บัวหลวงคาด PR9 กำไรหลัก Q3/69 นิวไฮ 237 ล้านบาท หนุนราคาเป้าหมาย 22 บาท

AnalystAnalyst
โดย ทันหุ้น·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บล.บัวหลวง ประเมินว่าบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 จะรายงานกำไรหลักในไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 29% QoQ จากรายได้ 1.44 พันล้านบาท ซึ่งเติบโต 5% YoY และ 10% QoQ โดยรายได้ผู้ป่วยไทยคาดโต 5% YoY และ 11% QoQ เป็น 1.04 พันล้านบาท ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 7% QoQ จากการฟื้นตัวที่กระจายกว้างขึ้นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง โดยกาตาร์และเมียนมายังเป็นตลาดเด่น ประกอบกับช่วงฤดูฝนหนุนจำนวนผู้ป่วยไทยโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ด้านอัตรากำไรคาดว่า GM อยู่ที่ 36.5% ทรงตัว YoY แต่เพิ่ม 85bps QoQ และ EBITDA margin เพิ่มเป็น 23.4% หรือบวก 100bps YoY และ 110bps QoQ ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังยังได้แรงหนุนจากศูนย์ไตเทียมที่เพิ่มการใช้บริการเต็มที่ รวมถึงเครื่องมือใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2569 เช่น Bi-plane Angiography, Hyperbaric Oxygen Therapy และ Neuro ICU ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนเคสที่มี Margin สูงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตเลขหลักเดียว สอดคล้องกับประมาณการของบัวหลวงที่ 5.5 พันล้านบาท หรือโต 5% YoY ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท อิง PER ปี 2570 ที่ 18x มอง PR9 กำลังเข้าสู่รอบกำไรขาขึ้นใหม่ และตลาดยังมีโอกาสปรับมูลค่าหุ้นขึ้นตามกำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนประเด็น Data Center ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล ฝ่ายบริหารยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในปัจจุบัน

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Health Care · 1 หุ้น
Praram 9 Hospital Public Company Limited
PR9
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Bualuang estimates PR9 will post a record-high Q3 2026 core profit of 237 million baht and maintains a Buy rating with a 22 baht target price.

ผลกระทบต่อธีม 1

บริษัทนอก coverage 1

BBL Asset Management Company Limited (Bualuang Asset Management)เอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

CVS ออมนิแคร์ ได้รับอนุมัติจากศาลให้ชำระบัญชีตามมาตรา 11

ผู้พิพากษาศาลล้มละลายในรัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนชำระบัญชีตามมาตรา 11 สำหรับ CVS ออมนิแคร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านเภสัชกรรมสำหรับการดูแลระยะยาวของ CVS เฮลธ์ หลังจากที่บริษัทได้ขายกิจการดำเนินงานไปในราคา 250 ล้านดอลลาร์ และบรรลุข้อตกลงยุติคดีกับกระทรวงยุติธรรมเป็นเงิน 440 ล้านดอลลาร์ ในคดีเรียกเก็บเงินอย่างไม่เหมาะสม ผู้พิพากษา สเตซีย์ จี. ซี. เจอร์นิแกน แห่งศาลล้มละลายสหรัฐฯ ประจำเขตเหนือของรัฐเท็กซัส ได้อนุมัติแผนดังกล่าว โดยระบุว่าแผนได้รับความเห็นชอบอย่างท่วมท้นจากเจ้าหนี้ทั่วไปที่ไม่มีหลักประกัน ออมนิแคร์ ซึ่ง CVS เป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2015 และให้บริการบ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และสถานพยาบาลดูแลระยะยาวและฟื้นฟู ได้ยื่นฟ้องล้มละลายในเดือนกันยายน 2025 หลายเดือนหลังจากคำพิพากษาให้จ่ายเงิน 949 ล้านดอลลาร์ในข้อหาจ่ายยาอย่างฉ้อโกงโดยไม่มีใบสั่งยาที่ถูกต้องให้กับผู้ป่วยสูงอายุและผู้พิการ ภาครัฐได้ยุติคำพิพากษาดังกล่าวผ่านข้อตกลงยุติคดีมูลค่า 440 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกำหนดให้ CVS จ่ายเงินจำนวน 130 ล้านดอลลาร์ล่วงหน้า และรับผิดชอบส่วนที่เหลืออีก 310 ล้านดอลลาร์ หากออมนิแคร์ไม่สามารถชำระได้ภายในเดือนมีนาคม 2028 ผู้ซื้อคือ GenieRx Holdings ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมระหว่าง Milrose Capital LLC และ Integro Asset Management LLC และมาร์ธา ไวริก ทนายความของออมนิแคร์จาก Haynes and Boone LLP กล่าวว่าการขายดังกล่าวคาดว่าจะปิดดีลในเดือนหน้า

Healthpeak ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2026 จากยอดขายพอร์ตโฟลิโอและการเติบโตของ Janus Living

Healthpeak Properties ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 เป็นครั้งที่สองในปีนี้ โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปรับลดจะอยู่ที่ 0.48 ถึง 0.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 0.46 ถึง 0.50 ดอลลาร์ และ FFO ปรับลดแบบ Adjusted จะอยู่ที่ 1.73 ถึง 1.77 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์เดิม 2 เซนต์ที่จุดกึ่งกลาง บริษัทเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้านสุขภาพแห่งนี้ได้เซ็นสัญญาเช่าใหม่และต่ออายุรวม 1.6 ล้านตารางฟุตในไตรมาสนี้ ดันอัตราการเข้าพักอาคารผู้ป่วยนอกขึ้น 20 เบซิสพอยต์เป็น 90.7% และอัตราการเข้าพักอาคารแล็บขึ้น 80 เบซิสพอยต์เป็น 78.5% การเติบโตนำโดย Janus Living ผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ Healthpeak ถือหุ้น 73.6% ซึ่งรายได้พุ่งขึ้น 45% เมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 216 ล้านดอลลาร์ และ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 34% เป็น 79 ล้านดอลลาร์ โดยอัตรากำไรสาขาเดิมขยายตัว 250 เบซิสพอยต์ Healthpeak ระดมทุนสำหรับการซื้อหุ้นคืนและการชำระหนี้ส่วนใหญ่จากการขายหุ้นในอาคารที่มีอยู่ รวมถึงการระดมทุนใหม่ในเดือนกรกฎาคมที่ขายหุ้น 49% ในพอร์ตอาคารผู้ป่วยนอก 86 แห่งให้กับ Brookfield ในราคาประมาณ 1.025 พันล้านดอลลาร์ที่อัตรา cap rate 5.9% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงิน proceeds 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้และถึงวันที่ 3 สิงหาคม ขณะที่ NOI สาขาเดิมของธุรกิจแล็บลดลง 3.2% ซึ่งเป็นธุรกิจเดียวในสามธุรกิจหลักของ Healthpeak ที่หดตัว ทำให้การเติบโตของ NOI สาขาเดิมทั่วบริษัทอยู่ที่ 1.8%
Insider Monkey·1dอ่านต่อ →

Aevis Victoria ครึ่งปีแรก 2026 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่อัตรากำไรธุรกิจสุขภาพดีขึ้น

Aevis Victoria รายงานมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ 26.75 ฟรังก์สวิสต่อหุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 7% เมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับระดับสิ้นปีก่อนหน้า ขณะที่ส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิยังคงสูงกว่า 50% ซึ่งฝ่ายบริหารระบุว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม ภายในธุรกิจสุขภาพ อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network ปรับตัวดีขึ้นจาก 18.6% เป็น 21.6% และบริการผู้ป่วยนอกมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นบวกเป็นครั้งแรก โดยอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจาก 7.1% เป็น 11.8% บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของธุรกิจสุขภาพไว้ที่ 23% พร้อมการเติบโตแบบอินทรีย์ 2% ถึง 3% ต่อปี โดยระบุว่าโรงพยาบาลที่เติบโตเต็มที่ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของพอร์ตสามารถทำอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายได้มากกว่า 25% ถึง 26% ขณะที่โรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการเริ่มดำเนินงานอยู่ที่ 10% ถึง 20% ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 43% เมื่อเทียบปีต่อปี หนี้สินสุทธิรวมอยู่ที่ 846 ล้านฟรังก์สวิส โดยส่วนใหญ่ภายใต้ Swiss Hotel Property หนี้สินสุทธิเทียบกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network อยู่ที่ประมาณ 2.2 เท่าถึง 2.3 เท่า และอัตราสินเชื่อเทียบมูลค่าทรัพย์สินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 45% Michel Keusch ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ระบุปัจจัยผลักดันสามประการที่จะช่วยลดส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ได้แก่ ขั้นต่อไปของการสร้างมูลค่าให้เป็นรูปธรรมผ่านการขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการในการค้นหานักลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Swiss Medical Network การยกระดับนักลงทุนสัมพันธ์ด้วยการจัดโรดโชว์มากขึ้น การจัดงานวันตลาดทุน และความโปร่งใสทางการเงินที่มากขึ้น และสภาพคล่องเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา