← Back

Gulf Energy Development Public Company Limited

Gulf Development Public Company Limited generates and sells electricity and steam to public and private clients in Thailand and internationally. The company operates through Power Business, Consulting Business, Infrastructure Business and Satellite and Digital Business segments. It generates electricity through gas-fired, solar, biomass hydroelectric, waste-to-energy, and wind power projects under independent power producers and small power producers. The company undertakes infrastructure and logistics projects; distributes, supplies, and sells natural gas; and operates a digital infrastructure. In addition, the company is involved in the management, technical support, technology, investment services; storing and converting natural gas; satellite and related services; sale of direct television and satellite equipment; transponder services; engineering and development services; broadband network and content services; and broadcasting, television, and telecommunication services. Further, it provides system integration consultancy services for broadband network and technology systems, products and services related to artificial intelligence and space technology. Gulf Development Public Company Limited was founded in 2007 and is based in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving GULF.BK
GULF.BK

กระทรวงพลังงานเตรียมจัด Gastech 2026 ที่กรุงเทพฯ

กระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ เตรียมจัดงาน Gastech 2026 งานประชุมและนิทรรศการระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีวิทยากรกว่า 800 ราย การประชุมกว่า 200 รายการ และ 18 โปรแกรมเฉพาะทาง เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำพลังงานโลกในการขยายความร่วมมือและเร่งการลงทุน งานนี้มี Chevron, ExxonMobil และ Shell เป็นผู้ร่วมจัดงาน และมี กฟผ., ปตท. และ GULF เป็นพันธมิตรระดับประเทศ โดยการจัดงานครั้งก่อนที่ Gastech 2025 สนับสนุนข้อตกลงทางธุรกิจมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
HoonVision·1hอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence8

GULF เตรียมขายหุ้นกู้ 4 ชุด วงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท

บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลรวม 4 ชุด อายุ 4-10 ปี แก่ประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2569 โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ "AA-" แนวโน้ม "Stable" จากทริสเรทติ้ง สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรายได้เงินปันผลที่มั่นคงจากการถือหุ้นในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หุ้นกู้ชุดที่ 1, 2 และ 4 จะเสนอขายผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 8 แห่ง ในราคาหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ส่วนหุ้นกู้ชุดที่ 3 (หุ้นกู้ดิจิทัล) จะเสนอขายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ของธนาคารกรุงไทย จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และรองรับการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น Data Center, Cloud และ AI สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) สูงสุดใหม่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%
InfoQuest·5hอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

โบรกชี้แผน PDP ใหม่ 8 ก.ย. หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า Re-rating

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ฉบับใหม่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 8 ก.ย. และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติภายในสิ้นปี 69 ขณะที่การประมูลรอบแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 70 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการ re-rating หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยแผนดังกล่าวเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นอย่างน้อย 65% และปลดล็อกเพดาน Direct PPA จากเดิม 2,000MW สำหรับภาคอุตสาหกรรมและ data center โดย GULF มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 240,000-290,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 1.0 เท่า ขณะที่ GPSC มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 95,000-114,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.8 เท่า ส่วน GUNKUL มีความสามารถในการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นที่ 39,000-44,000 ล้านบาท ขณะที่ BGRIM มีข้อจำกัดทางการเงินมากกว่า เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับสูงที่ 2.1 เท่า ทำให้มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมเพียง 23,000-28,000 ล้านบาท โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม และ GUNKUL เป็นหุ้น wildcard pick ขณะที่ GPSC และ BGRIM เป็นหุ้นเด่นรองลงมา
InfoQuest·5hอ่านต่อ ▾
GULF.BK

ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% สูงกว่าคาด โบรกฯ ชี้หุ้นเด่น

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 3.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 17.8% ขณะที่การนำเข้าเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าที่คาดไว้ สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เช่น STA, GFPT, ITC, TU, DELTA, HANA และ KCE ได้รับอานิสงส์ รวม 7 เดือนแรกของปี ส่งออกมูลค่า 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% ขณะที่นำเข้า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.8% ขาดดุลการค้า 3.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์มองปัจจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับนโยบายการค้าสหรัฐฯ ขณะที่โบรกเกอร์อย่างบล.กรุงศรีและบล.ฟิลลิป มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและแนะนำหุ้นเด่น เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA, GULF, GPSC, KBANK และ KTB
HoonSmart·6hอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

กรภัทรชี้ตลาดหุ้นไทยไปต่อ รับ Thailand Focus ดึงฟันด์โฟลว์กลับ

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า งาน Thailand Focus 2026 ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดทุนไทย โดยนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเพิ่มขึ้น และไทยมีความพร้อมเป็นฐานการลงทุนแห่งใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ท่ามกลางกระแส AI Adoption ที่เร่งตัว KSS ประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยถึงปลายปี และอาจลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกระแสเงินทุนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยมองว่าการขายสุทธิของต่างชาติในบางวันไม่ควรตัดสินทิศทาง Fund Flow จากข้อมูลวันเดียว ขณะที่การกลับมาเปิดสถานะ Long ใน TFEX เป็นสัญญาณที่ควรติดตาม ด้านปัจจัยพื้นฐาน กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยเติบโตต่อเนื่อง 6 ไตรมาส และมีโอกาสขยายตัวต่อในไตรมาส 3/2569 โดย Earnings Cycle รอบนี้อาจยาวกว่ารอบปี 2553-2554 ที่เติบโตติดต่อกันราว 7 ไตรมาส KSS ให้น้ำหนักกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจระบบโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมเลือก DELTA และ GULF เป็นหุ้นเด่น โดย DELTA รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุน AI ขณะที่ GULF ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center และนโยบายพลังงานของประเทศ
Kaohoon·6hอ่านต่อ ▾
GULF.BK

เอเซีย พลัส แนะ 13 หุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ภาพรวมตลาดหุ้นยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและ BOND YIELD ที่มีโอกาสยืนสูงต่อ โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยเดือน ส.ค. ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเดือน ก.ค. แม้ช่วงล่าสุดราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลงจากความหวังการเปิดช่องแคบ HORMUZ ก็ตาม ขณะเดียวกัน เอลนีโญกลับมาเป็นอีกความเสี่ยงด้าน SUPPLY โดยปริมาณฝนในพื้นที่คลองปานามาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้คลองปานามาเตรียมจำกัดจำนวนเรือผ่านจากเดือน ก.ย. เป็นต้นไป ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการขนส่งและซ้ำเติมแรงกดดันต่อราคาอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์โลกได้ ดังนั้นภาพเงินเฟ้อโลกจึงยังไม่ได้ผ่อนคลายเต็มที่ โดยล่าสุด PCE สหรัฐเดือน ก.ค. อยู่ที่ 3.7% YOY สูงกว่าคาดเล็กน้อย และทำให้ U.S. TREASURY YIELD ขยับขึ้น ตลาดจึงยังต้องเผชิญความเสี่ยงจาก HIGHER-FORLONGER YIELD, P/E ถูกกดลง, FUND FLOW เข้าสินทรัพย์เสี่ยงช้าลง โดยเฉพาะหุ้น GROWTH และหุ้นที่ VALUATION สูง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีแรงพยุงเพิ่มขึ้นจากเงินบาทที่แข็งค่า ประกอบกับช่วง THAILAND FOCUS 2026 ระหว่าง 26–28 ส.ค. ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันต่างชาติราว 220 รายจาก 74 สถาบันเข้าร่วม และมีบริษัทจดทะเบียน 78 แห่งพบกับนักลงทุน ถือเป็นโอกาสช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของหุ้นไทยต่อ GLOBAL FUND MANAGER แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่มากพอให้เกิด FUND FLOW ไหลเข้าหุ้นทุกกลุ่ม ในช่วงนี้จึงแนะนำให้น้ำหนักกับ SELECTIVE BUY มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวมากกว่า กลยุทธ์จึงเน้นหุ้นที่มี CATALYST เฉพาะตัวซ้อนกันหลายชั้น ได้แก่ หุ้น BGRIM, GPSC, GULF ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน/พลังงานที่เริ่มอ่อนลง ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ขณะที่เงินบาทแข็งช่วยลดภาระต้นทุนและหนี้สกุลต่างประเทศ หุ้น SCC, PTTGC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้าน FEEDSTOCK/ต้นทุน หุ้น TTB, KKP มีจุดเด่นด้าน DIVIDEND YIELD ระหว่างกาลเด่น ช่วยรองรับความผันผวนของตลาด หุ้น CK, STECON เป็นตัวแทนธีม DOMESTIC INVESTMENT / INFRASTRUCTURE ซึ่งมีโอกาสถูกหยิบขึ้นมาเป็น STORY สำคัญในการนำเสนอประเทศไทยต่อนักลงทุนต่างชาติ หุ้น DELTA มี SENTIMENT บวกจากผลประกอบการ NVIDIA หลังตลาดปิด โดย NVIDIA รายงานรายได้ไตรมาส 2/70 ที่ $96.2BN +106% YOY และ DATA CENTER REVENUE $89BN +117% YOY ตอกย้ำว่า AI INFRASTRUCTURE CYCLE ยังแข็งแรง ซึ่งช่วยหนุน SENTIMENT ต่อหุ้นใน SUPPLY CHAIN อิเล็กทรอนิกส์และ AI หุ้น CENTEL มีแรงเก็งกำไรจากความหวังมาตรการกระตุ้น เที่ยวไทยเที่ยวไทย รวมถึงกระแสท่องเที่ยวภูเก็ตที่อาจได้รับ SENTIMENT เพิ่มจากกิจกรรมและกระแส ENTERTAINMENT/TOURISM ในช่วงนี้ และหุ้น PSL, RCL รับ SENTIMENT บวกจากเอลนีโญ่ หลังคลองปานามาเตรียมจำกัดจำนวนเรือผ่านจากภาวะฝนน้อย หนุนระยะเวลาเดินเรือ/การรอคิวสูงขึ้น ลด SUPPLY ของเรือและมีโอกาสดันค่าระวาง
thunhoon.com·8hอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

บล.กรุงศรีคาด SET แกว่งขึ้น รับแรงหนุน AI CAPEX และ Thailand Focus

บล.กรุงศรี (KSS) คาดว่า SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways/Up โดยมีแนวต้านที่ 1,614 และ 1,630 จุด และแนวรับที่ 1,592 และ 1,587 จุด โดยได้แรงหนุนจาก AI CAPEX ที่เร่งตัวขึ้นหลัง NVIDIA รายงานกำไรดีกว่าคาด และเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่งาน Thailand Focus ชูจุดเด่นของไทยที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยแนะนำ 3 ธีมลงทุน ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI CAPEX อย่าง HANA, DELTA และ GULF รวมถึงหุ้นไฟฟ้าและหุ้น Re-rating
HoonSmart·8hอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence3

GULF เตรียมขายหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาท ต.ค.นี้ หลังครึ่งปีหลังโตต่อ

GULF คาดผลดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า โดยเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าใหม่รวมกำลังการผลิตประมาณ 700 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโซลาร์และโซลาร์ร่วมกับแบตเตอรี 6 โครงการ กำลังการผลิตรวม 623 เมกะวัตต์ ทยอย COD ในเดือนกันยายน พฤศจิกายน และธันวาคม ซึ่งจะรับรู้กำไรเพิ่มขึ้น 600 ล้านบาทต่อปี รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ 10 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการตุลาคม 2569 รับรู้กำไร 120 ล้านบาทต่อปี และโซลาร์รูฟท็อปภายใต้ GULF1 อีก 60-70 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจนำเข้า LNG คาดนำเข้า 5 ล้านตัน รับรู้กำไร 1,500 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC เพิ่มขึ้น โดยปีนี้คาดรายได้รวมและ EBITDA โต 12-15% พร้อมเปิดแผนลงทุน 5 ปี (2569-2573) มูลค่า 130,000-140,000 ล้านบาท มุ่งลงทุนพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ LNG Terminal และธุรกิจดิจิทัลภายใต้ Gulf Edge เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และ AI รวมถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเฟส 3 โดยเตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม 2569 ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน รายใหญ่ และประชาชนทั่วไป รวมถึงผ่านแอปเป๋าตัง เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจ โดยเน้นโครงการต่างประเทศและดาต้าเซ็นเตอร์
thunhoon.com·8hอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

หยวนต้า ชี้ PDP ใหม่หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า จับตา GULF-GPSC-GUNKUL-WHAUP

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยบทวิเคราะห์หลังงาน Thailand Focus ระบุว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคาดว่าแผน PDP ฉบับใหม่จะมีความชัดเจนอย่างเร็วในเดือน ก.ย.69 และจะมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 60% รวมถึงมี Carbon Capture, Small Modular Reactor (SMR) และ Direct PPA อยู่ในแผนด้วย งานเสวนาครั้งนี้มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และนาย Yanis Ghitis Chief of Commercial and Investment Officer ของ Digital Edge ร่วมให้ข้อมูล โดยนายเอกนัฏระบุว่า Direct PPA จะช่วยให้ Data Center เข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่ไม่สูงเกินไป และปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ 2,000 เมกะวัตต์แล้ว รวมถึงเปิดให้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วมได้ ส่วนเงินกู้วงเงิน 2 แสนล้านบาทจะใช้สนับสนุน Solar Rooftop ระบบ Net Billing และการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่าปริมาณน้ำในประเทศไทยเพียงพอต่อการรองรับ Data Center จำนวนมาก โดยสามารถใช้น้ำทะเลได้ ฝ่ายวิจัยชื่นชอบหุ้น GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Data Center อย่าง WHA, AMATA และ STECON
Kaohoon·1dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต GULF ที่ AA- พร้อมหุ้นกู้ใหม่ 2 หมื่นล้าน

ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท และอายุไม่เกิน 10 ปี ที่ระดับ AA- โดยบริษัทจะนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจและชำระหนี้ พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ชุดปัจจุบันที่ AA- ด้วยแนวโน้ม Stable อันดับเครดิตสะท้อนสถานะแข็งแกร่งในธุรกิจผลิตไฟฟ้า กระแสเงินสดจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว และเงินปันผลจากการลงทุนใน ADVANC แต่ถูกจำกัดจากแผนลงทุนขนาดใหญ่ ในครึ่งแรกของปี 2569 EBITDA (ไม่รวมเงินปันผลพิเศษจาก ADVANC 2.29 หมื่นล้านบาท) อยู่ที่ 3.62 หมื่นล้านบาท และทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA จะไม่เกิน 7 เท่า แม้มีเงินลงทุนตามแผนมากใน 3 ปีข้างหน้า ณ เดือนมิถุนายน 2569 หนี้สินรวมไม่รวมสัญญาเช่าอยู่ที่ 4.24 แสนล้านบาท โดยเป็นหนี้มีลำดับได้รับชำระคืนก่อน 1.95 แสนล้านบาท คิดเป็น 46% ของหนี้รวม ซึ่งคาดว่าจะรักษาระดับต่ำกว่า 50% ได้
HoonVision·1dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

