ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ มิ.ย. พุ่ง 66% หนุน DELTA-KCE ครึ่งปีหลัง

Industry
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เดือนมิถุนายน 2569 พุ่งขึ้น 66% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 31% ของยอดส่งออกโดยรวมของประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 22% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อแปลงเป็นเงินบาทมีมูลค่า 3.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากเดือนก่อนและ 64% จากปีก่อน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ DELTA ยังมีสัดส่วนส่งออกมากสุดที่ 54% และเติบโต 57% จากปีก่อน ขณะที่แผ่นวงจรพิมพ์ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ KCE เติบโตสูงสุดที่ 82% แต่มีสัดส่วนเพียง 2% ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 ยอดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 9.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสก่อนและ 49% จากปีก่อน และมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรม ประกอบกับกระแสการลงทุนใน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น หนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในห่วงโซ่อุปทาน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรปี 2569 ของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโตดีเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงน้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด เนื่องจากราคาหุ้น DELTA ระยะสั้นอาจถูกกดดันจากงบไตรมาส 2 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่วน KCE ปรับขึ้นมามากแล้วราว 131% นับตั้งแต่ต้นปี

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Electrification & Mobility · 1 หุ้น
Delta Electronics (Thailand) Public Company Limited
DELTA
± ผสมอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Electronics exports surge 66% in June, with DELTA's main products (computers, equipment, components) up 57% YoY, driven by AI/data center demand, but Q2 earnings miss may pressure short-term price.

Semiconductors · 1 หุ้น
KCE Electronics Public Company Limited
KCE
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

KCE's main product (printed circuit boards) posted highest growth at 82% YoY, benefiting from AI/data center demand, though it accounts for only 2% of total exports.

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

CGSI คงคำแนะนำถือ KCE เป้า 70 บาท ปรับ EPS ขึ้น 18-35%

บริษัทหลักทรัพย์ CGSI ปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด มหาชน หรือ KCE ขึ้น 18-35% ในปี 2569-2571 พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 70 บาท จากเดิม โดยยังคงคำแนะนำถือ เพราะมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจแผ่นวงจรพิมพ์ไปมากแล้ว การปรับประมาณการครั้งนี้มาจากการเพิ่มสมมติฐานปริมาณขาย ราคาขายเฉลี่ย และ Operating Leverage ที่ดีขึ้น โดย CGSI ปรับประมาณการยอดขาย PCB ปี 2570-2571 ขึ้น 12-20% จากความต้องการ Server-board ที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้กำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 CGSI คาด KCE มีกำไรปกติ 495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% YoY และ 105% QoQ จากยอดขายที่คาดเติบโต 25% YoY และ GPM ที่คาดเพิ่มจาก 18.9% ในไตรมาส 2/2569 เป็น 22.5% ด้านกำลังการผลิตใหม่ ผู้บริหารระบุในการประชุมนักวิเคราะห์เดือนสิงหาคม 2569 ว่า KCE มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต PCB อีกประมาณ 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 28% จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 3.6 ล้านตารางฟุตต่อเดือน โดยคาดโรงงานใหม่เริ่มผลิตได้ช่วงกลางปี 2571 และ CGSI คาดงบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 6-8 พันล้านบาท เทียบกับเงินสดในมือ 1.7 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 และประมาณการ EBITDA ปี 2569 ที่ 2.05 พันล้านบาท ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องกู้เงินเพิ่มและลดอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างการลงทุน
ทันหุ้น·1dอ่านต่อ →
2

