BE8 เร่งแผน JUMP+ ตั้งเป้ารายได้ 3.2 พันล้านบาทปี 71

Earnings
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประมาณ 70% หรือราว 400 ล้านบาท มาจากธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นรายได้ประจำ ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 82.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.53% เพิ่มขึ้น 2.69 จุดจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไม่มีการบันทึกค่าเผื่อหนี้สินจากสัญญาที่สร้างภาระซึ่งเป็นรายการครั้งเดียวในไตรมาส 1/2569 ผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 28.2 ล้านบาท ลดลง 59% จากไตรมาสก่อน และหากไม่รวมรายการครั้งเดียว ผลขาดทุนสุทธิดีขึ้น 25% งานในมือปัจจุบันอยู่ที่ 1,882 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส โดยคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ประมาณ 60% หรือราว 1,100 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และมีโครงการที่อยู่ระหว่างเสนอราคารวมประมาณ 3,992 ล้านบาท ภายใต้โครงการ Jump+ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้แตะ 3,200 ล้านบาทภายในปี 2571 โดยมีกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การขยายธุรกิจ AI Transformation การรุกตลาดภาครัฐ และการจัดตั้งพันธมิตรหรือกิจการร่วมค้าเชิงกลยุทธ์ ในส่วนของธุรกิจ AI Transformation บริษัทได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม AI จากต่างประเทศ พร้อมได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเป็นเวลา 3 ปี และต่ออายุได้โดยอัตโนมัติ ปัจจุบันเริ่มดำเนินโครงการแรกให้แก่ลูกค้าแล้ว มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Postman Cloud ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงบริการโลจิสติกส์ งานสำรวจ งานขนส่งด่วน และการจับคู่ทางธุรกิจ โดยใช้เครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ประมาณ 25,000 คนทั่วประเทศเป็นจุดแข็งสำคัญ แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถรองรับบริการหลากหลายรูปแบบ เช่น การสำรวจทรัพย์สินให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ การตรวจสภาพรถให้บริษัทประกันภัย รวมถึงการแจกสินค้าตัวอย่างและรับคำสั่งซื้อให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ก่อนพัฒนาแพลตฟอร์มแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน และทยอยสร้างรายได้จากการขายและให้บริการต่อไป สำหรับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 14.53% และยังต่ำกว่าระดับปกติที่มากกว่า 25% บริษัทคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวจากงาน AI Transformation โครงการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ รวมถึง Postman Cloud และแพลตฟอร์มใหม่ต่าง ๆ ขณะที่รายได้จากการขยายงานภาครัฐคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปี 2570 ปัจจุบันงานภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ 30% ของพอร์ตงานรวม ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคเอกชนได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านไอทีของภาคเอกชนที่มีความระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนโครงการในตลาดลดลงและการแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น ทั้งนี้ BE8 จะเดินหน้าควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อรองรับช่วงที่รายได้ทยอยฟื้นตัว และผลักดันอัตรากำไรให้กลับเข้าสู่ระดับปกติในระยะต่อไป

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
Beryl 8 Plus Public Company Limited
BE8
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

BE8 reports strong backlog and targets revenue growth driven by AI and government projects.

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

Thailand Postเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเป้าราคาแอคเซนเจอร์ขึ้นเป็น 175 ดอลลาร์ ขณะที่วอลล์สตรีทแตกแยกเรื่องการเติบโตจาก AI

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของแอคเซนเจอร์เป็น 175 ดอลลาร์ จากเดิม 130 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 6% ในการซื้อขายช่วงบ่าย แม้ว่าบริษัทยังคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ Equal weight ขณะที่ยูบีเอสคงอันดับ Buy พร้อมราคาเป้าหมาย 275 ดอลลาร์ โดยอ้างความเชื่อมั่นในจุดยืนด้าน AI และกลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการของแอคเซนเจอร์ ส่วนเวลส์ ฟาร์โก ปรับลดอันดับหุ้นเป็น Equal Weight จากความกังวลว่าแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจฉุดความคาดหวังการเติบโตในปีงบประมาณ 2027 แอคเซนเจอร์ได้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจร่วมกับกูเกิล คลาวด์ เพื่อส่งวิศวกร AI ไปยังลูกค้าองค์กรต่างๆ และยังคงเพิ่มขีดความสามารถเฉพาะทางผ่านการเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง การถือครองหุ้นแอคเซนเจอร์ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์เพิ่มขึ้นเป็น 69 รายในไตรมาสที่สอง จาก 64 รายในไตรมาสแรก โดย Pzena Investment Management เพิ่มสัดส่วนการถือครอง 114% เป็นมากกว่า 5.1 ล้านหุ้น ขณะที่ AQR Capital Management เพิ่มสถานะ 245% เป็นประมาณ 3.7 ล้านหุ้น และ Greenhaven Associates เปิดสถานะใหม่ราว 3.4 ล้านหุ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการขายชอร์ตเพิ่มขึ้นเกือบ 9% จากตัวเลขก่อนหน้า เป็น 3.81% ของหุ้นที่ซื้อขายโดยสาธารณะ ณ วันที่ 31 สิงหาคม โดยใช้เวลา 5 วันในการปิดสถานะ
Insider Monkey·3hอ่านต่อ →

Meta เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ AI Stilla.ai เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ Business Agent

Meta Platforms เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Stilla.ai เมื่อวันที่ 9 กันยายน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมขีดความสามารถด้าน agentic AI และเปิดช่องทางสร้างรายได้ใหม่นอกเหนือจากโฆษณา บริษัทวางแผนผสานทีมและเทคโนโลยีของ Stilla.ai เข้ากับ Meta Business Agent ซึ่งช่วยให้ธุรกิจต่างๆ โต้ตอบกับลูกค้าบนแพลตฟอร์มของ Meta ในระยะยาว Meta มองว่าลูกค้าจะใช้ AI agent สอบถามเกี่ยวกับสินค้า พูดคุยเรื่องราคา และอาจซื้อสินค้าได้สำเร็จโดยไม่ต้องออกจากระบบนิเวศของ Meta ซึ่งจะสร้างชั้นการพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุม Facebook, Instagram, Messenger และ WhatsApp Meta ระบุเตือนว่า Stilla.ai ยังเป็นสตาร์ทอัพขนาดเล็ก และดีลนี้น่าจะยังไม่ส่งผล materially ต่อรายได้หรือกำไรต่อหุ้นในระยะสั้น โดยยังต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการผสานระบบ ก่อนที่รายได้จากธุรกรรมอย่างมีนัยสำคัญจะเกิดขึ้น ตามข้อมูลจาก Insider Monkey Database มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 254 แห่งถือครองหุ้น Meta ในไตรมาสที่สอง ลดลงจาก 262 แห่ง ณ สิ้นไตรมาสแรก ขณะที่ยอดขายชอร์ตคิดเป็นประมาณ 1.13% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว หรือราว 28.81 ล้านหุ้น ณ วันที่ 31 สิงหาคม
Insider Monkey·3hอ่านต่อ →
2

โอเพนเท็กซ์จับมือโคเฮียร์พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่เชื่อถือได้สำหรับภาครัฐ

โอเพนเท็กซ์ได้จับมือกับบริษัทโคเฮียร์ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเสนอเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์แบบเอเจนติกสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการนำตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ไปใช้งานอย่างเชื่อถือได้ โดยทำงานร่วมกับข้อมูลองค์กรที่มีความละเอียดอ่อนในสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมอย่างแน่นหนา ทั้งสองบริษัทวางแผนที่จะมอบทางเลือกในการติดตั้งใช้งานที่ยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า รวมถึงรูปแบบการติดตั้งแบบส่วนตัวและแบบผสมผสานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โอเพนเท็กซ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ในรัฐแคลิฟอร์เนียและมีมูลค่าตลาดประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์ มุ่งเน้นเครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลที่ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่จัดการและกำกับดูแลข้อมูลในภูมิภาคที่กฎเกณฑ์ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับปัญญาประดิษฐ์และการใช้ข้อมูลเข้มงวดเป็นพิเศษ ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมเสาหลักด้านการนำปัญญาประดิษฐ์ไปปฏิบัติของเรื่องราวของโอเพนเท็กซ์ให้คมชัดยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงชั้นข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทเข้ากับแพลตฟอร์มตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ที่พร้อมใช้งานซึ่งออกแบบมาสำหรับหน่วยงานภาครัฐและธนาคาร แม้ว่าจะเพิ่มความซับซ้อนในการผสานระบบบนทับการปรับโครงสร้างองค์กรและการเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมสู่คลาวด์ที่ยังดำเนินอยู่ก็ตาม
Simply Wall St·4hอ่านต่อ →