กลุ่มพลังงานออกหุ้นกู้สปีดลงทุน GULF ระดมขยายกิจการ-ซื้อธุรกิจ

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเปิดเผยว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีมูลค่า 5.07 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5.17 แสนล้านบาท แต่จำนวนบริษัทที่ออกลดลงจาก 123 เป็น 105 ราย โดยกลุ่มพลังงานระดมทุนมากสุด โดยเฉพาะ GULF ที่ออกหุ้นกู้ไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท และเตรียมขายหุ้นกู้ลอตใหม่อีก 6 ชุดในเดือนตุลาคม ขณะที่แบงก์ใหญ่หยุดออกหุ้นกู้เพราะมีสภาพคล่องล้น เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย ที่มีหุ้นกู้ครบดีลแต่ไม่ออกทดแทน ส่วนบริษัทในกลุ่มซี.พี.หันออกตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น และกลุ่มปตท.ออกหุ้นกู้ใหม่เพียง 1.3 หมื่นล้านบาทจากยอดครบดีล 22,500 ล้านบาท โดยสมาคมฯ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวถึงปลายปี เอื้อให้ธุรกิจออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายทั้งปีที่ 8.8-9 แสนล้านบาท
Prachachat·1dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

KKPS ชี้ PDP 2026 หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า ปรับเป้า GULF-GPSC-BGRIM

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้น หลัง KKPS ปรับมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภคไทย จากแผน PDP 2026 และ Direct PPA เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล โดย ณ เวลา 10:58 น. BGRIM อยู่ที่ 19.30 บาท บวก 3.76% GULF อยู่ที่ 63.75 บาท บวก 1.19% และ GPSC อยู่ที่ 52.75 บาท บวก 4.46% KKPS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2573 ของ GULF ขึ้น 12-26% GPSC เฉลี่ย 6% และ BGRIM เฉลี่ย 15% พร้อมปรับราคาเป้าหมาย GULF เป็น 75 บาท GPSC เป็น 60 บาท และ BGRIM เป็น 25 บาท คงคำแนะนำซื้อทุกตัว โดยมองว่าร่าง PDP 2026 ที่คาดเปิดเผยเดือนกันยายน 2569 อาจเปิดทางให้เกิดการลงทุนกำลังผลิตเพิ่มเติม และเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นทั้งกลุ่ม ขณะที่ บล.กรุงศรี ระบุว่าร่าง PDP 2026 อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณา คาดเปิดรับฟังความคิดเห็นเดือนกันยายน 2569 ก่อนเสนอ กพช. พิจารณาเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 โดย GPSC ตั้งเป้าคว้าส่วนแบ่งกำลังผลิตใหม่ราว 25% ของ PDP 2026 ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2.2 กิกะวัตต์ พลังงานลม 0.5 กิกะวัตต์ พลังน้ำ 0.5 กิกะวัตต์ และ IPP ขนาดรวม 2-5 กิกะวัตต์ ซึ่งในกรณีดีที่สุดจะใช้เงินลงทุนรวม 1.95-2.36 แสนล้านบาท และสร้างกำไรส่วนเพิ่ม 7.95 พันล้านบาท พร้อมเพิ่มมูลค่าเหมาะสมของหุ้นอีก 27.90 บาทต่อหุ้น
Kaohoon·2dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence2

จับสัญญาณกำไรไตรมาส 3 คัดหุ้นเติบโตแข็งแกร่ง

กำไรสุทธิไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนไทยคาดขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนต่างปิโตรเคมี รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ GULF ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันกลุ่มสายการบิน และส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร กลุ่มที่กำไรหลักคาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน และค่าการกลั่น Singapore GRM ที่เพิ่มขึ้น 434% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI และ data center ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขาย Power Electronics ของ DELTA Taiwan ในเดือนกรกฎาคมเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน KCE คาดว่ารายได้จาก PCB อาจเพิ่มขึ้น 17-19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการปรับขึ้นราคาสินค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งจะหนุนให้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 9-10% HANA เห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต IC ฟื้นตัว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดเริ่มเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 3 กลุ่มสื่อสารได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต กลุ่มโรงพยาบาลคาดว่ารายได้กลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนในเดือนกรกฎาคม หนุนจากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลาง โดยประเมินว่าเที่ยวบินจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นถึงระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม กลุ่มค้าปลีกเห็นตัวเลขยอดขายสาขาเดิมปรับตัวขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม นำโดยกลุ่มค้าปลีกสินค้า IT โดย COM7 คาดยอดขายรวมเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ADVICE เติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน CPALL คาดยอดขายสาขาเดิมขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ขณะที่ Makro ทรงตัว และ Lotus หดตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มท่องเที่ยวเห็นรายได้ต่อห้องพักในเดือนกรกฎาคมของ AWC เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน CENTEL เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ERW เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ MINT เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มที่กำไรหลักคาดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มขนส่ง ซึ่งถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธนาคารซึ่งถูกกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวต่อเนื่อง และกลุ่มเนื้อสัตว์ซึ่งถูกกดดันจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง โดยราคาหมูเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมปรับลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาไก่ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคาดยอดขายยังเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในเดือนกรกฎาคม นักวิเคราะห์แนะนำให้เน้น selective ในหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ KCE ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CBG ในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งคาดยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในพม่าเติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 3 ปี 2569 ITC ในกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง BH และ BDMS ในกลุ่มโรงพยาบาล AOT และ CENTEL ในกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบิน และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า GHECO-One และ Glow IPP เต็มไตรมาส
thunhoon.com·2dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand9

GULF ลงนามกู้ 8.6 พันล้านบาท ลุยโรงไฟฟ้าลม 208 เมกะวัตต์

GULF ลงนามสัญญาเงินกู้โครงการวงเงินรวมไม่เกิน 8,600 ล้านบาท จาก 6 สถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 208 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 11,700 ล้านบาท โดยบริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท อีสานพลังงานสะอาด จำกัด บริษัท อัลฟ่า วัน โปรเจค จำกัด และบริษัท อัลฟ่า ทู โปรเจค จำกัด ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ระยะเวลากู้ 22 ปี GULF ถือหุ้นทางอ้อมในโครงการทั้ง 3 แห่งในสัดส่วน 60% ผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ร่วมกับบริษัท อัลฟา เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 40% โครงการทั้ง 3 แห่งตั้งอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 90, 48 และ 70 เมกะวัตต์ตามลำดับ ภายใต้ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565-2573 โดยได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในอัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 25 ปี และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 สถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ธนาคารทหารไทยธนชาต Sumitomo Mitsui Banking Corporation สาขาสิงคโปร์ และ Bank of China สาขาฮ่องกงและสิงคโปร์
thunhoon.com·2dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

