เอเซีย พลัส ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75%-4.00% แนะกลยุทธ์ Selective Buy

MacroDigital FinanceGeopolitics Impact 4
โดย InfoQuest·USTH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ประจำเดือนกันยายน ได้สร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลก หลังจาก FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75%-4.00% ตามคาด เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังไร้สัญญาณชะลอตัวชัดเจน ทว่าประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือ Dot Plot กลับส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าที่ตลาดประเมิน โดยกรรมการ FOMC ถึง 16 ท่านเห็นควรให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ และอีก 4 ท่านมองว่าควรขึ้นถึง 0.50% ก่อนจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดปี 2570 แล้วจึงทยอยปรับลดลงเพียงปีละ 1 ครั้งสู่ระดับ 3.6% ในปี 2572 ขณะที่นายเควิน วอร์ช ประธาน FED เตือนถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งเกินคาด แนวโน้มเงินเฟ้อที่ยังไม่น่าไว้วางใจ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าเกษตร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยังลงมติ 262 ต่อ 159 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเปิดทางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการภาษีขั้นเด็ดขาด โดยเก็บภาษี 500% สำหรับสินค้านำเข้าจากรัสเซีย และเพิ่มภาษี 100% สำหรับประเทศที่ยังคงนำเข้าพลังงานจากรัสเซียหรือช่วยหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ด้านตลาดหุ้นไทย ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว พร้อมชูหุ้นเด่น 5 ตัว ได้แก่ NVDA80, CRWD80, CBG, CK และ PLANB.

ผลกระทบต่อหุ้น 6

Consumer Staples · 1 หุ้น
Industrials · 1 หุ้น
Artificial Intelligence · 1 หุ้น
Communication Services · 1 หุ้น
อื่นๆ · 2 หุ้น