EA-AMITA จับมือ กพร. ลงนาม MOU พัฒนารีไซเคิลแบตเตอรี่ EV

Corporate ActionIndustry
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

อมิตา ในเครืออีเอ ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ลงนามบันทึกข้อตกลงพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ เพื่อเปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบมีค่าสำหรับผลิตแบตเตอรี่ใหม่ ลดขยะอันตราย และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจหมุนเวียน ความร่วมมือนี้จะผสานองค์ความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลของกรมฯ เข้ากับประสบการณ์ผลิตแบตเตอรี่ของอมิตา โดยนำแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและวัสดุจากกระบวนการผลิตมาศึกษาเพื่อให้ได้สารตั้งต้นที่สามารถนำไปทดลองผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ของประเทศอย่างครบวงจร นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความร่วมมือนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างองค์ความรู้และความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ประเทศไทย เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเติบโต ปริมาณแบตเตอรี่ที่สิ้นอายุจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากไม่มีการเตรียมระบบรองรับตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และต้นทุนของประเทศในอนาคต

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Electrification & Mobility · 1 หุ้น
Energy Absolute Public Company Limited
EA
▲ บวกเทคโนโลยีความเกี่ยวข้อง

EA's subsidiary Amita signs MOU to develop EV battery recycling technology, positioning the company in circular economy and securing raw material supply.

ผลกระทบต่อธีม 2

บริษัทนอก coverage 1

อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย)เอกชน▲ บวก
เทคโนโลยีความเกี่ยวข้อง

Amita, as the subsidiary, directly involved in developing recycling technology for lithium-ion batteries, leveraging its manufacturing expertise.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใช้ซ้ำคาดแตะ 2.2424 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2040

รายงานจาก Research and Markets ที่เผยแพร่ผ่าน GlobeNewswire ระบุว่า ตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใช้ซ้ำ (second-life) คาดว่าจะเติบโตจาก 1.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ไปสู่ 2.2424 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2040 โดยการเติบโตนี้ได้แรงหนุนจากการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้เพิ่มขึ้น และความต้องการระบบกักเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่ที่คุ้มค่าใช้จ่าย ซึ่งนำไปใช้ในการกักเก็บพลังงานหมุนเวียน การรักษาสมดุลของโครงข่ายไฟฟ้า และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การขยายตัวของตลาดยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน ความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ และเทคโนโลยีอย่างการวินิจฉัยด้วยปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าความแปรปรวนของประสิทธิภาพและการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานยังคงเป็นความท้าทายก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง XPeng ได้ยื่นจดทะเบียนแบบ shelf registration ในสัปดาห์นี้เพื่อระดมทุน 74.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเสนอขายหุ้นสามัญประเภท A จำนวน 14 ล้านหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ESOP โดยหุ้นของบริษัทลดลง 4.5% มาอยู่ที่ 10.23 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ HGTECH เพิ่มขึ้น 5.8% มาอยู่ที่ 105.98 หยวน และ Tesla ปิดที่ 356.58 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.7%
Simply Wall St·2dอ่านต่อ →

หัวเฉียวโคบอลต์เสร็จสิ้นการออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีมูลค่า 1 พันล้านหยวน

หัวเฉียวโคบอลต์ประกาศว่า บริษัทได้เสร็จสิ้นการออกหุ้นกู้สีเขียวเพื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี รุ่นที่ 11 ประจำปี 2026 แล้ว มูลค่าการออก 1 พันล้านหยวน อายุ 2 ปี มูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วย 100 หยวน อัตราดอกเบี้ย 2.20% หุ้นกู้รุ่นนี้มีชื่อย่อว่า 26 หัวเฉียวโคบอลต์ GN011 ซึ่งเป็นหุ้นกู้เพื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยมีธนาคารไชน่าซิติกแบงก์ ธนาคารไชน่าเมอร์แชนตส์แบงก์ ธนาคารเซี่ยงไฮ้ผู่ตงเพื่อการพัฒนา ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า ธนาคารอินดัสเทรียลแบงก์ บริษัทหลักทรัพย์บีโอซีอินเตอร์เนชันแนล และธนาคารไชน่าปั๋วไห่ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม ดำเนินการจัดจำหน่ายแบบสาธารณะในตลาดตราสารหนี้ระหว่างธนาคารแห่งชาติผ่านการจองซื้อโดยการบันทึกคำสั่งซื้อและการจัดสรรแบบรวมศูนย์ เงินที่ระดมทุนได้จะนำไปใช้ทดแทนค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อของบริษัทย่อยภายในสามเดือน สำหรับการรีไซเคิลแบตเตอรี่กำลังใช้แล้วและชิ้นส่วนที่ถอดแยกได้ รวมถึงการจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับโครงการผลิตผลิตภัณฑ์เกลือลิเทียมเกรดแบตเตอรี่ ประกาศระบุว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ของบริษัทได้อนุมัติมติให้บริษัทและบริษัทย่อยออกตราสารหนี้ของวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในปี 2026 โดยวิธีการออกมีทั้งการจัดจำหน่ายแบบสาธารณะและการจัดจำหน่ายแบบเฉพาะเจาะจงที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
9

บอร์ด EV เคาะปรับภาษีรถยนต์ไฟฟ้า 3 ระดับ หนุนใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

บอร์ด EV เห็นชอบแนวทางปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า 3 ระดับ เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเพิ่มการลงทุนและใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น โดยรถที่ผลิตในไทยและมี Local Content สูงจะได้อัตราภาษีต่ำสุด ขณะที่รถนำเข้าจากผู้ประกอบการที่ไม่มีฐานผลิตในไทยจะถูกเก็บภาษีสูงสุด พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการเร่งพัฒนา Supply Chain แบตเตอรี่ใช้แล้ว และโครงสร้างพื้นฐานชาร์จ EV ฝ่ายวิจัยของบล.กสิกรไทยมองเป็นบวกต่อหุ้นชิ้นส่วนยานยนต์และนิคมอุตสาหกรรมที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิตและเพิ่ม Local Content ขณะที่ผู้นำเข้ารถ EV สำเร็จรูปอาจเผชิญแรงกดดันจากโครงสร้างภาษีใหม่