GULF-SCGP-MPJ-SUPER-WICE ประกาศแผนลงทุนและผลประกอบการ

บริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่งประกาศความคืบหน้าธุรกิจพร้อมกัน โดย GULF เปิดเผยว่าบริษัทร่วมทุน 3 แห่งลงนามสัญญาเงินกู้โครงการรวมไม่เกิน 8,600 ล้านบาท อายุ 22 ปี เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 208 เมกะวัตต์ คาดทยอย COD ในปี 2570 และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ระยะเวลา 25 ปี ขณะที่ SCGP ทุ่มงบ 9,846 ล้านบาท ผ่านบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% เพื่อขยายกำลังผลิตกระดาษสำหรับแผ่นยิปซัมในจังหวัดกาญจนบุรีเพิ่มอีก 400,000 ตันต่อปี คาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ไตรมาส 4/2571 ด้าน MPJ รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 51.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2% และครึ่งปีแรกมีกำไร 74.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้ 1,264 ล้านบาท เติบโต 18% และเตรียมงบลงทุนกว่า 1,140 ล้านบาทในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า รวมถึงขยายลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบังเพิ่มอีก 28 ไร่ คาดเปิดให้บริการไตรมาส 2/2570 ส่วน SUPER ลงนามสินเชื่อระยะยาวกับ Bank for Investment and Development of Vietnam วงเงิน 830,000 ล้านดอง หรือราว 1,065 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ Soc Trang Wind Power Plant เฟส 1 ขนาด 30 เมกะวัตต์ เงินกู้มีอายุ 15 ปี และ WICE เปิดแผนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าขยายเครือข่ายลูกค้าและเส้นทางการค้าระดับภูมิภาค พร้อมรุกตลาดสหรัฐฯ และขยายพื้นที่ให้บริการแตะ 158,020 ตารางเมตร
Kaohoon·2dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

CGSI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,690 จุด หลังกำไรบจ.ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปีนี้ขึ้น 8% หลังกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ศึกษาอยู่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรสุทธิรวมจะลดลง 25% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก และเพิ่ม CPALL กับ PTT เข้ามา ทำให้รายชื่อล่าสุดประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
HoonSmart·7dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

KSS ชี้สหรัฐฯ ซื้อคืนพันธบัตรกดบอนด์ยีลด์ดิ่ง หนุนเงินบาทแข็ง

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาเตรียมเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวเป็นขั้นต่ำ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง โดยเน้นพันธบัตรช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง 0.07% ขณะที่อายุ 10 ปี ลดลง 0.04% พร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก KSS มองว่าการซื้อคืนพันธบัตรครั้งนี้เป็นมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องและบริหารอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้มากกว่าจะเป็นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้การออกตั๋วเงินคลังระยะสั้นเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการเข้าซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.80-32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงสภาวะที่เอื้อต่อกระแสเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียและไทย ระยะกลางถึงระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังรับอานิสงส์กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่จะไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน รองรับวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในฐานะแหล่งเงินทุนหลัก โดยไม่กังวลต่อความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียของกลุ่มธุรกิจ SME เนื่องจากวัฏจักรสินเชื่อรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยธุรกิจขนาดใหญ่ และภาครัฐยังมีมาตรการช่วยเหลือ SME อย่างต่อเนื่อง หุ้นที่คาดจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากภาวะบอนด์ยีลด์ผ่อนคลายและกระแสเทคโนโลยี ประกอบด้วย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC
Kaohoon·7dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand7

บล.บัวหลวงชี้หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากแผน PDP2026 ปลาย ก.ย.

บล.บัวหลวงคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามากกว่าตลาด โดยคาดว่าร่างแผน PDP2026 จะประกาศใช้ปลายเดือนกันยายนนี้ ยังคงเป้าพลังงานหมุนเวียน 60% และค่าไฟเฉลี่ยราว 4–4+ บาทต่อหน่วย ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center มีกรณีฐาน 8,811 เมกะวัตต์ถึงปี 2593 และ Direct PPA กลุ่มแรก 2,000 เมกะวัตต์ยังเป็นตัวเร่งระยะใกล้ ฝ่ายวิจัยมองว่า GULF, GUNKUL และ WHAUP เป็นผู้ได้ประโยชน์ชัดในระยะใกล้ ส่วน GPSC และ BGRIM จะเห็นแรงกดดันลดลงเมื่อการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงและการกลับมาเดินเครื่องดีขึ้นในปี 2570 ปัจจุบันแนะนำซื้อ GULF ราคาเป้าหมาย 82 บาท, GUNKUL 5.50 บาท และ BGRIM 20 บาท ส่วน GPSC และ WHAUP อยู่ระหว่างทบทวนราคาเป้าหมาย ผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 ของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า 5 บริษัทใน Coverage อยู่ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน บนรายได้รวม 8.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมลดลง 76% จากปีก่อน เป็น 1.60 หมื่นล้านบาท เนื่องจากฐานไตรมาส 2/68 มีรายการพิเศษของ GULF จากการรวมกิจการ GULF–INTUCH จำนวน 5.61 หมื่นล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าว ภาพกำไรโดยพื้นฐานของกลุ่มยังแข็งแกร่ง โดย GULF มีกำไรหลัก 1.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อน และ 11% จากไตรมาสก่อน จาก Renewable/IPP, GUNKUL อยู่ที่ 567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และ 31% จากไตรมาสก่อน จากการรับรู้ Backlog EPC และ WHAUP อยู่ที่ 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% จากปีก่อน และ 150% จากไตรมาสก่อน จาก Gheco-One กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง ขณะที่ GPSC และ BGRIM ยังถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซและถ่านหินที่ส่งผ่าน Ft ได้ล่าช้า
Thunhoon·7dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence

STECON กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 160% โบรกคงคำแนะนำซื้อเป้า 23 บาท

บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160% จากไตรมาสก่อนหน้า ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน GULF จำนวน 736 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจก่อสร้างเพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 9,345 ล้านบาท จากการเร่งรับรู้รายได้ของโครงการสำคัญใน Backlog ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วง รถไฟทางคู่เด่นชัย Data Center, Clean Fuel Project, โรงไฟฟ้าขยะ และ Bangkok Mall โดยเฉพาะโครงการ Data Center ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจก่อสร้างอยู่ที่ 7.16% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/2569 จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยจากสัดส่วนงานภาคเอกชนที่มีอัตรากำไรสูงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงเหลือ 3.2% จาก 4.1% ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนประโยชน์จาก Economies of Scale หลังรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับรายได้ก่อสร้างในช่วงครึ่งแรกปี 2569 คิดเป็น 47% ของประมาณการรายได้ทั้งปีที่ 35,000 ล้านบาท แต่ฝ่ายวิจัยยังไม่กังวล เนื่องจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมักเร่งรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี และฝ่ายบริหารยังคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีตามเดิม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการเติบโตของ Backlog รอบใหม่ โดยเฉพาะงาน Data Center ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น Growth Engine สำคัญของ STECON ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นประมูลงาน Data Center เพิ่ม 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 22,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการรับงานใหม่ปี 2569 ที่ 50,000 ล้านบาท นอกจากนี้ การกลับมาของการลงทุนภาครัฐหลังเปิดปีงบประมาณใหม่ในไตรมาส 4/2569 จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน Backlog และการเติบโตของผลประกอบการในระยะถัดไป บล.เอเซีย พลัสยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ STECON เนื่องจากบริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้รับเหมาก่อสร้างแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจที่มีแหล่งรายได้หลากหลายและมีศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยเฉพาะ Data Center ที่เปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงงานที่มีอัตรากำไรสูง และสอดคล้องกับเมกะเทรนด์การลงทุนของภาคเอกชน ทั้งนี้ ด้วยฐานะงานในมือที่แข็งแกร่งและโอกาสเติบโตจากโครงการใหม่ในอนาคต ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ STECON ที่ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 23.00 บาท ด้วยวิธี SOTP หรือมี Upside ราว 39% จากราคาปัจจุบัน
ทันหุ้น·7dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

