BEM ขอขยายเพดานหนี้เพิ่มกรอบเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท
BEM เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 15 กันยายน เพื่อขยายเพดาน Net IBD/E จาก 2.5 เท่าเป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.10% ตั้งแต่ปี 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการกู้ยืมได้อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมโครงการสำคัญ เช่น งานระบบรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติม 21 ขบวนมูลค่า 7.2 พันล้านบาท โครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท และโอกาสลงทุน PPP ใหม่ เช่น มอเตอร์เวย์ M9 นักวิเคราะห์จากเอเซีย พลัสมองว่าการขยายเพดานหนี้ครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมมากกว่าสะท้อนปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจาก Net IBD/E ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 2.29 เท่า และธุรกิจหลักยังสร้าง EBITDA ได้กว่า 9 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาระเงินลงทุนจะสอดคล้องกับกระแสเงินสดที่ปลดล็อกจากรถไฟฟ้าสีน้ำเงินในปี 2572 และการเลื่อนจ่ายค่าโครงการ Double Deck ผ่าน CK ไปถึงปี 2573-2574 โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 8.20 บาท
Share2Trade · 7h อ่านต่อ ▾
BEM เผยผู้โดยสาร MRT สิงหาคมเร่งตัว หนุนไตรมาส 3 โต
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่าปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินในเดือนสิงหาคม 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2569 ที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยช่วงวันทำงานราว 5.2–5.8 แสนเที่ยวคนต่อวัน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 ขณะที่ปริมาณการจราจรในระบบทางด่วนมีแนวโน้มทรงตัว บริษัทพร้อมให้ความร่วมนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการปรับลดภาระค่าครองชีพอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะทุกสายทางในกรอบ 14 – 45 บาท ที่มีกำหนดเริ่มดำเนินการต้นปี 2570 ก็คาดว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ BEM อยู่ระหว่างทยอยรับมอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่ม 21 ขบวนตั้งแต่กลางปี 2570 เพื่อทดสอบระบบและเตรียมรองรับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม–มีนบุรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยทดลองให้บริการช่วงปลายปี 2570 และเปิดให้บริการในปี 2571 โดยการเพิ่มขบวนรถจะช่วยเพิ่มความถี่การเดินรถและลดระยะห่างระหว่างขบวนเหลือประมาณ 2 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่ค่าโดยสารปัจจุบันอยู่ที่ 17–45 บาท การเปิดให้บริการสายสีส้มจะเพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะสถานีรามคำแหง หัวหมาก และรามคำแหง 12 ซึ่งออกแบบให้รองรับงานอีเวนต์ คอนเสิร์ต และตลาดจำหน่ายสินค้าและอาหาร พร้อมทั้งมีแผนขยายพื้นที่โฆษณาดิจิทัลทั้งในและนอกสถานีเพื่อเพิ่มรายได้ระยะยาว ปัจจุบัน BEM มีภาระการจ่ายค่าตอบแทนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินประมาณ 5,000–6,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2572 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและเปิดโอกาสให้บริษัทนำเงินไปลงทุนโครงการใหม่ ชำระหนี้ และพิจารณาการจ่ายเงินปันผลในอนาคต สำหรับธุรกิจทางด่วนจะได้รับประโยชน์จากการปรับค่าผ่านทางพิเศษสายศรีรัช–วงแหวนรอบนอก หรือ SOE ในวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขสัมปทานที่กำหนดให้ปรับทุก 5 ปี โดยรถ 4 ล้อปรับจาก 65 บาทเป็น 80 บาท รถ 6–10 ล้อจาก 105 บาทเป็น 130 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อจาก 150 บาทเป็น 185 บาท นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาโครงการทางพิเศษ M92 หลังยื่นข้อเสนอต่อกรมทางหลวง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 3 เดือน พร้อมติดตามโอกาสลงทุนโครงการใหม่ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายเดิมของ BEM เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตระยะยาว ด้านฐานะการเงิน BEM เริ่มได้รับเงินค่างานโยธาสายสีส้มช่วงตะวันตกงวดที่ 1 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ตามเงื่อนไขสัญญา ขณะที่โครงสร้างหนี้ปัจจุบันแบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 57% และลอยตัว 43% ช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนทางการเงิน
Thunhoon · 6d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
CK ลุ้นรายได้ปี 69 ทะลุ 4 หมื่นล้าน รับสายสีส้ม-จ่อประมูลงานรัฐ 1.98 แสนล้าน
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK มีโอกาสทำรายได้ปี 2569 สูงกว่าเป้าหมาย 4 หมื่นล้านบาท จากความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะที่ยังมี Pipeline โครงการภาครัฐขนาดใหญ่ราว 1.98 แสนล้านบาท รอเปิดประมูลช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า คาดกำไรไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน จากส่วนแบ่งกำไรของ BEM และ CKP ที่เข้าสู่ช่วง High Season แต่ยังลดลงจากปีก่อนเนื่องจากฐานสูง โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลดลง 9% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 23 บาท
Kaohoon · 7d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
บล.หยวนต้า คงคำแนะนำซื้อ BEM เป้า 10.50 บาท
บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BEM ด้วยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2026 ที่ 10.50 บาท หลังประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โดยมองว่าการคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยเป็นจุดแข็งสำคัญ BEM เริ่มซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วงด้วยตนเองตั้งแต่ 6 ส.ค. 2026 หลังสิ้นสุดสัญญา 10 ปีกับพันธมิตรญี่ปุ่น คาดประหยัดค่าใช้จ่ายราว 100 ล้านบาทต่อปี และอาจกลับรายการค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงที่พันธมิตรยังไม่ได้ดำเนินการอีกราว 100-160 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2026 งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกคาดเปิดให้บริการก่อนกำหนดเดิมภายใน ม.ค. 2028 ส่วนฝั่งตะวันตกคาดเปิดให้บริการใน ก.ค. 2030 บริษัทจะปรับขึ้นค่าผ่านทางเส้น SOE 15 บาทใน ธ.ค. 2026 ซึ่งอาจกดดันจำนวนผู้ใช้ช่วง 3 เดือนแรก แต่คาดไม่มีผลกระทบต่อการเติบโตระยะยาว บล.หยวนต้า คงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 3,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีก่อน และมองว่ากำไรครึ่งหลังปี 2026 เติบโตดีขึ้นทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี จากแรงหนุนการประหยัดค่าซ่อมบำรุงและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
ปลิว ตรีวิศวเวทย์ เข้าซื้อหุ้น BEM เพิ่ม 14 ล้านหุ้น
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทเพิ่มเติมจำนวน 14,300,000 หุ้น เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 6.95 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 99.38 ล้านบาท โดยทำรายการผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังการทำรายการดังกล่าว ส่งผลให้นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ มีจำนวนหุ้น BEM ในครอบครองเพิ่มขึ้นเป็น 88,967,999 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.58% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดในกิจการ จากเดิมที่ถืออยู่ 74,667,999 หุ้น ขณะที่ราคาหุ้น BEM ปิดวันที่ 17 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.57%
Kaohoon · 9d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
CK กำไรเกินคาด ดาโอคงเป้า 23 บาท
บล.ดาโอ ระบุว่า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 800 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 143% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ตลาดและดาโอคาดไว้ 17-18% โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวดีกว่าคาด 20 basis points จากปีก่อน และ 70 basis points จากไตรมาสก่อน จากประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนภายใน ขณะที่รายได้อื่นชะลอลง 25% จากปีก่อน หลักๆ จาก CKP มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่เพิ่มขึ้น 87% จากไตรมาสก่อน จากเงินปันผล TTW และส่วนแบ่งกำไร BEM ที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงมากกว่าคาดจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ ดาโอคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และคาดกำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2569 จะเติบโตจากปีก่อนและไตรมาสก่อน จากรายได้ก่อสร้างที่โตต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยชะลอ และ peak season ของ CKP คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 23.00 บาท อิงวิธี SOTP โดยแบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจก่อสร้าง 3.6 บาท และมูลค่าการถือหุ้นใน BEM, CKP และ TTW รวม 19.4 บาท แม้ backlog จะทยอยลดลง แต่ยังช่วย secure รายได้ต่อเนื่อง 3 ปีข้างหน้า และยังมี catalyst จากโครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท และการผลักดันโครงการใหม่ของรัฐ
HoonVision · 10d อ่านต่อ ▾
BEM เดินเกมเพิ่มมาร์จิ้น นำงานซ่อมบำรุงกลับมาทำเอง
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เดินหน้าปรับโครงสร้างต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร โดยมีแผนนำงานซ่อมบำรุงบางส่วนกลับมาดำเนินการเองแทนการจ้างผู้รับเหมาภายนอก คาดเห็นผลชัดเจนช่วงครึ่งหลังของปี 2569 พร้อมเร่งนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและงานหลังบ้าน ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรมานานกว่า 1 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของการเดินรถและจำนวนสถานีในอนาคต ด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออก รถไฟฟ้าขบวนที่ 1 ผลิตและทดสอบที่โรงงานในตุรกีแล้วเสร็จ และกำลังส่งไปทดลองวิ่งที่เยอรมัน ส่วนขบวนที่ 2 อยู่ระหว่างการทดสอบที่ตุรกีและจะเป็นรถไฟฟ้าขบวนแรกที่ถูกส่งมาถึงประเทศไทยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยโครงการจะเปิดทดลองใช้ปลายปีหน้าและเปิดให้บริการตามแผนในต้นปี 2571 สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 BEM มีกำไรสุทธิ 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาทจากปีก่อน เป็นกำไรสุทธิไตรมาส 2 สูงสุดในรอบ 10 ปี รายได้รวมจากการให้บริการ 3,982 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 2,071 ล้านบาท และรายได้ธุรกิจระบบราง 1,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 9 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ปรับขึ้นเล็กน้อย YoY จากดอกเบี้ยจ่ายลดลงและการบริหารค่าใช้จ่ายภายใน โดยปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้ากรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 4.3 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 4% MoM ขยายตัว YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่ผู้ใช้ทางด่วนอยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.5% YoY และ 0.3% MoM ปรับขึ้น YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
ทันหุ้น · 10d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
บัวหลวงส่อง 12 หุ้น งบ 2Q26 ไร้หุ้นพลาดเป้า
บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้มีรายงานงบการเงินบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 12 บริษัท แบ่งเป็นกำไรดีกว่าคาด 6 บริษัท ได้แก่ PTT AOT ERW PLANB GFPT AMATA และกำไรตามคาด 6 บริษัท ได้แก่ TOP BEM BGRIM BDMS TIDLOR OSP โดยไม่มีบริษัทใดกำไรต่ำกว่าคาด PTT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 144% YoY และ 104% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากกำไรธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด AOT รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 4.44 พันล้านบาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 6% และตลาดคาด 17% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ต่ำกว่าคาด ERW รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 81% QoQ ตามฤดูกาล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด GFPT รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 582 ล้านบาท ลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 20% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด PLANB รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 43% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด 4–6% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.58 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,032% YoY และ 15% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 13% และตลาดคาด 16% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.60 บาทต่อหุ้น ด้านกลุ่มกำไรตามคาด TOP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.60 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 378% YoY และ 74% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 11% จากค่าการกลั่นและ Lube base margin ที่เพิ่มขึ้น BGRIM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 6% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น BEM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.01 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 16% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด BDMS รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 20% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 7% TIDLOR รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด OSP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.10 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด AAV รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 2.33 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ขาดทุนน้อยกว่าตลาดคาด 17%
Thunhoon · 13d อ่านต่อ ▾
BEM กำไร Q2 ใกล้คาด โบรกเกอร์คงเป้า 9 บาท
บล.ดาโอ ระบุว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และ 16% จากไตรมาสก่อน ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงและเงินปันผลจาก TTW และ CKP รวม 341 ล้านบาท ขณะที่รายได้อ่อนตัวลง 0.4% จากปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อน ตามปริมาณผู้ใช้บริการที่ลดลงในช่วงโลว์ซีซัน และอัตรากำไรขั้นต้นชะลอลงจากค่าตัดจำหน่ายสิทธิที่สูงขึ้น โบรกเกอร์คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท อิงวิธี SOTP โดยมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าโครงการใหม่และนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าที่คาดเริ่มใช้ต้นปี 2570