บัวหลวงคงคำแนะนำ TRADING BUY KCE เป้า 70 บาท ชี้โอกาสขึ้นราคาต่อถึงปี 2027

บล.บัวหลวงระบุประเด็นใหม่ของหุ้น KCE คือโอกาสที่รอบการปรับราคาขายอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2027 แม้ตลาดรับรู้การขึ้นราคาช่วงเดือน ก.ค. และอีกครั้งใน 4Q26 ไปแล้ว โดยปัจจัยสำคัญไม่ใช่ความต้องการแผงวงจร AI โดยตรง แต่เป็นต้นทุน E-glass มาตรฐานซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของ CCL ที่ยังเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตทยอยโยกกำลังผลิตไปยังวัสดุเกรดสูงสำหรับ AI ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ดัชนีราคาเส้นใย E-glass มาตรฐานของ Morgan Stanley เพิ่มจาก 1.0 เท่าในเดือน ก.ย. 2025 เป็น 3.7 เท่าในเดือน ส.ค. 2026 และ 4.1 เท่าในเดือน ก.ย. 2026 ขณะที่ราคาซื้อ Fiberglass ของ KCE เพิ่มจาก 0.49 เหรียญสหรัฐต่อเมตรใน 2Q25 เป็น 0.74 เหรียญสหรัฐต่อเมตรใน 2Q26 หรือเพิ่มขึ้น 51% YoY ซึ่งยังเพิ่มน้อยกว่าราคาวัตถุดิบต้นน้ำมาก จึงยังมีความเสี่ยงที่แรงกดดันต้นทุนจะส่งผ่านเข้ามาเพิ่มเติม ทางฝ่ายวิจัยยังไม่ใส่การขึ้นราคาครั้งที่สามในปี 2027 ไว้ในประมาณการกรณีฐาน เพราะตลาด CCL เกรดทั่วไปยังไม่ได้ขาดแคลนทั้งหมด โดยคงสมมติฐานการขึ้นราคาเดือน ก.ค. และ 4Q26 ตามเดิม และคงคำแนะนำ TRADING BUY ราคาเป้าหมาย 70 บาท พร้อมมองการขึ้นราคาเพิ่มเติมในปี 2027 เป็น Upside มากกว่ากรณีฐาน ขณะที่กำไรหลักคาดอยู่ที่ 1.44 พันล้านบาทในปี 2026 เพิ่มขึ้น 78% YoY, 2.07 พันล้านบาทในปี 2027 เพิ่มขึ้น 43.9% และ 2.30 พันล้านบาทในปี 2028 เพิ่มขึ้น 11.1%
2

ฟีลิงเงอร์วางแผนซื้อหุ้น 51% ของเครซ ด้วยเงิน 214 ล้านหยวน รุกธุรกิจอุปกรณ์ PCB

หลังปิดตลาดวันที่ 18 กันยายน ฟีลิงเงอร์ประกาศแผนซื้อหุ้น 51% ของบริษัท หนานจิง เครซ ออโตเมชัน เทคโนโลยี ด้วยเงินสดประมาณ 214 ล้านหยวน เพื่อขยายเข้าสู่ธุรกิจอุปกรณ์อัตโนมัติสำหรับกระบวนการอัด PCB ตามประกาศ บริษัทจะซื้อหุ้นเครซ 30.60% จากฉิน เจ่าไฉ และ 20.40% จากหยาง เจิ้นอวี่ คิดเป็นมูลค่า 128.5 ล้านหยวน และ 85.68 ล้านหยวน ตามลำดับ โดยใช้เงินทุนของบริษัทและชำระเป็นงวด หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น เครซจะกลายเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทจดทะเบียนถือหุ้นใหญ่ รายได้ของเครซในปี 2025 และครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 53.87 ล้านหยวน และ 44.95 ล้านหยวน ตามลำดับ กำไรสุทธิอยู่ที่ 5.09 ล้านหยวน และ 9.72 ล้านหยวน ตามลำดับ คู่สัญญารับประกันว่ากำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษของเครซระหว่างปี 2026 ถึง 2029 จะไม่ต่ำกว่า 40 ล้านหยวน 45 ล้านหยวน 50 ล้านหยวน และ 50 ล้านหยวน ตามลำดับ ฟีลิงเงอร์ดำเนินธุรกิจหลักด้านพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านทั้งหลัง ในครึ่งแรกของปี 2026 มีรายได้ประมาณ 96.30 ล้านหยวน ลดลง 30.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน และขาดทุนสุทธิประมาณ 37.09 ล้านหยวน ประกาศเตือนว่าบริษัทไม่มีประสบการณ์และบุคลากรในธุรกิจอุปกรณ์เฉพาะทาง PCB ธุรกรรมนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดค่าความนิยมประมาณ 200 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนต่อสินทรัพย์สุทธิที่อาจเกิน 20%
为自有资金·1dอ่านต่อ →