บล.กสิกรไทย แนะนำ BH และ STECON เป็นหุ้นเด่นวันนี้

บล.กสิกรไทย แนะนำหุ้น BH และ STECON เป็นหุ้นเด่นประจำวันนี้ พร้อมประเมินกรอบดัชนี SET ไว้ที่ 1,600-1,625 จุด หลังวานนี้ปิดที่ 1,609.76 จุด ลดลง 11.86 จุด หรือ 0.73% โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ราว 4.65% และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับ BH หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กสิกรไทยให้ราคาพื้นฐานที่ 204 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.89 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน และ 2% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ โดยผู้ป่วยต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของรายได้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อน ส่วน STECON หรือ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กสิกรไทยให้ราคาพื้นฐานที่ 20.62 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 374% จากปีก่อน และ 488% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลจาก GULF ขณะที่หากตัดรายการเงินปันผลดังกล่าวออก กำไรหลักยังสูงกว่าที่คาด โดยบริษัทมี Backlog อยู่ที่ประมาณ 1.14 แสนล้านบาท ซึ่งรองรับรายได้ราว 3 ปี และมีเป้าหมายรับงานใหม่ในปี 2569 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
thunhoon.com·7dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

ครม.เคาะฉันทานนท์เป็นปลัดพลังงานคนใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ โดยจะเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 แทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ นายฉันทานนท์ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นกรรมการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงมองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้อาจทำให้การประกาศใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 หรือ PDP 2026 เลื่อนออกไปเล็กน้อยจากเดือนกันยายน แต่คาดว่าจะประกาศได้ภายในปี 2569 โดยประเมินว่า GULF รองรับโครงการใหม่ได้ราว 2,000–3,000 เมกะวัตต์ GUNKUL รองรับได้ประมาณ 500 เมกะวัตต์ และ BGRIM รองรับได้ 500–1,000 เมกะวัตต์ พร้อมแนะนำลงทุนในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ GULF และ GUNKUL เป็นลำดับแรก
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ ▾
GULF.BK3

UBS เพิ่มเป้า SET เป็น 1,680 จุด ชี้กรณีดีสุด 1,840 จุด

ยูบีเอสปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ 1,680 จุดในกรณีพื้นฐาน โดยในกรณีดีที่สุด ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงถึง 1,840 จุด และในกรณีแย่ที่สุดอาจลงไปที่ 1,460 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น 6 ตัว ได้แก่ CPALL, CPN, GULF, KTB, PTT และ TRUE ขณะเดียวกันได้ถอด ADVANC, BDMS, BJC และ AWC ออกจากรายชื่อหุ้นแนะนำ ข้อมูลการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีถึง 17 สิงหาคม 2569 ระบุว่า UBS ขายสุทธิสะสม 5,504.04 ล้านบาท และเฉพาะเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 3,239.37 ล้านบาท ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด มองว่าระดับ 1,680 จุดเป็นเป้าหมายที่หลายฝ่ายประเมินไว้อยู่แล้ว แต่การไปถึง 1,820 จุดเป็นเรื่องท้าทายมาก แม้กำไรไตรมาส 2 ของตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท และกำไร 12 เดือนย้อนหลังแตะ 1.2 ล้านล้านบาท โดยแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,630-1,650 จุด และจับตา PTT กับ PTTEP ที่อาจจ่ายเงินปันผลสูงกว่าปกติ
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

ThaiBMA ชี้ตลาดหุ้นกู้ครึ่งปีหลังบูม ดอกเบี้ยขึ้นยาก

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยประเมินตลาดตราสารหนี้ครึ่งปีหลังยังเติบโตมั่นคง โดยเฉพาะหุ้นกู้เรตติ้งสูงจากบริษัทใหญ่ที่ยังระดมทุนได้ง่าย ท่ามกลางเงินฝากในระบบธนาคารเกือบ 18 ล้านล้านบาทที่พร้อมไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA เปิดเผยกับทันหุ้นว่า ช่วงที่เหลือของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระอีกประมาณ 340,000 ล้านบาท และคาดว่ายอดออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อชดเชยและระดมทุนใหม่จะไม่ต่ำกว่านั้น โดยกลุ่มพลังงานและค้าปลีก เช่น GULF และกลุ่มซีพี ยังได้รับความนิยมสูง ขณะที่พันธบัตรออมทรัพย์รุ่น 10 ปี ดอกเบี้ย 2.8% ขายหมดใน 21 วินาที สะท้อนดีมานด์สินทรัพย์ปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ด้านความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มอสังหาฯ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มขอยืดเวลาชำระหนี้ แต่ยังมีสินทรัพย์จับต้องได้รองรับ ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ได้รับความเชื่อถือสูงกว่า เห็นได้จาก Credit Spread ที่แคบกว่า และ Top 10 ผู้ออกหุ้นกู้มี ICR สูงกว่า 3 เท่า DE Ratio ต่ำกว่า 2 เท่า ถือว่าปลอดภัยมาก ThaiBMA คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจะไม่กลับไปสูงถึง 3.5-3.6% เหมือนอดีต เพราะเศรษฐกิจโตช้า หนี้ครัวเรือนสูง และสังคมสูงวัยกดเงินเฟ้อต่ำ ทำให้ธปท. ขึ้นดอกเบี้ยได้จำกัด จึงเป็นจังหวะให้เอกชนล็อกต้นทุนด้วยหุ้นกู้ระยะยาวแทนกู้ธนาคารระยะสั้น และแนะนำลงทุนแบบ Selective ในกลุ่ม Investment Grade และหุ้นกู้มีหลักประกันสำหรับ High Yield
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ ▾
GULF.BK2

บล.เคจีไอ เพิ่มเป้าหุ้นไทยปี 69 สู่ 1,820 จุด

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปี 2569 ขึ้นสู่ 1,820 จุด จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนและราคาปิดต่อกำไรเป้าหมายเป็น 14.8 เท่า มอง SET ยังมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันราว 12% แม้ยอมรับเป้าหมายค่อนข้างท้าทาย หลังแรงหนุนการปรับเพิ่มกำไรกระจุกตัวในกลุ่มพลังงาน ขณะที่โมเมนตัมการปรับเพิ่ม EPS มีแนวโน้มชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ภายใต้การศึกษาของ KGI ในไตรมาส 2/2569 มีกำไรรวม 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการของ Bloomberg consensus ราว 10% หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กำไรรวมจะลดลง 26% จากปีก่อน และลดลง 6.2% จากไตรมาสก่อน โดยการลดลงส่วนหนึ่งมาจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติของ GULF ในไตรมาส 2/2568 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่ สำหรับหุ้นที่ KGI ศึกษา พบว่า 40% รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด 41% เป็นไปตามคาด และประมาณ 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารมีผลประกอบการโดดเด่น ขณะที่ราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มดังกล่าวสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวและสื่อมีผลประกอบการอยู่ในระดับกลาง ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการ EPS รอบใหม่ โดยมีโรงกลั่นและปิโตรเคมีเป็นกลุ่มนำ หลังมีข้อมูลชัดเจนมากขึ้นว่ามาตรการแทรกแซงค่าการกลั่นของภาครัฐส่งผลกระทบในวงจำกัด อย่างไรก็ตาม KGI ประเมินว่าโมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการ EPS กำลังเข้าสู่จุดสูงสุด และมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงที่เหลือของปี 2569 จากการปรับเพิ่มประมาณการ EPS รอบล่าสุด ประกอบกับการปรับค่า P/E เป้าหมายขึ้นเป็น 14.8 เท่า หรือระดับค่าเฉลี่ย 10 ปี ลบ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำให้ KGI ปรับเป้าดัชนี SET ปี 2569 ขึ้นสู่ 1,820 จุด โดยยังมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันประมาณ 12% เป้าหมายดังกล่าวถือว่าค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรรอบล่าสุดกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีผลประกอบการผันผวนตามวัฏจักรและโดยปกติมีค่า P/E ต่ำกว่ากลุ่มอื่น นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดีที่สุดของกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มผ่านพ้นไปแล้ว KGI จึงมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีหุ้นไทยขนาดใหญ่ในกลุ่มอิงกำลังซื้อในประเทศไม่มากนักที่ยังมีความน่าสนใจในแง่ความเสี่ยงและผลตอบแทน และสามารถเป็นแรงหนุนให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นต่อได้ สำหรับหุ้นที่ยังมีอัพไซด์ถึงราคาเป้าหมาย ได้แก่ CPALL และ CPN ในกลุ่มผู้บริโภค, KBANK และ KTB ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึง GULF ซึ่งยังมีส่วนต่างจากราคาปัจจุบันถึงราคาเป้าหมายอยู่พอสมควร
Money & Banking·9dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

GDP ไตรมาส 2 โต 1.9% ดีกว่าคาด หยวนต้าชี้ 10 หุ้นเด่น

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอจาก 2.8% ในไตรมาสแรก แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.7% โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตเด่นตามยอดขอส่งเสริมการลงทุน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอเหลือ 1.9% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อน จากราคาพลังงานในประเทศที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐอ่อนแอเพราะเร่งเบิกจ่ายไปแล้วก่อนหน้า บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าคาดการบริโภคจะฟื้นชัดในไตรมาส 3 จากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส และการใช้จ่ายภาครัฐจะเร่งตัวช่วงปลายปีงบประมาณ พร้อมคงมุมมองบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม ค้าปลีก และอาหารเครื่องดื่ม โดยยกตัวอย่างหุ้น CK, STECON, GUNKUL, GULF, FORTH, SAMART, EPG, BJC, CPALL และ CBG สภาพัฒน์ยังปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้ขึ้นเป็น 2.0-2.5% จากเดิม 1.5-2.5% และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อลงเป็น 1.5-2.0% จาก 2.0-3.0% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการกลับมาตึงตัวของนโยบายการเงิน
HoonVision·9dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

KGI อัพเป้า SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังกำไร Q2 สูงกว่าคาด

บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังสรุปกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัทที่ศึกษาสูงกว่าคาด 10% โดยกำไรรวมอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีออก กำไรจะลดลง 26% จากปีก่อน และ 6.2% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานกำไรพิเศษของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2568 ฝ่ายวิจัยระบุว่า 40% ของหุ้นที่ศึกษามีผลประกอบการดีเกินคาด 41% เป็นไปตามคาด และ 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารออกมาดี ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสื่อออกมากลาง ๆ โมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นกำลังถึงจุดสูงสุดและคาดว่าจะนิ่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายใหม่นี้ยังมีอัพไซด์ 12% จากระดับปัจจุบัน แต่ค่อนข้างท้าทายเพราะการปรับเพิ่มกำไรกระจุกในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มวัฏจักรและมีค่า P/E ต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยหุ้นที่ยังมีอัพไซด์ถึงราคาเป้าหมาย เช่น CPALL CPN KBANK KTB และ GULF
Bloomberg·9dอ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence2

ลงทุนเอกชนโตสุดรอบ 11 ปี หนุน 6 หุ้น

บล.กสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2 ปี 2569 โต 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี หนุนจากเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อิเล็กทรอนิกส์ AI และพลังงานสะอาด ขณะที่ส่งออกโต 12.5% สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ฐานผลิต New Economy แม้ GDP ชะลอเหลือ 1.9% จากแรงกดดันด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และการบริโภคที่อ่อนลง ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อิเล็กทรอนิกส์ Data Center และพลังงานสะอาด เช่น WHA, AMATA, DELTA, HANA, KCE และ GULF จาก FDI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เร่งตัว
HoonVision·9dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

PDP2026 เคาะ 4 ฉากทัศน์ ไฟฟ้าสะอาดสูงสุด 80%

คณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2026 ได้พิจารณาสัดส่วนเชื้อเพลิงหลักการผลิตไฟฟ้าเป็น 4 ฉากทัศน์ โดยแต่ละฉากทัศน์มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าร้อยละ 60 สูงสุดร้อยละ 80 และสัดส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR อยู่ในกรอบประมาณ 2,400 ถึง 4,000 เมกะวัตต์ บางฉากทัศน์อาจมากกว่า 4,000 เมกะวัตต์ โดยช่วง 10 ปีแรกของแผนยังคงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นผู้นำร่องศึกษาและดำเนินโครงการระยะแรกก่อน จากนั้นคาดว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ร่างแผนดังกล่าวจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ ก่อนประกาศใช้ได้ทันภายในปีนี้ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า แผน PDP2026 จะเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากเปิดโอกาสให้เกิดรอบการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ขยายการลงทุนในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยี SMR ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและมาจากพลังงานสะอาด และการเปิดทางให้ Direct PPA จะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่สามารถจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรง ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น Top Picks ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ให้ราคาเหมาะสม 80 บาท และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ให้ราคาเหมาะสม 6.40 บาท ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าความคืบหน้าของมาตรการและแผนงานด้านพลังงานเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในธีมโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีไฟฟ้า โดยหุ้นที่โดดเด่น ได้แก่ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP และ GUNKUL ในการซื้อขายวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้น นำโดย WHAUP ปิดที่ 8.20 บาท บวก 5.81 เปอร์เซ็นต์ GPSC ปิดที่ 49.50 บาท บวก 2.59 เปอร์เซ็นต์ BGRIM ปิดที่ 18.20 บาท บวก 2.82 เปอร์เซ็นต์ GULF ปิดที่ 65.25 บาท บวก 1.16 เปอร์เซ็นต์ และ GUNKUL ปิดที่ 5.15 บาท บวก 0.98 เปอร์เซ็นต์
Kaohoon·9dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

STECON กำไร Q2 โตทะลุ 911 ล้านบาท ลุ้นงาน Data Center หนุนงบทั้งปี

บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 911 ล้านบาท เติบโต 77.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 159.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากรายได้เงินปันผลการลงทุนใน GULF จำนวน 736 ล้านบาท และรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ขยายตัว 8% จากปีก่อน แตะ 9,345 ล้านบาท บริษัทอยู่ระหว่างยื่นประมูลงาน Data Center เพิ่มเติม 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2.25 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป้าหมายรับงานใหม่ปีนี้ที่ 5 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 23 บาทจากบล.เอเซียพลัส ขณะที่บล.ดาโอให้คำแนะนำถือที่ราคาเป้าหมาย 19 บาท อย่างไรก็ตาม กำไรในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 เนื่องจากไม่มีรายได้เงินปันผลจาก GULF เข้ามาอีก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·10dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

เอเชีย พลัส ชี้หุ้นโรงไฟฟ้า Q3 พักฐาน ชู GULF-GUNKUL เด่น

บล.เอเชีย พลัส ประเมินกลุ่มโรงไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนมีกำไรปกติงวด 2Q69 เพิ่มขึ้น 18.4% QoQ มาอยู่ที่ 1.84 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจาก GULF ที่มีกำไรปกติเพิ่มขึ้นโดดเด่น QoQ จากการรับรู้ปันผลรับ KBANK และรายได้อื่นที่เติบโต รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ปรับตัวดีขึ้นตามการเข้าสู่ช่วง High season ของการใช้ไฟฟ้าในฤดูร้อน เช่นเดียวกับ GPSC ที่เดินเครื่องโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้น และ GUNKUL ได้ประโยชน์จาก High season ของ Solar และธุรกิจ Trading + EPC ที่รับรู้ต่อเนื่องตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ขณะที่ BGRIM, RATCH, BCPG และ SSP มีกำไรปกติ 2Q69 ลดลง QoQ จากต้นทุนก๊าซฯ ที่สูงขึ้นและกระแสลมอ่อนตัวตามฤดูกาล Outlook 3Q69 คาดกำไรปกติกลุ่มฯ ลดลง QoQ จากฐาน 2Q69 ที่สูง โดยกลุ่ม IPP อย่าง GULF และ RATCH คาดปริมาณขายไฟฟ้าอ่อนตัวหลังผ่าน High season และกลุ่ม SPP อย่าง BGRIM และ GPSC ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซฯ ที่มีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง มีเพียงผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ สูง เช่น EGCO และ BCPG ที่คาดผลประกอบการดีขึ้น QoQ ตามฤดูร้อนในสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทนอย่าง CKP, BCPG และ SSP ที่คาดดีขึ้นตาม High season ของน้ำและกระแสลมฟื้นตัว ภาพรวมปี 2569 คาดกำไรปกติกลุ่มฯ ยังเติบโต YoY โดยมี GULF เป็นตัวขับเคลื่อนหลักจากการทยอยรับรู้โครงการที่ COD ตามแผน GUNKUL ได้แรงหนุนจากนโยบายลงทุนภาครัฐ และ SSP เริ่มรับรู้โครงการใหม่ ขณะที่ EGCO คาดกำไรฟื้นตัว YoY จากฐานต่ำตามแผนหยุดซ่อมบำรุงที่ลดลง กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy โดยเลือก GULF (FV@80 บาท) และ GUNKUL (FV@0.90 บาท) เป็น Top Pick จากภาพกำไรปี 2569F ที่ยังเติบโตโดดเด่น YoY และมีปัจจัยหนุนจากโอกาสทางธุรกิจใหม่ตามแผนนโยบายภาครัฐ โดยมองการอ่อนตัวของกำไร 3Q69 เป็นเพียงการพักฐานจากกำไร 2Q69 ที่อยู่ในระดับสูง แนะนำหาจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว
HoonVision·10dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

PTT ครองแชมป์กำไรครึ่งปีแรก 78,263 ล้านบาท โต 74.50%

PTT ยังคงครองแชมป์กำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เติบโตถึง 74.50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจพลังงานและปิโตรเลียมอย่างแข็งแกร่ง PTTEP ตามมาเป็นอันดับสองด้วยกำไร 39,032.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.78% ส่วน ADVANC ยังคงรักษาความโดดเด่นของกลุ่มสื่อสาร ด้วยกำไร 27,211.51 ล้านบาท เติบโต 26.18% ด้าน DELTA แม้จะมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดกว่า 3.34 ล้านล้านบาท แต่ทำกำไรครึ่งปีได้ 15,155.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน TRUE ถือเป็นอีกบริษัทที่น่าจับตา เพราะรอบนี้ มีกำไรสุทธิ 13,142.85 ล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโตแรงถึง 258.60% สะท้อนผลของการควบรวมกิจการและการบริหารต้นทุนที่เริ่มเห็นผลเต็มตัว อย่างไรก็ตาม GULF แม้ตัวเลขกำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงอย่างมาก แต่หากเข้าไปสำรวจไส้ในชัดๆ พบว่า ในไตรมาส 2/2568 มีบันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท ดังนั้นหากนับเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ระดับ 21,659 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
Share2Trade·10dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

เอเซีย พลัส ชี้กำไร Q2/69 บจ.ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดีกว่าคาดราว 13% แต่ยังแพ้หุ้นเทคฯ สหรัฐที่ NASDAQ ดีกว่าคาด 53% ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนไปหุ้นเทคฯ กดดันหุ้นไทยติดๆ ขยับยาก แนะนำหุ้นมีปัจจัยหนุน ได้แก่ PTT, GULF, GPSC, BGRIM และหุ้นคาดกำไรไตรมาส 3 เด่น ได้แก่ CPF, BDMS, BH, PR9, KCE ข้อมูลจาก 594 บริษัท คิดเป็น 98% ของมูลค่า Market Cap ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 พุ่งสูงถึง 3.86 แสนล้านบาท เติบโต +10.8% QOQ และ +12.5% YOY โดยกลุ่มพลังงานทำกำไรถึง 1 ใน 3 และหุ้นอิง Commodity อย่าง ENERG, PETRO, FOOD, AGRI มีสัดส่วนรวมถึง 44% จากปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด สัดส่วนกำไรครึ่งปีแรกสูงถึงกว่า 60% ของประมาณการทั้งปี ทำให้เป้ากำไรไตรมาส 3 และ 4 ที่ต้องการเพียงไตรมาสละประมาณ 19% หรือราว 2.28 แสนล้านบาท เป็นเป้าที่ทำได้ไม่ยาก และมีโอกาสกลับประมาณการ EPS ปลายปีขึ้น เพิ่ม Upside ให้แก่ SET Index
thunhoon.com·10dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

GULF เตรียมสร้างนิคมดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์

GULF เตรียมลงทุนสร้างนิคมดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการเช่าที่ติดต่อเข้ามาสูงถึงราว 2,000-3,000 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่มก่อสร้างทันทีเมื่อภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องค่าไฟ เนื่องจากปัจจุบันได้ปรับพื้นที่ดินไว้รอแล้ว บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า GULF จะลงทุนเองและสร้างโรงไฟฟ้าเองเพื่อใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์ หลังรัฐบาลไม่จำกัดปริมาณไฟฟ้าในระบบ Direct PPA ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีระบุว่า GULF ตั้งเป้าทำนิคมดาต้าเซ็นเตอร์แบ่งเป็น 2 แปลง ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ และ 500 เมกะวัตต์ ผ่าน GEDC02-04 โดยมีที่ดินเรียบร้อยแล้ว และประเมินผลกระทบจากค่าไฟจำกัด เนื่องจากค่าไฟคิดเป็นสัดส่วนเล็กเมื่อเทียบกับต้นทุนโครงการทั้งหมด ทั้งสองโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยหยวนต้าให้ราคาเป้าหมาย 91 บาทต่อหุ้น และกรุงศรีให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 77 บาทต่อหุ้น
Thunhoon·13dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

บล.กรุงศรีคาด SET ฟื้นตัว เงินเฟ้อสหรัฐฯชะลอ กำไรบจ.ดีกว่าคาด

บล.กรุงศรี (KSS) คาด SET วันนี้ฟื้นตัว โดยให้แนวต้าน 1,630/1,635 จุด และแนวรับ 1,607/1,598 จุด เงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ก.ค. 26 อยู่ที่ +3.4%y-y และ +0.1%m-m จากเดิม +3.5%y-y ตามคาด ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบประชุม ก.ย. เหลือ 38% จากเดิม 50-60% ด้านปัจจัยในประเทศ กำไรตลาดไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดเร่งขึ้นสู่ 11.8% จากเดิม 11.0% และแผนไฟฟ้า PDP 2026 มีสัญญาณคืบหน้า โดยคณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนประชุม 17 ส.ค. สรุปแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 2.0 หมื่นเมกะวัตต์ และอาจปรับเกณฑ์ Direct PPA รองรับความต้องการ Data Center หุ้นเด่นแนะนำ GULF, KCE และ HANA
HoonSmart·14dอ่านต่อ ▾
GULF.BK5

STECON คาดกำไรปี 2026 พุ่ง 85% รับปันผลพิเศษ GULF

บล.หยวนต้า คาดการณ์ว่า บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON จะมีกำไรสุทธิปี 2026 เพิ่มขึ้น 85% แตะ 1,702 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการรับรู้เงินปันผลพิเศษจาก GULF จำนวน 763 ล้านบาทในไตรมาส 2/26 ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.1% จากไตรมาสก่อน และ 76.1% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลักไม่รวมปันผลคาดอยู่ที่ 240 ล้านบาท เติบโตจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่คาดไว้ 9,155 ล้านบาท จากการเร่งรับรู้รายได้โครงการภาครัฐและ Data Center ภาคเอกชน ฝ่ายวิเคราะห์ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 17.7 บาทต่อหุ้น อิง PER เฉลี่ย 5 ปีที่ 20.53 เท่า แต่คงคำแนะนำ “Trading” เนื่องจากราคาปัจจุบันมีอัพไซด์เพียง 3.51% และสะท้อนมุมมองบวกไปมากแล้ว
HoonVision·16dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

BLS มอง SET ครึ่งหลังปี 69 เป้า 1,700 จุด คาด Fund Flow ไหลเข้าแตะ 2 แสนล้าน

บล. บัวหลวง ประเมิน SET Index ในช่วง 5 เดือนหลังของปี 2569 มีทิศทางขาขึ้นแบบ Sideway Up โดยให้กรอบไว้ที่ 1,580-1,700 จุด นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล. บัวหลวง ระบุว่า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง ส่งผลให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดถูกปรับเพิ่มขึ้นราว 4% มาอยู่ที่ 103 บาท และเมื่อ Rollover ไปกลางปี 2570 จะได้เป้าดัชนี SET ที่ 1,710 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะขึ้นสูงสุดในไตรมาส 4 จากปัจจัยหนุนด้านท่องเที่ยวไฮซีซั่น ราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูง และกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 47,000 ล้านบาท ทำให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 74,000 ล้านบาท และคาดว่าในครึ่งปีหลังมีโอกาสเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าเพิ่มอีก 1.6-2.0 แสนล้านบาท ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy ถ่วงน้ำหนักระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นปันผลสูง โดยชู 5 ธีมเด่น ได้แก่ ธีม Long-term Growth เช่น GULF WHAUP และ GUNKUL ธีม Defensive & Yield Play เช่น KTB ธีม Normalization & Stimulus เช่น COM7 CRC ERW และ CBG ธีม Event Play จาก Super El Niño เช่น CPF BTG และ ICHI และธีม Geopolitical & Inflation Hedge เช่น PTT และ PTTGC พร้อมแนะเลี่ยงหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มบริหารสินทรัพย์เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังมีมุมมองเชิงบวกแม้จะมีการปรับฐานระยะสั้น โดยแนะนำสะสมกลุ่ม Quality Growth ที่มีผลกำไรและมูลค่ารองรับชัดเจน ส่วนหุ้นเทคโนโลยีไทยแนะนำเพียงซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น ด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล. บัวหลวง เปิดเผยว่า การจัดพอร์ตใน 5 เดือนหลังแนะนำหุ้นสัดส่วน 74% ตราสารหนี้ 22% และสินทรัพย์ทางเลือกและทองคำ 4% โดยมองตลาดหุ้นสหรัฐฯ น่าสนใจที่สุด พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ Wealth Advisor และผลักดัน Block Trade เพื่อรองรับตลาดขาขึ้น
InfoQuest·16dอ่านต่อ ▾
Space Economy2

THCOM เตรียมรีแบรนด์เป็น Gulf Space Technology ขยายสู่สเปซเทคครบวงจร

ไทยคมเตรียมรีแบรนด์เป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจจากผู้ให้บริการดาวเทียมสู่เทคโนโลยีอวกาศครบวงจร ดร.ปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าบริษัทจะผสานดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าและวงโคจรต่ำ พร้อมเร่งขยายบริการข้อมูลสำรวจโลกและพัฒนา Data Platform รองรับธุรกิจ Data Center และ AI ของกลุ่มกัลฟ์ ล่าสุดได้รับสัญญาจาก ปตท. ใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจสอบแนวท่อส่งก๊าซ และอยู่ระหว่างขออนุญาตสร้างสถานีภาคพื้นดินเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม LEO ร่วมกับ Amazon รวมถึงร่วมมือกับ Globalstar ให้บริการ Direct-to-Device ด้านแผนดาวเทียม ไทยคม 4 จะขยายอายุถึงสิ้นปี 2569 ไทยคม 9 คาดเริ่มบริการไตรมาส 3 ปี 2570 และไทยคม 10 เลื่อนเป็นครึ่งแรกปี 2572 โดยขายล่วงหน้าแล้ว 50%
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
GULF.BK2

บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด

บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
GULF.BK

3 โบรกเกอร์ชี้ GULF กำไรปกติไตรมาส 2/69 ทำสถิติสูงสุดใหม่

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 10,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน และ 47% จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินปันผลรับจากธนาคารกสิกรไทย 2,842 ล้านบาท ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะไม่สามารถเติบโตจากไตรมาสก่อนได้ เนื่องจากไม่มีเงินปันผลจากธนาคารกสิกรไทย แต่ยังคงเติบโตจากปีก่อนได้ พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 91 บาท และคำแนะนำซื้อ ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด ระบุว่ากำไรปกติครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 56.7% ของประมาณการกำไรทั้งปี พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 80 บาท และคำแนะนำซื้อ ขณะที่ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 72 บาท และคงคำแนะนำซื้อ โดยระบุว่ากำไรปกติครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรทั้งปี สะท้อนถึงโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ
HoonVision·18dอ่านต่อ ▾