KCE.BK▲
ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% สูงกว่าคาด โบรกฯ ชี้หุ้นเด่น
กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 3.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 17.8% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่คาดไว้ สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เช่น STA, GFPT, ITC, TU, DELTA, HANA และ KCE ได้รับอานิสงส์ รวม 7 เดือนแรกของปี ส่งออกมูลค่า 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% ขณะที่นำเข้า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 3.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์มองปัจจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่โบรกเกอร์อย่างบล.กรุงศรีและบล.ฟิลลิป มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและแนะนำหุ้นเด่น เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA, GULF, GPSC, KBANK และ KTB
HoonSmart · 2h อ่านต่อ ▾
Semiconductors▲
HANA และ KCE คู่เด่น กำไรขาขึ้นปี 69-70
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่ากำไรสุทธิโดยรวมของกลุ่ม Electronics ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 6.67 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปรับตัวลง 29% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นผลมาจากทุกบริษัทในกลุ่มมีกำไรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ HANA ที่กำไรเพิ่มขึ้น 840% และ KCE ที่ 52% ขณะที่ DELTA เพิ่มขึ้นเพียง 31% และปรับตัวลง 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยคาดว่ากำไรของ DELTA จะฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2569 แต่ไม่ดีเท่าไตรมาส 1 ที่ทำได้ 9 พันล้านบาท ขณะที่ HANA และ KCE กำไรจะเติบโตเป็นขั้นบันไดจากวงจรกำไรขาขึ้นรอบใหม่ โดยคาดว่ากำไรปี 2569-2570 ของกลุ่มจะเติบโต 45% และ 41% ตามลำดับ โดย HANA จะโต 44% และ KCE 50% ในปี 2570 ขณะที่ DELTA จะชะลอเหลือ 29% จาก 42% เนื่องจาก Hyper scalers อย่าง Amazon และ Microsoft ชะลอการลงทุนใน Data center โดยคงคำแนะนำ Reduce สำหรับ DELTA ที่ราคา 244 บาท และแนะนำซื้อ HANA และ KCE โดยเลือก KCE เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากเป็นหุ้นต้นน้ำและควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีกว่า
HoonVision · 3h อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 4
จับสัญญาณกำไรไตรมาส 3 คัดหุ้นเติบโตแข็งแกร่ง
กำไรสุทธิไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนไทยคาดขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนต่างปิโตรเคมี รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ GULF ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันกลุ่มสายการบิน และส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร กลุ่มที่กำไรหลักคาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน และค่าการกลั่น Singapore GRM ที่เพิ่มขึ้น 434% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI และ data center ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขาย Power Electronics ของ DELTA Taiwan ในเดือนกรกฎาคมเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน KCE คาดว่ารายได้จาก PCB อาจเพิ่มขึ้น 17-19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการปรับขึ้นราคาสินค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งจะหนุนให้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 9-10% HANA เห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต IC ฟื้นตัว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดเริ่มเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 3 กลุ่มสื่อสารได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต กลุ่มโรงพยาบาลคาดว่ารายได้กลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนในเดือนกรกฎาคม หนุนจากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลาง โดยประเมินว่าเที่ยวบินจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นถึงระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม กลุ่มค้าปลีกเห็นตัวเลขยอดขายสาขาเดิมปรับตัวขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม นำโดยกลุ่มค้าปลีกสินค้า IT โดย COM7 คาดยอดขายรวมเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ADVICE เติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน CPALL คาดยอดขายสาขาเดิมขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ขณะที่ Makro ทรงตัว และ Lotus หดตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มท่องเที่ยวเห็นรายได้ต่อห้องพักในเดือนกรกฎาคมของ AWC เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน CENTEL เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ERW เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ MINT เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มที่กำไรหลักคาดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มขนส่ง ซึ่งถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธนาคารซึ่งถูกกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวต่อเนื่อง และกลุ่มเนื้อสัตว์ซึ่งถูกกดดันจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง โดยราคาหมูเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมปรับลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาไก่ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคาดยอดขายยังเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในเดือนกรกฎาคม นักวิเคราะห์แนะนำให้เน้น selective ในหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ KCE ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CBG ในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งคาดยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในพม่าเติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 3 ปี 2569 ITC ในกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง BH และ BDMS ในกลุ่มโรงพยาบาล AOT และ CENTEL ในกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบิน และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า GHECO-One และ Glow IPP เต็มไตรมาส
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
KCE กำไรเกินคาด อัพเป้าใหม่ 60 บาท
บล.กสิกรไทย ระบุว่า KCE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน และ 18% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการ 16% เนื่องจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 34 ล้านบาท ผู้บริหารคาดยอดขาย PCB ในสกุลดอลลาร์สหรัฐของไตรมาส 3 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 17–19% จากไตรมาสก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ราว 25% พร้อมมองโอกาสปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยรอบที่สองในช่วงต้นไตรมาส 4 เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยราคา CCL ปรับขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 จากอุปทานไฟเบอร์กลาสตึงตัวและราคาฟอยล์ทองแดงสูง ซึ่งคาดว่า KCE จะปรับราคาขายเฉลี่ยของ PCB เพิ่มอีก 10% ในช่วงต้นไตรมาส 4 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.6 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่าย 140% และอัตราผลตอบแทน 1.3% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 กันยายน บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 45 บาทเป็น 60 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและการปรับเพิ่มตัวคูณ PER จาก 33 เท่าเป็น 36 เท่า
HoonVision · 3d อ่านต่อ ▾
6 หุ้นอิเล็กฯ กำไร Q2 โตแจ่ม รับยอดขายฟื้น-จับตา AI หนุนครึ่งปีหลัง
บริษัทจดทะเบียนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 6 แห่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย HANA และ TEAM เติบโตมากกว่า 100% ขณะที่ KCE, CCET, DELTA และ METCO เพิ่มขึ้น 13-51% การเติบโตได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อต่างประเทศ ยอดขายอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น และการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าอัตรากำไรสูง แนวโน้มการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการระบบจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน แผงวงจรพิมพ์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัทในห่วงโซ่อุปทานของผู้ให้บริการ Cloud และผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก HANA รายงานกำไรสุทธิ 326.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 838.35% จาก 34.78 ล้านบาท TEAM มีกำไร 79.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.11% จาก 29.29 ล้านบาท KCE มีกำไร 275.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.49% จาก 182.14 ล้านบาท CCET มีกำไร 711.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.13% จาก 480.20 ล้านบาท DELTA มีกำไร 6,074.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.23% จาก 4,629.06 ล้านบาท และ METCO มีกำไร 234.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.38% จาก 206.90 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี บล.เคจีไอ บล.กสิกรไทย และบล.เมย์แบงก์ ต่างประเมินแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 เป็นบวก โดยเฉพาะ DELTA, HANA และ CCET ที่เริ่มได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์และกำลังการผลิตใหม่
Kaohoon · 5d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
บล.กรุงศรี ชี้ AI Hub ดันหุ้นไทย เป้า 1,750 จุด
บล.กรุงศรี ประเมินว่า กระแสการลงทุนใน AI Hub และ Data Center จะช่วยปลดล็อกตลาดหุ้นไทยจากภาวะ De-rating และหนุนดัชนีขึ้นสู่กรอบ 1,680–1,750 จุด ภายในไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา "Final Call 2026" ว่า วัฏจักรเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเอเชียกลายเป็น Next Growth Cycle จากคลื่นเทคโนโลยี AI ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลก ทำให้เงินลงทุนไหลเข้าสู่ไทยและเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ แรงขับเคลื่อนรอบนี้มาจากวงจรการลงทุนสินทรัพย์ถาวรของกลุ่ม Hyperscalers เพื่อสร้างกำลังประมวลผลที่ขาดแคลน โดย Data Center จะดึงดูดห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั้งระบบเข้ามาในภูมิภาค กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์เป็นลำดับแรกคือการเงินและธนาคาร ตามด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และระบบหล่อเย็น เช่น KCE และ HANA กลุ่มพัฒนาพื้นที่และรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน นายกรภัทรระบุว่า Investment Cycle รอบนี้จะผลักดันค่า P/E ของตลาดหุ้นไทยขยายตัวได้เฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งปัจจุบันตลาดยังสะท้อนปัจจัยบวกน้อยเกินไป
Money & Banking · 5d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
KSS ชี้สหรัฐฯ ซื้อคืนพันธบัตรกดบอนด์ยีลด์ดิ่ง หนุนเงินบาทแข็ง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาเตรียมเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวเป็นขั้นต่ำ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง โดยเน้นพันธบัตรช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง 0.07% ขณะที่อายุ 10 ปี ลดลง 0.04% พร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก KSS มองว่าการซื้อคืนพันธบัตรครั้งนี้เป็นมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องและบริหารอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้มากกว่าจะเป็นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้การออกตั๋วเงินคลังระยะสั้นเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการเข้าซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.80-32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงสภาวะที่เอื้อต่อกระแสเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียและไทย ระยะกลางถึงระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังรับอานิสงส์กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่จะไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน รองรับวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในฐานะแหล่งเงินทุนหลัก โดยไม่กังวลต่อความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียของกลุ่มธุรกิจ SME เนื่องจากวัฏจักรสินเชื่อรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยธุรกิจขนาดใหญ่ และภาครัฐยังมีมาตรการช่วยเหลือ SME อย่างต่อเนื่อง หุ้นที่คาดจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากภาวะบอนด์ยีลด์ผ่อนคลายและกระแสเทคโนโลยี ประกอบด้วย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC
Kaohoon · 7d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
บล.บัวหลวงชี้กำไรกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 2Q26 ลด QoQ แต่แนวโน้ม 2H26 ฟื้น
บล.บัวหลวงระบุว่ากำไรหลักรวมของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ 4 บริษัทในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน แต่ลดลง 32% จากไตรมาสก่อน โดยการลดลงส่วนใหญ่มาจาก DELTA หากตัด DELTA ออก กำไรหลักรวมของอีก 3 บริษัทอยู่ที่ 1.19 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% ทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน โดย CCET มีกำไรหลักเติบโตสูงสุดจากปีก่อนที่ 182% ขณะที่ HANA ฟื้นตัวแรงสุดจากไตรมาสก่อนที่ 169% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น KCE เป็นหุ้นเดียวที่ขยายตัวทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน ส่วน DELTA แม้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 180 จุดพื้นฐานจากปีก่อน แต่ลดลงแรง 490 จุดพื้นฐานจากไตรมาสก่อน ประเด็นที่ต้องติดตามคือเงินทุนหมุนเวียน หลังทั้ง 4 บริษัทเร่งสะสมสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อนสำหรับ KCE, 24% สำหรับ HANA, 25% สำหรับ DELTA และ 40% สำหรับ CCET จากปัญหาชิ้นส่วนตึงตัวและราคาวัตถุดิบ Memory และ Copper ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดของ DELTA, KCE และ HANA ฟื้นตัว โดย DELTA มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1.08 หมื่นล้านบาท KCE 507 ล้านบาท และ HANA 439 ล้านบาท ขณะที่ CCET กลับมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 2.9 พันล้านบาท แม้กำไรเติบโตสูงสุดในกลุ่ม สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 แนวโน้มเด่นขึ้น โดย DELTA มองปัญหาของไตรมาส 2 เป็นเพียงการเลื่อนส่งมอบ ไม่ใช่อุปสงค์หาย หลังข้อจำกัดด้านอุปทานเริ่มคลี่คลาย คาดรายได้ไตรมาส 3 เติบโต 10-15% จากไตรมาสก่อน และยังคงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30% โดยกำไรหลักครึ่งปีหลังคาดราว 2.2-2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากปีก่อน และ 45% จากครึ่งปีแรก ขณะที่ KCE ให้แนวโน้มเชิงบวกกว่า โดยคาดปริมาณไตรมาส 3 เพิ่ม 8-9% การขึ้นราคาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ทำให้รายได้ PCB เพิ่มรวม 17-19% และอัตรากำไรขั้นต้นคาดราว 25% ส่งผลให้กำไรหลักรายไตรมาสในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มใกล้ 500 ล้านบาท และมีโอกาสปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ปี 2570 จากเดิมบวก 15% เป็นราวบวก 20% ซึ่งอาจทำให้กำไรหลักปี 2570 สูงกว่า 2.0 พันล้านบาท บล.บัวหลวงคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยแนวโน้มครึ่งปีหลังดีขึ้นจากการฟื้นตัวของ DELTA และโมเมนตัมของ KCE ที่เร่งขึ้น ปัจจุบัน DELTA คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 440 บาท HANA แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 46 บาท ส่วน KCE คงคำแนะนำเทรดดิ้งบาย แต่ราคาเป้าหมายอยู่ระหว่างทบทวน
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 2
ลงทุนเอกชนโตสุดรอบ 11 ปี หนุน 6 หุ้น
บล.กสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2 ปี 2569 โต 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี หนุนจากเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อิเล็กทรอนิกส์ AI และพลังงานสะอาด ขณะที่ส่งออกโต 12.5% สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ฐานผลิต New Economy แม้ GDP ชะลอเหลือ 1.9% จากแรงกดดันด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และการบริโภคที่อ่อนลง ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อิเล็กทรอนิกส์ Data Center และพลังงานสะอาด เช่น WHA, AMATA, DELTA, HANA, KCE และ GULF จาก FDI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เร่งตัว
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
โบรกฯ ชู DELTA พระเอกหุ้นอิเล็กฯ คาดกำไรครึ่งปีหลังดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ปรับน้ำหนักลงทุนกลุ่มหุ้นอิเล็กทรอนิกส์จากเท่ากับตลาดเป็นมากกว่าตลาด โดยคาดว่ากำไรครึ่งปีหลังปี 69 จะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากไตรมาส 3/69 เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ลูกค้าเร่งสั่งซื้อก่อนวันหยุดยาวปลายปี นักวิเคราะห์ระบุว่า DELTA และ KCE ซึ่งเป็นตัวหลักผลักดันกำไรกลุ่มในครึ่งปีแรกจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยปัญหาขาดวัตถุดิบของ DELTA คลี่คลายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 69 ขณะที่ KCE ได้ประโยชน์จากมาร์จิ้นที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนลามิเนตทั่วโลก พร้อมเลือก DELTA เป็นหุ้น Top picks เพราะเชื่อว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2/69 และคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นสุดในไตรมาส 3/69
Share2Trade · 9d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
เอเซีย พลัส ชี้กำไร Q2/69 บจ.ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดีกว่าคาดราว 13% แต่ยังแพ้หุ้นเทคฯ สหรัฐที่ NASDAQ ดีกว่าคาด 53% ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนไปหุ้นเทคฯ กดดันหุ้นไทยติดๆ ขยับยาก แนะนำหุ้นมีปัจจัยหนุน ได้แก่ PTT, GULF, GPSC, BGRIM และหุ้นคาดกำไรไตรมาส 3 เด่น ได้แก่ CPF, BDMS, BH, PR9, KCE ข้อมูลจาก 594 บริษัท คิดเป็น 98% ของมูลค่า Market Cap ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 พุ่งสูงถึง 3.86 แสนล้านบาท เติบโต +10.8% QOQ และ +12.5% YOY โดยกลุ่มพลังงานทำกำไรถึง 1 ใน 3 และหุ้นอิง Commodity อย่าง ENERG, PETRO, FOOD, AGRI มีสัดส่วนรวมถึง 44% จากปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด สัดส่วนกำไรครึ่งปีแรกสูงถึงกว่า 60% ของประมาณการทั้งปี ทำให้เป้ากำไรไตรมาส 3 และ 4 ที่ต้องการเพียงไตรมาสละประมาณ 19% หรือราว 2.28 แสนล้านบาท เป็นเป้าที่ทำได้ไม่ยาก และมีโอกาสกลับประมาณการ EPS ปลายปีขึ้น เพิ่ม Upside ให้แก่ SET Index
thunhoon.com · 10d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
บัวหลวงชี้ JMT-MINT-BAM-KCE-MTC หลัง Analyst Meeting
บล.บัวหลวง เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น JMT, MINT, BAM, KCE และ MTC หลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดย JMT คาดว่าการจัดเก็บเงินสดในไตรมาส 3 ปี 2569 จะฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ หลังเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และได้แรงหนุนจากการเก็บหนี้ก้อนใหม่ที่ซื้อเข้ามาในไตรมาส 1 มากขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำซื้อ MINT คงเป้าการเติบโตของกำไร 15-20% ต่อปีในช่วงปี 2569-2571 และ Net D/E ที่ 0.75-0.85 เท่า โดยยังคงแผนการออก Food IPO และการขายสินทรัพย์ ขณะที่ BAM ยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 2 พันล้านบาท เติบโต 10% YoY แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าจะกดดันเป้าหมายดังกล่าว จึงแนะนำ SELL ด้าน KCE คาดว่ารายได้ไตรมาส 3 ปี 2569 จะโต 13-15% QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25% โดยมีโอกาสที่กำไรปี 2570 จะทะลุ 2 พันล้านบาท และราคาหุ้นมีโอกาสทะลุ 50 บาท ส่วน MTC ปรับลดเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปีนี้ลงมาที่ 8-10% YoY จากเดิม 10-15% YoY เนื่องจากเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง แต่ฝ่ายวิจัยยังแนะนำ BUY โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 จะทำจุดสูงสุดใหม่
Thunhoon · 12d อ่านต่อ ▾
กรุงศรีปรับเป้า KCE ขึ้นเป็น 68 บาท คงคำแนะนำซื้อ
บล.กรุงศรี ปรับราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ขึ้นเป็น 68 บาท จากเดิม 58 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หลังข้อมูลแนวทางจากบริษัทเป็นบวกมากกว่าที่ประเมินไว้ ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 2569F ขึ้น 10% และปี 2570F ขึ้น 17% เพื่อสะท้อนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นภายใต้ธีมวัฏจักรการเติบโตของกำไรครั้งใหม่ โดยคาดว่า EPS จะเติบโต 69% ในปี 2569F และ 50% ในปี 2570F
thunhoon.com · 13d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com · 13d อ่านต่อ ▾
KCE กำไรพุ่ง เอเชียพลัสปรับเป้าเป็น 53 บาท
บล.เอเชีย พลัส ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น KCE จาก 43.00 บาท เป็น 53.00 บาท พร้อมปรับคำแนะนำจาก Trading เป็น Buy หลังบริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน และ 52% จากปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดและฝ่ายวิจัยคาดราว 12% ถึง 17% กำไรปกติอยู่ที่ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากไตรมาสก่อน และ 35% จากปีก่อน โดยรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และ 9% จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 18.9% จาก 17.7% ในไตรมาสก่อน และ 18.1% ในปีก่อน จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการปรับราคาขายสินค้าบางส่วนช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.60 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 และ 2570 เป็น 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน และ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน ตามลำดับ โดยคาดว่ากำไรปกติครึ่งปีหลังจะเติบโตทั้งเทียบครึ่งปีก่อนและปีก่อน จากผลบวกเต็มไตรมาสของการปรับราคาขาย ฤดูกาลขายสูงสุดในไตรมาส 3 และความต้องการ PCB ที่เพิ่มขึ้น
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
บัวหลวงสแกนงบ Q2/69 หุ้นเด่น KCE ดีกว่าคาด
บล.บัวหลวง วิเคราะห์งบไตรมาส 2 ปี 2569 ของ 9 บริษัทจดทะเบียน โดย KCE รายงานกำไรหลัก 242 ล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด 12% และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 5% คงคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 47 บาท ส่วน IRPC, IVL, PR9, MTC และ SAWAD มีกำไรเป็นไปตามคาด ขณะที่ BAM, JMT และ BTG รายงานกำไรต่ำกว่าคาด โดย BTG ถูกปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 9.7% และราคาเป้าหมายลงเป็น 23.40 บาท จาก 26 บาท
thunhoon.com · 14d อ่านต่อ ▾
KCE พุ่ง 7% รับกำไร Q2 โต 51% โบรกอัพเป้า 58 บาท
หุ้น KCE ปรับตัวขึ้นแรง 6.74% มาที่ 47.50 บาท หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 28% โดยได้แรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 50 ล้านบาท และรายได้ที่เพิ่มขึ้น 9% เป็น 3.57 พันล้านบาท ด้านบล.กรุงศรี ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 58 บาท จากเดิม 50.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ ขณะที่บล.ฟิลลิป ปรับเป้าเป็น 48 บาท คงคำแนะนำทยอยซื้อ โดยทั้งสองโบรกมองว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 3 จะหนุนกำไรครึ่งปีหลังให้เติบโตต่อเนื่อง
Kaohoon · 14d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
แอมป์ พิธาน รับเงินปันผล KCE กว่า 112 ล้านบาท
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 9 กันยายน 2569 ส่งผลให้ นายพิธาน องค์โฆษิต หรือแอมป์ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มีโอกาสได้รับเงินปันผลก่อนภาษีรวมกว่า 112 ล้านบาท อ้างอิงข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่แอมป์ถือหุ้นจำนวน 187,079,486 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 15.83% ของจำนวนหุ้น KCE ทั้งนี้ KCE รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2569 จำนวน 275.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
Share2Trade · 14d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
CGSI คาด SET แกว่งบวก 1,610-1,635 จุด หลังเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI คาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610 ถึง 1,635 จุดในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ และดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐที่ชะลอตัวสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า CGSI แนะนำหุ้น SPALI หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1.65 พันล้านบาท สูงกว่าที่คาดไว้ 84.6% และหุ้น KCE ซึ่งมีกำไรสุทธิหลักไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และ 34% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของ CGSI และ Bloomberg Consensus 8% และ 10% ตามลำดับ
HoonSmart · 14d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
บล.กรุงศรีคาด SET ฟื้นตัว เงินเฟ้อสหรัฐฯชะลอ กำไรบจ.ดีกว่าคาด
บล.กรุงศรี (KSS) คาด SET วันนี้ฟื้นตัว โดยให้แนวต้าน 1,630/1,635 จุด และแนวรับ 1,607/1,598 จุด เงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ก.ค. 26 อยู่ที่ +3.4%y-y และ +0.1%m-m จากเดิม +3.5%y-y ตามคาด ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบประชุม ก.ย. เหลือ 38% จากเดิม 50-60% ด้านปัจจัยในประเทศ กำไรตลาดไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดเร่งขึ้นสู่ 11.8% จากเดิม 11.0% และแผนไฟฟ้า PDP 2026 มีสัญญาณคืบหน้า โดยคณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนประชุม 17 ส.ค. สรุปแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 2.0 หมื่นเมกะวัตต์ และอาจปรับเกณฑ์ Direct PPA รองรับความต้องการ Data Center หุ้นเด่นแนะนำ GULF, KCE และ HANA
HoonSmart · 14d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
โบรกฯ ชี้หุ้นไทยกลุ่ม Infra Tech-ไฟฟ้า-รับเหมา-นิคมฯ ได้อานิสงส์เกณฑ์ Data Center ใหม่
นักวิเคราะห์คาดความชัดเจนของเกณฑ์ธุรกิจ Data Center ใหม่ที่รัฐเตรียมอนุมัติจะช่วยดึงดูดการลงทุนและเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง สื่อสาร และนิคมอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติโครงการ Data Center และ Cloud Service ไปแล้วกว่า 9.58 แสนล้านบาท กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอย่าง WHAUP คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการขายน้ำอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้า ขณะที่ GUNKUL, GULF, BGRIM และ STECON จะได้รับอานิสงส์จากงานระบบวิศวกรรม พลังงานสะอาด และการก่อสร้างอาคาร Data Center ด้านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ถูกชี้เป็นหุ้นเด่นจากความต้องการระบบ Power Supply และเทคโนโลยีระบายความร้อนสำหรับ AI Server ส่วน HANA และ KCE ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง และ WHA ได้ประโยชน์จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้ผู้ลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ BCPG ยังได้รับอานิสงส์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่มีความต้องการใช้ไฟจาก Data Center ขณะที่ INSET, ITEL และ SYMC มีโอกาสรับงานวางระบบ Data Center ระบบ Co-location และโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก
Share2Trade · 21d อ่านต่อ ▾
KCE ชี้ดีมานด์ PCB ครึ่งหลังโตแรง หนุนผลงานพุ่ง 20%
KCE คาดผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 เติบโต 20% จากความต้องการแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น โดยมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและสินค้าขาดตลาดทำให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้าขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2569 คาดเติบโตในระดับเลขหลักเดียวระดับสูง ขณะเดียวกันบริษัทศึกษาขยายตลาดใหม่ในกลุ่ม Military, Aerospace, Communication, Infrastructure และ EV ซึ่งมีคู่แข่งน้อยลงหลังจากผู้เล่นรายอื่นหันไปแข่งในตลาด AI
Thunhoon · 23d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
KCE คาดกำไร Q2/69 โตเด่น ครึ่งหลังพีค เป้า 50.5 บาท
บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KCE ราคาเป้าหมาย 50.5 บาท โดยคาดกำไรสุทธิจากธุรกิจหลักในไตรมาส 2/69 ที่ 224 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน และ 24% จากไตรมาสก่อน หนุนด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว และการควบคุมต้นทุนที่ดี โมเมนตัมกำไรจะโดดเด่นยิ่งขึ้นในครึ่งหลังของปี 2569 จากความต้องการแผงวงจรพิมพ์และ HDI ที่สูงขึ้น รวมถึงผลเต็มที่จากการปรับขึ้นราคาสินค้า 10-15% ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 บล.กรุงศรี คงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโต 46% จากปีก่อน และมองว่าวัฏจักรการเติบโตของกำไรรอบใหม่ในช่วงปี 2569-2571 กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของกำไรต่อหุ้นที่ 32%
HoonVision · 24d อ่านต่อ ▾
KCE.BK
KCE กำไรฟื้นต่อเนื่อง มาร์จิ้นดีขึ้น แต่ยังคงคำแนะนำ "ขาย" เป้า 25 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดกำไรจากธุรกิจหลักของ KCE ในไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน และ 17% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยยอดขายที่ฟื้นตัวและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการประหยัดต่อขนาดและเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้กำไรหลักครึ่งปีแรกอยู่ที่ 392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และคิดเป็น 39% ของประมาณการกำไรเต็มปี ขณะที่ยอดขายไตรมาส 2/69 คาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับยอดจดทะเบียนรถใหม่ของสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น 7% ในช่วงเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 18.2% เพิ่มขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากการประหยัดต่อขนาดและเงินบาทอ่อนค่า แม้ต้นทุนทองแดงจะสูงขึ้น โดยราคาทองแดงเฉลี่ยในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 12,852 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จาก 11,048 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 4/68 และ 9,418 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 1/68 ด้านสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 12.1% จาก 13.2% ในไตรมาส 2/68 และ 12.0% ในไตรมาส 1/69 อย่างไรก็ตาม กำไรในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่สะท้อนปัจจัยบวกอย่างเต็มที่ เนื่องจากต้นทุนที่ยังสูงและอุปสงค์ยานยนต์ที่อ่อนแอ โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะลดลง 0.2% ในปี 2569 ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 25.00 บาท อิงจากค่า P/E ที่ 30.0 เท่า และคงคำแนะนำ "ขาย" เนื่องจากราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 49 เท่า ซึ่งสะท้อนแนวโน้มบวกไปแล้ว และยังมีความไม่แน่นอนด้านต้นทุนรออยู่ข้างหน้า
HoonVision · 24d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
KS ประเมิน SET สัปดาห์นี้กรอบ 1600-1650 จุด ชู KCE และ BCH เป็นหุ้นเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ KS ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1600 ถึง 1650 จุด โดยคาดว่าตลาดเริ่มผ่อนคลายจากแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้ เนื่องจากยอดของ Leveraged ETF ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนการถูกบังคับขายไปค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกและเพิ่มแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไปคือการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่สองของปี 2569 ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของไทยเดือนกรกฎาคมที่คาดว่าจะอยู่ที่บวกสองจุดเจ็ดหนึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน และ Core CPI ที่คาดว่าบวกหนึ่งจุดสี่หกเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ติดตามดัชนี PMI, ISM และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ KS เลือก KCE และ BCH โดยให้ราคาพื้นฐานของ KCE ที่ 45 บาท จากคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาสที่สองของปี 2569 ที่ 237 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและต้นทุนที่ลดลง แม้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนตัวลง รายได้คาดโตขึ้นร้อยละ 5 ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากราคาขายเฉลี่ยและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ PCB ที่ฟื้นตัว หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับเป็นร้อยละ 18.3 สำหรับครึ่งปีหลัง KS ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดกำไรจะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ตามฤดูกาลและการขึ้นราคา PCB ทั่วโลก ส่วน BCH ให้ราคาพื้นฐานที่ 11.30 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 11.3 บาท โดยคาดว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงโอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษ นอกจากนี้ BCH อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลในไตรมาสที่สามของปี 2569 แม้ปัจจุบันจะขาดทุนและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ แต่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย การรีไฟแนนซ์ และการยกระดับแบรนด์ อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมหากสำนักงานประกันสังคมปรับอัตราค่ารายหัว โดยหากอัตราเหมาจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตั้งแต่ปี 2570 ราคาเหมาะสมของ BCH อาจขยับขึ้นเป็น 12.1 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากราคาเป้าหมายปัจจุบัน
Thunhoon · 24d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
โบรกฯ ชี้ DELTA ผ่านจุดต่ำสุด Q2 แล้ว คาดมาร์จิ้น Q3 ฟื้น 2.5-3%
บล.บัวหลวงประเมินว่า DELTA ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 แล้ว โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัว 2.5-3% ในไตรมาส 3 กลับไปใกล้ระดับ 30% หลังปัญหาซัพพลายคลี่คลายและไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่ม นายนภนต์ ใจแสน รองผู้จัดการสายงานวิจัย เปิดเผยว่า กำไรไตรมาส 2 ที่ 6.1 พันล้านบาทออกมาต่ำคาดจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและการถูกคว่ำบาตรของซัพพลายเออร์จีน แต่ปัจจุบันมีซัพพลายเออร์ใหม่แล้วและการผลิตจะกลับสู่ปกติในเดือนสิงหาคม ด้านดีมานด์จากกลุ่มไฮเปอร์สเกลยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง แนะนำสะสม DELTA ที่ราคา 270-275 บาท โดยมีแนวรับกรณีเลวร้ายที่ 230-240 บาท พร้อมมองว่า KCE เป็นหุ้นที่ปลอดภัยที่สุดในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพราะเป็นผู้ผลิต PCB ต้นน้ำ ไม่มีความเสี่ยงขาดแคลนชิป และได้ประโยชน์จากเทรนด์ยานยนต์กับ ADAS โดยให้ราคาเป้าหมาย 47 บาท
ทันหุ้น · 24d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
SET พุ่งทะลุ 1,623 จุด รับแรงซื้อต่างชาติ-กองทุน นำโดย DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ดัชนี SET ปิดตลาดวันที่ 31 กรกฎาคม พุ่งขึ้น 25.53 จุด มาอยู่ที่ 1,623.64 จุด มูลค่าซื้อขาย 89,032 ล้านบาท โดยได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ 3,516 ล้านบาท กองทุน 2,037 ล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ 493 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 6,046 ล้านบาท หุ้น DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง HANA KCE และ CCET เป็นแกนนำสำคัญที่ช่วยดันให้ดัชนีปิดเหนือ 1,600 จุดได้สำเร็จ ด้านหุ้น THAI ซึ่งพ้นระยะห้ามขายในวันที่ 4 สิงหาคม มีปริมาณหุ้นที่สามารถขายได้ถึง 19,000 ล้านหุ้น โดยคาดว่าในนาทีแรกจะมีแรงขายราว 8,000 ล้านหุ้นจากรายย่อย กองทุน และบริษัทประกัน ขณะที่สหกรณ์และธนาคารพาณิชย์ที่แปลงหนี้เป็นทุนด้วยต้นทุน 2.50 บาท ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ส่วนหุ้น TCAP ปิดที่ 78.75 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาทหรือ 9.82% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หลังจากบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7,500 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคมถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570
HoonSmart · 25d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์รีบาวด์ HANA นำทีมบวก 5% รับแรงหนุนหุ้นชิปโลก
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมาปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้น นำโดย บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 10:01 น. อยู่ที่ระดับ 276.00 บาท บวก 12.00 บาท หรือ 4.55% ขณะที่ HANA บวก 5.22% ไปที่ 35.25 บาท KCE บวก 4.64% ไปที่ 39.50 บาท CCET บวก 3.75% ไปที่ 8.30 บาท SMT บวก 4.48% ไปที่ 4.66 บาท และ TEAM บวก 3.14% ไปที่ 4.60 บาท ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า DELTA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 6,075 ล้านบาท ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญบางประเภท อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาลขายและคำสั่งซื้อประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เลื่อนการส่งมอบมาจากไตรมาส 2 พร้อมทั้งปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบมีแนวโน้มคลี่คลายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 หลังบริษัทสามารถจัดหาซัพพลายเออร์รายใหม่ทดแทนได้ ฝ่ายวิจัยจึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 342 บาท สำหรับ KCE บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ประเมินว่าจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยคาดว่ากำไรครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากครึ่งปีแรก รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งตามปัจจัยฤดูกาลและแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น หลังผู้ผลิต PCB รายใหญ่ทั่วโลกทยอยปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยประมาณ 30-50% จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 45 บาท ส่วน HANA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่าจะมีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จำนวน 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่ากำไรปกติจะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตามทิศทางวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 45 บาท จากเดิม 38 บาท
Kaohoon · 27d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▼
บล.ไอร่า แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่ม Electronics ไทยระยะสั้น จาก 3 ปัจจัยกดดัน
บล.ไอร่า แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Electronics ไทยในระยะสั้น หลังจากราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวลดลงราว 6-8% พร้อมกันในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยระบุปัจจัยกดดันสามประการ ประการแรก ต้นทุนวัตถุดิบประเภท Semiconductor DRAM, NAND และทองแดงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลลบต่อประสิทธิภาพการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอย่าง DELTA, CCET และ KCE ประการที่สอง เกิดความกังวลต่อการแข่งขันจากจีนที่เพิ่มขึ้น หลังจากจีนเริ่มผลิตเครื่อง immersion DUV lithography ได้เองในเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะส่งมอบราว 5 เครื่องในปี 2026 และราว 20 เครื่องในปี 2027 ให้แก่ SMIC, Hua Hong และ CXMT ขณะที่ CXMT มีโครงการขยายกำลังการผลิตมากกว่าสองเท่าเป็นกว่า 600,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต Electronics ไทยอย่าง KCE, HANA, DELTA และ CCET ผ่านการแข่งขันด้านราคาและการแย่งคำสั่งซื้อ ประการที่สาม หุ้น Electronics ไทยได้รับผลกระทบย้อนหลังจาการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของหุ้น Semiconductor และ AI ในต่างประเทศระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม จากความกังวลด้านมูลค่าหุ้นที่สูง ความเสี่ยงด้านการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ AI Infrastructure และการแข่งขันจากจีน โดยดัชนี KOSPI ปรับลง 7.60% และ TAIEX ปรับลง 4.65% ในวันที่ 28 กรกฎาคม ก่อนที่แรงขายจะลากต่อในวันที่ 29 กรกฎาคม หลังจากผลประกอบการของ SK Hynix ต่ำกว่าความคาดหวัง ประกอบกับการบังคับขายและลดสถานะลงทุนที่ใช้ Leverage ในตลาดหุ้นเกาหลี ขณะที่ราคาหุ้น Meta ปรับลงจากกระแสเงินสดอิสระที่ลดลงราว 90% พร้อมกับงบลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็น 130,000 ถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะกดดัน DELTA มากที่สุด เนื่องจากมีรายได้และความคาดหวังการเติบโตเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อนสำหรับ AI Data Center ตามด้วย CCET และ HANA จากความกังวลต่อความยั่งยืนของคำสั่งซื้อในห่วงโซ่ AI Server และ Semiconductor อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวบริษัทเหล่านี้ยังคงมีแรงผลักดันจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม Semiconductor และการลงทุนใน AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบล.ไอร่ายังคงแนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวสำหรับ HANA จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และในปี 2027
HoonVision · 27d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▼ impact 4
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยร่วงยกแผง DELTA ดิ่ง 7% ตามแรงขายหุ้น AI-เซมิคอนดักเตอร์โลก
ราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยปรับตัวลงอย่างหนักในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ โดย DELTA ร่วง 7.02% มาที่ 265 บาท HANA ลดลง 8.05% มาที่ 34.25 บาท CCET ลดลง 8.19% มาที่ 7.85 บาท KCE ลดลง 6.63% มาที่ 38.75 บาท SMT ลดลง 6.61% มาที่ 4.52 บาท และ TEAM ลดลง 4.27% มาที่ 4.48 บาท ส่งผลให้ดัชนีหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETRON ลดลง 7.04% และดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีหรือ TECH ปรับตัวลง 4.41% แรงขายดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์โลก หลังจาก SK Hynix รายงานกำไรไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาดและราคาหุ้นร่วง 9.6% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 1.7% และดัชนี SOX ร่วง 5.3% จากความกังวลต่อความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ DELTA ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของบริษัทเอง
Kaohoon · 28d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▼ impact 4
SET Index หลุด 1,600 จุด รับแรงขาย DELTA และหุ้นใหญ่
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง โดยดัชนี SET Index หลุดระดับ 1,600 จุดในวันนี้ 30 กรกฎาคม 2569 โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากหุ้น DELTA ที่ราคาลดลงหนักและฉุดดัชนีไปแล้วกว่า 10 จุด รวมถึงแรงขายในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่าแรงขายหุ้นชิปและ AI hardware ทั่วโลก โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่ดัชนี KOSPI ร่วงกว่า 12% ระหว่างวันและต้องใช้ Circuit Breaker เป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้ต้องระวังแรงกดดันต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยอย่าง DELTA, CCET, HANA และ KCE ฝ่ายวิจัยจึงตัดสินใจตัดขาดทุนหุ้น DELTA ในพอร์ต SET100 Smart Tactical ไปก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงกว่า 7% จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP และ PTT แต่กดดันหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุน เช่น ท่องเที่ยว ขนส่ง และค้าปลีก กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้แนะนำหุ้นใหญ่อิงตาม Fund flow ต่างชาติและเก็งกำไรแบบ Sector Rotation
Share2Trade · 28d อ่านต่อ ▾
เอเซียพลัสคาดกำไร KCE ไตรมาส 2/69 โต 14% QoQ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการปี 70
บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์กำไรปกติของบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ในไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน และ 15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคาดรายได้เพิ่มขึ้นราว 10% จากไตรมาสก่อนเป็น 3.4 พันล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายมีแนวโน้มลดลงเหลือ 11.8% จากการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานมากขึ้น ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 951 ล้านบาท แต่ปรับเพิ่มประมาณการปี 2570 ขึ้น 8% เป็น 1.28 พันล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีการปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบในช่วงปลายปีนี้ พร้อมปรับคำแนะนำหุ้น KCE เป็นเก็งกำไร และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 43.0 บาท
ทันหุ้น · 30d อ่านต่อ ▾
Semiconductors▲
ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ มิ.ย. พุ่ง 66% หนุน DELTA-KCE ครึ่งปีหลัง
ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เดือนมิถุนายน 2569 พุ่งขึ้น 66% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 31% ของยอดส่งออกโดยรวมของประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 22% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อแปลงเป็นเงินบาทมีมูลค่า 3.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากเดือนก่อนและ 64% จากปีก่อน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ DELTA ยังมีสัดส่วนส่งออกมากสุดที่ 54% และเติบโต 57% จากปีก่อน ขณะที่แผ่นวงจรพิมพ์ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ KCE เติบโตสูงสุดที่ 82% แต่มีสัดส่วนเพียง 2% ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 ยอดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 9.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสก่อนและ 49% จากปีก่อน และมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรม ประกอบกับกระแสการลงทุนใน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น หนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในห่วงโซ่อุปทาน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรปี 2569 ของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโตดีเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงน้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด เนื่องจากราคาหุ้น DELTA ระยะสั้นอาจถูกกดดันจากงบไตรมาส 2 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่วน KCE ปรับขึ้นมามากแล้วราว 131% นับตั้งแต่ต้นปี
HoonVision · 31d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▼
เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน
Thunhoon · 31d อ่านต่อ ▾
Semiconductors▲
กสิกรไทยชี้กำไร DELTA ไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาด 34% เหตุวัตถุดิบขาดแคลนฉุด GPM หดตัว
บล.กสิกรไทยระบุว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของ DELTA ที่ 6.1 พันล้านบาทต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ 34% แม้จะเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงเหลือ 26.8% จาก 31.7% ในไตรมาส 1/69 จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองสต็อกสินค้าเพิ่มเติม 804 ล้านดอลลาร์ กำไรที่เติบโต YoY ได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 47% จากความแข็งแกร่งในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ AI และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน ICT ขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ มาจากแรงกดดันด้านอัตรากำไรมากกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น 6% ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 320 บาท และแนะนำให้เปลี่ยนไปลงทุนใน KCE และ HANA แทน
ทันหุ้น · 31d อ่านต่อ ▾
บล.บัวหลวง คาด SET ปลายปีแตะ 1,700 จุด ฟันด์โฟลว์ซื้อสุทธิ 1.6 แสนล้านบาท
บล.บัวหลวง คาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปี 2569 จะปรับตัวขึ้นไปแตะ 1,700 จุด โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะซื้อสุทธิทั้งปี 1.6 แสนล้านบาท หลังจากซื้อสุทธิไปแล้วประมาณ 7 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตเด่น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานปิโตรเคมี และหุ้นไทยมีความโดดเด่นด้านเงินปันผลสูง กลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลังเน้นเลือกซื้อเป็นรายตัวในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าสีเขียว โดยแนะนำ GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรโลกและการลงทุนด้าน AI แนะนำ KCE กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จ่ายเงินปันผลสูง แนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมที่กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะนำ ERW และ AWC และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารที่ได้ประโยชน์จากสภาพอากาศร้อนขึ้น แนะนำ CBG และ CPF ด้านการจัดพอร์ตลงทุน บล.บัวหลวง แนะนำผู้รับความเสี่ยงได้ลงทุนหุ้น 60-70% ของพอร์ต โดยแบ่งเป็นหุ้นไทย 30% และหุ้นต่างประเทศ 70% ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตร โดยเน้นตราสารหนี้ไทยเป็นหลัก
Share2Trade · 31d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
บล.ฟิลลิปชี้หุ้นไทยกระทบภาษีสหรัฐฯ จำกัด แนะจับตากลุ่มอาหารสัตว์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
บล.ฟิลลิปประเมินว่าผลกระทบจากกำแพงภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ต่อหุ้นไทยจะอยู่ในวงจำกัด โดยสินค้าที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือและอุปกรณ์สื่อสาร หน่วยเก็บข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE, HANA, DELTA และ CCET ได้รับผลกระทบน้อย ขณะที่กลุ่มอาหารสัตว์อย่าง ITC และ AAI อาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด กำไรของ ITC อาจลดลง 240 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.1% จากระดับปัจจุบัน แต่ราคาพื้นฐานใหม่ที่ 18.02 บาท ยังมีอัพไซด์ 5.88% จากราคาปัจจุบัน ทั้งนี้ ตัวเลขการค้าไทยเดือนมิถุนายน 2569 ยังขยายตัวดี โดยการส่งออกขยายตัว 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และการนำเข้าขยายตัว 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
KCE.BK▲
ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% โบรกชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 13.7-15.2% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.3% ส่งผลให้เดือนมิถุนายนขาดดุลการค้า 6,534.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับครึ่งปีแรก การส่งออกมีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.6% และการนำเข้ามีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38.0% ทำให้ขาดดุลการค้ารวม 31,744 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุว่าการส่งออกที่สูงกว่าคาดและการขาดดุลเป็นปัจจัยให้ค่าเงินอ่อนค่า พร้อมชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์ ได้แก่ ยางพาราที่กลับมาโต 12.5% ในรอบ 14 เดือน หนุน STA NER และ TEGH ไก่แปรรูป หนุน GFPT TFG และ CPF อาหารสัตว์เลี้ยงที่โตต่อเนื่อง 22.3% เป็นเดือนที่ 10 หนุน ITC และ AAI อาหารทะเลกระป๋องที่กลับมาขยายตัว 17.5% หนุน TU และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่โตในอัตราเร่ง หนุน SMT CCET KCE และ HANA
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
Semiconductors▲
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยบวกยกแผงรับเงินบาทอ่อนและกระแสลงทุน AI
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นทั้งกลุ่มในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ณ เวลา 10:41 น. หุ้น DELTA อยู่ที่ 306.00 บาท บวก 0.66% KCE อยู่ที่ 42.00 บาท บวก 0.60% HANA อยู่ที่ 39.25 บาท บวก 0.64% SMT อยู่ที่ 4.80 บาท บวก 1.69% และ CCET อยู่ที่ 9.10 บาท บวก 0.55% บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ระบุว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องส่งผลบวกต่อผู้ส่งออก และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มฟื้นตัว โดย HANA ได้แรงหนุนจากผลประกอบการของ Texas Instruments ที่ดีกว่าคาด ส่วน DELTA ได้ประโยชน์จากการที่ Google ปรับเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ขณะที่ KCE ถูกปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 48.50 บาท หลังคาดว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และ SMT ยังเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากโอกาสพลิกฟื้นกำไร
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
KCE คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โบรกเกอร์คงคำแนะนำซื้อเป้า 45 บาท
บล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่า บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2569 จะคิดเป็น 36% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 1.3 พันล้านบาท รายได้หลักคาดว่าจะอยู่ที่ 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นตามการฟื้นตัวของอุปสงค์แผงวงจรพิมพ์ทั่วโลก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 18.3% สำหรับแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าเป็นบวก โดยคาดว่าจะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งตามปัจจัยฤดูกาลในไตรมาส 3/2569 และการคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยของผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์รายใหญ่ทั่วโลกประมาณ 30-50% ภายในช่วงกลางปี 2569 บล.กสิกรไทย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ KCE โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 45.00 บาท อิงจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรเป้าหมายที่ 33 เท่า ซึ่งเทียบเท่าระดับ +1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