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด
บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
ส่อง 4 หุ้นกลุ่ม ช.การช่าง ก่อนแจ้งงบไตรมาส 2 CK ก่อสร้างโดดเด่น
นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ 4 บริษัทในกลุ่ม ช.การช่าง โดย CK คาดกำไรปกติ 725.7 ล้านบาท ลดลง 1% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 120.5% จากไตรมาสก่อน หนุนจากกำไรดำเนินงานก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น 11.5% จากปีก่อน ด้าน BEM คาดกำไรปกติ 1.01 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน และ 15.2% จากไตรมาสก่อน จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วน CKP คาดกำไรปกติ 202 ล้านบาท ลดลง 43% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 74% จากไตรมาสก่อน โดยกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันในไตรมาส 3 ขณะที่ TTW คาดกำไรสุทธิ 686 ล้านบาท ลดลง 14% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน โดดเด่นในฐานะหุ้น Defensive ที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและจ่ายเงินปันผลสูง
Thunhoon · 17d อ่านต่อ ▾
CK คาดกำไร Q2 ฟื้นตัวเด่น รับแรงหนุนจาก CKP และ BEM
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK คาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 2 ปี 2569 ฟื้นตัวเด่นที่ 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 113.6 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 18.5 จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ฟื้นตัวตามฤดูกาลและการรับรู้เงินปันผลจาก TTW ด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคาดรายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน จากการทยอยรับรู้รายได้ของ Backlog โครงการใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 361 ล้านบาท ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อนตามผลประกอบการของ BEM แต่ลดลงจากปีก่อนเพราะ CKP ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนและอยู่ในกรอบเป้าหมายปี 2569 ที่ร้อยละ 7 ถึง 8 ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A คาด 590 ล้านบาท และดอกเบี้ยจ่ายคาด 405 ล้านบาท ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากการทยอยชำระหนี้ แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2569 คาดเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก CKP ที่เข้าสู่ช่วง High Season ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ซึ่งจะหนุนให้ส่วนแบ่งกำไรทำจุดสูงสุดของปี ขณะที่ธุรกิจรับเหมาคาดทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมี Backlog แข็งแกร่งที่ 1.56 แสนล้านบาท รองรับรายได้อีก 3 ถึง 4 ปี และมีแผนประมูลและลงนามสัญญาโครงการใหม่เพิ่มอีกกว่า 2.6 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีข้างหน้า บล.หยวนต้าคงราคาเหมาะสมที่ 25.90 บาท และคงคำแนะนำซื้อ โดยราคาหุ้นปัจจุบันมีส่วนต่างกำไรสูงถึงร้อยละ 42.3
HoonVision · 21d อ่านต่อ ▾
CK กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 101.6% จากไตรมาสก่อน หนุนเป้าใหม่ 21.60 บาท
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรของ CK ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% จากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวตามฤดูกาลของส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และเงินปันผลจาก TTW แต่ลดลง 23.1% จากปีก่อน จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนของ CKP ที่ลดลง รายได้ก่อสร้างทรงตัวที่ราว 1.2 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน และเติบโตจากปีก่อน จากความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง และรถไฟทางคู่เด่นชัย–เชียงของ อัตรากำไรขั้นต้นงานก่อสร้างคาดอยู่ที่ 7.5% ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 7-8% แม้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาระดอกเบี้ยลดลงจากการทยอยชำระหนี้ แนวโน้มกำไรมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/69 ตามปัจจัยฤดูกาลของ CKP บล.ฟิลลิปปรับคำแนะนำหุ้น CK จากทยอยซื้อเป็นซื้อ พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 21.60 บาท โดยมองว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วและมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
HoonVision · 21d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
บล.กสิกรไทยคาด BEM กำไรไตรมาส 2/2569 ที่ 992 ล้านบาท แนะนำซื้อเป้า 10.31 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 26.2% จากไตรมาสก่อน โดยมีรายได้ประมาณ 4,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากปีก่อน และ 14.6% จากไตรมาสก่อน ตามปริมาณผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าที่ฟื้นตัว บล.กสิกรไทยคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,118 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 4,331 ล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมาย 10.31 บาท โดยมองว่าปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีโอกาสจากโครงการทางด่วน Double Deck ในอนาคต
Kaohoon · 23d อ่านต่อ ▾
BEM คาดกำไรไตรมาส 2 พันล้านบาท รับแรงหนุนตั๋วร่วมดันผู้โดยสาร
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ ประเมินกำไรสุทธิของ BEM ในไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 1,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน ซึ่งสูงกว่ากรอบประมาณการเบื้องต้นที่ 950 ถึง 1,000 ล้านบาทเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้เงินปันผลจาก TTW และ CKP รวม 341 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง 9% จากปีก่อน ขณะที่รายได้รวมชะลอตัวตามฤดูกาลท่องเที่ยวและธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่อ่อนแรงลง ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ไว้ที่ 3.9 พันล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท โดยมีปัจจัยเร่งจากการเดินหน้าโครงการทางด่วนสองชั้นและนโยบายตั๋วร่วมในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบ
HoonVision · 27d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
คัด 8 หุ้นลุ้นไปต่อ หลังสั่งชะลอโครงการแลนด์บริดจ์
คณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์สรุปว่าโครงการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามันมีความน่าจะเป็นในการดำเนินโครงการในระดับต่ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและมีความเสี่ยงรอบด้าน ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับท่าทีนายกรัฐมนตรีที่สั่งชะลอโครงการก่อนหน้านี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการปรับรูปแบบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมจะเน้นไปที่จุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย รถไฟไทย-จีน และท่าเรือน้ำลึกใหม่บางแห่งตามข้อเสนอเอกชน ซึ่งบ่งชี้ถึงความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนที่ชัดเจนขึ้น โดยข้อจำกัดด้านการคลังทำให้รัฐต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น และการลดขนาดโครงการจากขนาดใหญ่มากเป็นขนาดกลางถึงเล็กจะช่วยให้เกิดการลงทุนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเพิ่มแรงส่งการลงทุนและหนุนโอกาสขาขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หุ้นที่ได้รับประโยชน์ได้แก่กลุ่มธนาคารอย่าง KTB และ KBANK กลุ่มรับเหมาอย่าง STECON และ PYLON กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA รวมถึงกลุ่มโลจิสติกส์ที่กำลังมองหาโครงการลงทุนใหม่อย่าง BEM และ BTS
HoonVision · 31d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
CK ได้รับคำแนะนำ "ซื้อ" เป้า 22.50 บาท คาดกำไรปี 2570-2572 โตเฉลี่ย 9%
บริษัทหลักทรัพย์ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 22.50 บาท จาก 23.00 บาท หลังปรับลดมูลค่าแบบ SOTP ของเงินลงทุนใน CKP ส่งผลให้ประมาณการกำไรของ CK ในช่วงปี 2569-2571 ลดลง 1-4% อย่างไรก็ตาม ยังคงมองว่า CK เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ของไทย โดยคาดกำไรจะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในช่วงปี 2570-2572 และมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 20.3% ฝ่ายวิจัยระบุว่า แม้จะปรับลดประมาณการกำไรจากผลกระทบต่อ CKP ซึ่ง CK ถือหุ้น 30% แต่ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังแข็งแกร่ง จากงานในมือมูลค่า 1.57 แสนล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 หรือราว 3.4 เท่าของรายได้ปี 2569 ประกอบกับโอกาสได้รับงานใหม่จากโครงการทางด่วนสองชั้น มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท และงานระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท รวมถึงรายได้เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจาก CKP, BEM และ TTW ราว 2.7-2.9 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่บริษัทคาดรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 8.3% ได้จากการบริหารต้นทุนวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า นอกจากนี้ ttb wealth มองว่า CK จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในช่วงปี 2569-2571 ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 7.75 แสนล้านบาท ครอบคลุมโครงการทางหลวง รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และสนามบิน แม้บางโครงการจะล่าช้าจากกระบวนการภาครัฐ แต่ยังคาดว่าจะทยอยเปิดประมูลตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป สำหรับผลประกอบการระยะสั้น ฝ่ายวิจัยคาดว่า CK จะมีกำไรสุทธิ 843 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 156% QoQ โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมาจากรายได้เงินปันผลของ TTW และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรของธุรกิจก่อสร้างคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน ด้านประมาณการ ttb wealth คาดว่า CK จะมีรายได้ 45,823 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,606 ล้านบาท ในปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 2,738 ล้านบาท ในปี 2570 และ 2,973 ล้านบาท ในปี 2571 สะท้อนการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือและโครงการใหม่ที่คาดว่าจะได้รับในช่วงหลายปีข้างหน้า
thunhoon.com · 33d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
กสิกรไทยชี้คลังปรับเป้า GDP ปี 69 เป็น 2.5% หนุนหุ้นลงทุนเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากกระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2569 เป็น 2.5% จากเดิม 1.6% โดยปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 9% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจ Data Center ส่งผลให้การลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์เติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีกำหนดประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยกสิกรไทยคาดว่าเครื่องยนต์การเติบโตที่โดดเด่นที่สุดจะเป็นการลงทุนเมื่อเทียบกับองค์ประกอบทางเศรษฐกิจด้านอื่น และอาจเป็นปัจจัยให้หลายสำนักวิจัยรวมถึงกสิกรไทยมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ GDP ในระยะถัดไป ปัจจุบันกสิกรไทยยังคงประมาณการ GDP ปี 2569 ไว้ที่ 2.0% โดยมองว่าประมาณการการบริโภคภาคเอกชนที่ 2.2% และการลงทุนที่ 4.5% ยังมีโอกาสปรับเพิ่ม ขณะที่ภาคการส่งออกยังมีแนวโน้มดีกว่าคาดแต่ผลบวกอาจถูกหักล้างบางส่วนจากการนำเข้าที่ขยายตัวเช่นกัน สำหรับกลยุทธ์การลงทุน กสิกรไทยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์, ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์, ช.การช่าง และ ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
Kaohoon · 33d อ่านต่อ ▾
BEM คาดกำไรสุทธิปี 2026 ทำสถิติสูงสุด 3.9 พันล้านบาท รับอานิสงส์ค่าโดยสารใหม่
บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิของ BEM ในปี 2026 จะเติบโต 3.4% จากปีก่อน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.9 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาเติบโตของปริมาณผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะจากรถไฟฟ้า สำหรับไตรมาส 2/26 คาดกำไรสุทธิจะแข็งแกร่งที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่รายได้จากรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโต 2% จากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจทางด่วนทรงตัว และรายได้ค่าโฆษณาลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ BEM ยังเตรียมได้รับประโยชน์จากอัตราค่าโดยสารใหม่ที่ถูกลงในช่วง 17-45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งจะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2027 โดยทุกปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 20% จากกรณีฐาน 450,000 เที่ยวต่อวันในปี 2027 จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิขึ้น 19%
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
CK คาดไตรมาส 2/69 โตต่อเนื่อง งานใหญ่ทะลัก เป้าราคา 23 บาท
บล. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ระบุว่า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนและเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังทรงตัวในระดับสูงจากการทยอยรับรู้งานในมือ โดยมีโครงการหลักอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง และรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัวในกรอบ 7.5-7.7% ส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลจากบริษัทร่วมก็เติบโต โดย BEM ได้แรงหนุนจากปริมาณผู้โดยสารและผู้ใช้ทางด่วนที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว CKP คาดกำไรฟื้นตัวจากไตรมาสแรกเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และ TTW จะเริ่มบันทึกรายได้เงินปันผลเข้ามาช่วยหนุน ฝ่ายวิเคราะห์คาดรายได้รวมทั้งปี 69 อยู่ที่ 80,000 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 2,100 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% จากปีก่อน ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 23.00 บาท
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
โบรกฯ ชี้ 7 หุ้น SET50 ราคาล้าหลัง ลุ้นต่างชาติเข้าถือเพิ่ม หลังหุ้นนำตลาดแวลูเอชั่นตึง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 31.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามธีม AI และปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด แต่ที่ระดับ 1,650 จุด เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านแวลูเอชั่นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด ซึ่งมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงคาดว่าจะเกิดการหมุนเงินทุนไปยังหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและแวลูเอชั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกำไรยังเติบโตดี กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ผ่าน 2 ธีม ได้แก่ Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโตดีและครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง เช่น ADVANC, CPN, GULF, PR9, SCGP และ TIDLOR และ Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และมีโมเมนตัมกำไรดี เช่น BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE และ TU
Share2Trade · 35d อ่านต่อ ▾
Digital Finance & Tokenization▲
ทรูมันนี่เปิดตัวแตะจ่ายไม่ต้องผูกบัตรครั้งแรกในไทย
ทรูมันนี่ประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำด้านเทคโนโลยีการชำระเงินพร้อมเปิดตัวฟีเจอร์แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ให้ผู้บริโภคแตะจ่ายได้โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกของไทย โดยนางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่าอนาคตของการชำระเงินต้องผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและขับเคลื่อนด้วยเอไอและอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่ง ทรูมันนี่เปิดตัวการแตะจ่ายสองรูปแบบ ได้แก่ การแตะจ่ายที่เครื่องบลูแทปในเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรซึ่งรองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ และการแตะจ่ายที่เครื่องอีดีซีแบบคอนแทคเลสซึ่งจะเริ่มให้บริการสำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยความร่วมมือกับอาลีเพย์พลัสและมาสเตอร์การ์ด ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแตะจ่ายที่เครื่องบลูแทปแล้วกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดแตะจ่ายรวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยบริษัทมีแผนขยายจุดให้บริการบลูแทปเป็นมากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569 และกำลังหารือกับบีอีเอ็มเพื่อนำระบบแตะจ่ายไปใช้กับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีภายในไตรมาส 4 ปี 2569
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
รัฐบาลพับแผนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า 4 แสนล้าน หันตั้งกองทุนตั๋วร่วม 17-45 บาท
รัฐบาลยุติแผนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ามูลค่า 4 แสนล้านบาท และเปลี่ยนมาใช้โมเดลให้ รฟม. บริหารจัดการแบบองค์รวม พร้อมตั้งกองทุนตั๋วร่วมเพื่อชดเชยส่วนต่างรายได้ให้เอกชน โดยตั้งเป้าให้ประชาชนใช้รถไฟฟ้าทุกสายในราคา 17-45 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2570 รัฐจะชดเชยรายได้ส่วนต่างเฉพาะฐานผู้โดยสารที่เติบโตตามสถิติปกติ คาดการณ์วงเงินชดเชยราว 4.6 พันล้านบาทต่อปี หากผู้โดยสารเพิ่มเกินสถิติเดิม เอกชนรับรายได้ตามจริงโดยรัฐไม่ชดเชยเพิ่ม นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่ามาตรการนี้เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก โดย BEM ได้ประโยชน์มากที่สุด พร้อมคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ BEM ราคาเป้าหมาย 7.3 บาทต่อหุ้น และ NEUTRAL สำหรับ BTS ราคาเป้าหมาย 2.3 บาทต่อหุ้น และ BTSGIF ราคาเป้าหมาย 2.1 บาทต่อหุ้น
Share2Trade · 37d อ่านต่อ ▾
BEM.BK▲
BEM เผยผู้ใช้บัตร EMV โต 60% พร้อมรับตั๋วร่วมและเดินรถสายสีส้มตะวันออกปลายปี 70
บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เปิดเผยว่ายอดผู้ใช้บัตร EMV Contactless ในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงเพิ่มขึ้นถึง 60% หลังเปิดให้ใช้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM ระบุว่าความพร้อมนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการรองรับนโยบายตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยวโดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 และผู้โดยสารจะต้องชำระผ่านบัตร EMV Contactless เท่านั้น นอกจากนี้ BEM ยังเตรียมเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกในช่วงปลายปี 2570 โดยคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ 100,000 เที่ยวต่อวันในระยะแรก และเพิ่มเป็น 300,000 เที่ยวต่อวันเมื่อเปิดฝั่งตะวันตกในปี 2573 พร้อมทั้งจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินอีก 21 ขบวนเพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายในอนาคต
InfoQuest · 38d อ่านต่อ ▾