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.7% และปี 70 จะจ่าย 2.21 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.9% แนะนำ ทยอยซื้อ

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Financials · 1 หุ้น
Krung Thai Bank Public Company Limited
KTB
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

KTB wins role as clearing house for the common rail ticket project, seen as positive sentiment with fee revenue, float liquidity, and cross-sell data, while Phillip Securities maintains its 46 baht target and accumulate rating.

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3

เวย์โมเตรียมให้บริการรถยนต์ไร้คนขับในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ถือเป็นการเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก

เวย์โม บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในเครืออัลฟาเบท ประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าจะเริ่มให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของบริษัท โดยกลุ่มรถยนต์ชุดแรกซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดรุ่นจากัวร์ ไอ-เพซ จะเดินทางถึงสิงคโปร์ภายในไม่กี่เดือน และในปี 2027 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไร้คนขับที่ผ่านการฝึกอบรมจะขับเคลื่อนด้วยระบบmanualในระยะเริ่มต้น เพื่อปรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเวย์โมที่ชื่อเวย์โม ไดรเวอร์ ให้เข้ากับลักษณะเส้นทางและรูปแบบสภาพอากาศมรสุมในท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการแก่สาธารณชนได้ในปี 2028 บริษัทกำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานขนส่งทางบกของสิงคโปร์ในการนำบริการเข้าสู่ประเทศนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์กล่าวว่า สิงคโปร์ยินดีต้อนรับการเข้าสู่ตลาดของเวย์โมในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับรายล่าสุด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 เวย์โมยังได้ประกาศแผนที่จะเริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวภายในปี 2027 อีกด้วย
2

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นประกาศเป้าหมายนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงในสังคมปี 2028

นายซาโต้ โคจิ ประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 17 ว่า สมาคมตั้งเป้านำระบบพื้นฐานสำหรับการขับขี่อัตโนมัติมาใช้งานจริงในสังคมบางพื้นที่ภายในปี 2028 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ และระบุแนวนโยบายเร่งสร้างแพลตฟอร์มควบคุมข้อมูลที่บูรณาการทั้งระบบเฝ้าติดตามรถขับขี่อัตโนมัติจากระยะไกล และกลไกที่รถยนต์รับข้อมูลคนเดินถนนจากเซนเซอร์และกล้องบนถนน นายซาโต้ยังยืนยันว่าควรทำให้การไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นควบคู่กันได้ พร้อมกล่าวว่าจะเร่งความเร็วในการพัฒนา นอกจากนี้ยังพิจารณาสร้างกลไกที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกัน ทั้งการช่วยเหลือผู้เสียหายและการสอบสวนอุบัติเหตุเมื่อเกิดเหตุขึ้น
3

BEM ราคาแตะ 6.85 บาท โบรกดาโอคงแนะนำซื้อ เป้า 9.00 บาท

หุ้น BEM ปรับขึ้น 4.58% แตะ 6.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หลังบล.ดาโอคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท อิง SOTP โดยระบุว่าบริษัทมีมุมมองเป็นบวกจากการจัด Group conference call กับ BEM ซึ่งคาดว่าปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าปี 2027E มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10% YoY หนุนโดยนโยบายตั๋วร่วม ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดกับรัฐ โดยเฉพาะประเด็น subsidy ด้านต้นทุน บริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็น cost saving จากการนำงานซ่อมบำรุงสายสีม่วงกลับมาทำเองตั้งแต่ 3Q26E โดยคาด cost saving เฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี และใน 4Q26E อาจมี reverse ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงบางส่วนซึ่งเป็นรายการ one-time นอกจากนี้คาดการณ์ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยใน 2H26E จะยังทรงตัวต่ำใกล้เคียง 2Q26 สำหรับการปรับขึ้นค่าผ่านทาง SOE ใน ธ.ค. 2026 บริษัทมอง net impact เป็นกลาง ขณะที่อยู่ระหว่างหารือกับ กทพ. เกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบ ทั้งนี้ บล.ดาโอคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026E ที่ 3.9 พันล้านบาท เติบโต 3% YoY โดย 3Q26E เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิขยายตัว YoY จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสายสีม่วงที่ปรับตัวลง และโต QoQ หนุนโดยปัจจัยฤดูกาลของการเดินทาง โดยมี catalyst จากความคืบหน้าโครงการ Double Deck และสัญญาเดินรถสายสีม่วงใต้ รวมถึงนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าต้นปี 2027E ซึ่งจะช่วยหนุนปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบสูงขึ้น
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →