สถานการณ์ตะวันออกกลางยกระดับรุนแรง ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกร่วง

GeopoliticsCommodityMacro Impact 5
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,711.65 จุด ลดลง 506.93 จุด หรือ 0.97% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,408.30 จุด ลดลง 90.66 จุด หรือ 1.21% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 25,137.69 จุด ลดลง 553.21 จุด หรือ 2.15% ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหลัก จุดชนวนความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อและผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้น ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และสัญญาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอปิดเหนือ 92 ดอลลาร์ หลังกองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านระลอกใหม่ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านและกลุ่มฮูตี ภายหลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีสต็อกซ์ 600 ปิดที่ 639.27 จุด ลดลง 7.66 จุด หรือ 1.18% โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 2.9% นำโดยหุ้นเอสทีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่ร่วง 17.7% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ โดยดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นเปิดลดลงมากที่สุดในภูมิภาคที่ 1.26% ตามด้วยดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ที่ร่วง 2.58% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน และดัชนีเอสแอนด์พีเอเอสเอ็กซ์ 200 ของออสเตรเลียต่างปรับตัวลงเช่นกัน สำหรับตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะพักฐานตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยหุ้นที่น่าติดตามคือกัลฟ์ หลังบริษัทในเครือกัลฟ์ เอดจ์ ประกาศจับมือกับคอกนิแซนท์ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาเอไอ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเอไอของประเทศไทย

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Information Technology · 1 หุ้น
STMicroelectronics N.V.
STMPA
▼ ลบอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

STMicroelectronics plunged 17.7% after forecasting third-quarter revenue below expectations, indicating weak demand.

Energy Transition & Power Demand · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 5

บริษัทนอก coverage 1

Gulf Edgeเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ให้อำนาจเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย

ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามในกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันที่ 18 ส่งผลให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีจึงได้รับอำนาจในการเรียกเก็บภาษีจากประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซีย กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษี 500% กับสินค้ารัสเซียที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และยังสามารถเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 100% กับ 5 ประเทศที่นำเข้าพลังงานมากที่สุด รวมถึงประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และประเทศที่ช่วยเหลือในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อำนาจทางภาษีนี้จะสิ้นสุดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ในบรรดา 5 ประเทศที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียมากที่สุด มีจีน อินเดีย และตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย และอาจตกเป็นเป้าของมาตรการภาษีใหม่ในวงกว้าง กฎหมายฉบับนี้ยังขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านปี 1996 ออกไปจนถึงปี 2031 และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบทุติยภูมิต่อบริษัทนอกสหรัฐฯ ที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในปีนี้ สำนักประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 17 ว่าการที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่ "ไม่เป็นมิตร" และเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
impact 4

เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว