คลื่นความร้อนระลอกที่ 5 ถล่มยุโรป อังกฤษเสี่ยงร้อนสุดเป็นประวัติการณ์

MacroGeopolitics
โดย Money & Banking·EUGB·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่ 5 ของฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วที่กดดันระบบสาธารณสุขและโครงข่ายพลังงานทั่วภูมิภาค ขณะที่สหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สภาพอากาศร้อนจัดเกิดจากระบบความกดอากาศสูงหรือโดมความร้อนหลายระลอกที่ปกคลุมภูมิภาค และยังกระทบเส้นทางขนส่งสินค้าทางแม่น้ำสายสำคัญบางแห่ง ด้านตลาดการเงิน หุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาไม่ร้อนแรง ช่วยลดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นหลังรัฐบาลญี่ปุ่นส่งสัญญาณสนับสนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นในเดือนกันยายนหรือตุลาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวบริเวณ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 6 วัน ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหันกลับมาใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านมากขึ้น ประกอบด้วยการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังวางแผนออกกฎควบคุมการใช้ AI ในกระบวนการสังเคราะห์ยีน หลังกังวลว่าการขาดมาตรการกำกับดูแลระดับโลกอาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีใช้เทคโนโลยีสร้าง DNA สังเคราะห์ที่อาจนำไปสู่การพัฒนาอาวุธชีวภาพ ฝั่งหุ้นเทคโนโลยี Lenovo พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 22% ในตลาดฮ่องกง ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเปิดเผยรายได้รายไตรมาสเพิ่มขึ้น 43% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากแรงหนุนของความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ในทางตรงกันข้าม หุ้น Cerebras ปรับตัวลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายได้จากธุรกิจฮาร์ดแวร์ลดลง ขณะที่หุ้น Cisco อ่อนตัว หลังนักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มยอดขายจากธุรกิจ AI ที่บริษัทให้ไว้อยู่ในระดับระมัดระวังอย่างมาก อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือความร่วมมือระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นในการพัฒนาแหล่งแร่ Rare Earth ใต้ทะเลบริเวณเกาะมินามิโทริชิมะ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1,000 ไมล์ โดยมีการประเมินว่าทรัพยากรอาจเพียงพอรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป็นเวลาหลายศตวรรษ และอาจช่วยให้ทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทาน Rare Earth แบบครบวงจร ลดการพึ่งพาจีนในแร่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์

ผลกระทบต่อหุ้น 4

Artificial Intelligence± ผสม · 2 หุ้น
Lenovo Group
0992
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Lenovo reported quarterly revenue up 43%, beating expectations on AI-related demand.

Cybersecurity & Digital Trust · 1 หุ้น
Cisco Systems Inc
CSCO
▼ ลบอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Analysts view Cisco's AI sales outlook as highly cautious, indicating weak demand for its AI-related products.

อื่นๆ · 1 หุ้น
Japan Government Bond 10Y
JP-10Y
▼ ลบนโยบายการเงินความเกี่ยวข้อง

Japanese government signals support for BOJ rate hikes, likely pushing yields up.

ผลกระทบต่อธีม 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

C3S เผยเดือนส.ค. 2569 ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิโลกแตะ 16.96 องศา

หน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป หรือ C3S เปิดเผยว่า เดือนส.ค. 2569 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิอากาศใกล้ผิวพื้นเฉลี่ยทั่วโลกแตะระดับ 16.96 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ประมาณ 16.95 องศาเซลเซียสในเดือนก.ค. 2566 เล็กน้อย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนส.ค. ในช่วงปี 2534-2563 อยู่ 0.85 องศาเซลเซียส รวมทั้งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปี 2393-2443 ประมาณ 1.65 องศาเซลเซียส เดือนดังกล่าวยังเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโลกพุ่งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ยุโรปตะวันตกเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากคลื่นความร้อนที่เกิดเร็วและรุนแรงผิดปกติตั้งแต่เดือนพ.ค. ดันอุณหภูมิเฉลี่ยเดือนมิ.ย.-ส.ค. สูงกว่าสถิติเดิมเมื่อปี 2546 ด้านอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วมหาสมุทรนอกเขตขั้วโลกระหว่างละติจูด 60 องศาใต้ ถึง 60 องศาเหนือ สูงถึง 21.07 องศาเซลเซียสในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนนี้ และยังคงสูงผิดปกติเป็นพิเศษในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นและอาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซาแมนธา เบอร์เจส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะปานกลางแห่งยุโรป ระบุว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังผลักดันให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วทั้งในบรรยากาศและมหาสมุทร ซึ่งส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อชุมชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศทั่วโลก

เบลเยียมเผชิญคลื่นความร้อน 3 ระลอก ยอดเสียชีวิตส่วนเกินเฉียด 3,000 ราย

สำนักงานสาธารณสุขของเบลเยียมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกินสูงกว่าระดับปกติ 2,935 ราย ระหว่างช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน 3 ระลอก ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. ถึง 16 ส.ค. คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตส่วนเกิน 22.6% โดยในระลอกแรก ระหว่างวันที่ 18 มิ.ย.-3 ก.ค. มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,035 ราย หรือสูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ 48.8% ซึ่งเป็นยอดสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์ผลกระทบของคลื่นความร้อนในปี 2543 ส่วนอีก 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 4-17 ก.ค. และวันที่ 28 ก.ค.-16 ส.ค. มียอดผู้เสียชีวิตส่วนเกิน 535 ราย และ 365 ราย ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตส่วนเกิน 14.8% และ 7% แม้ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ก็พบการเสียชีวิตที่สูงกว่าระดับปกติในกลุ่มคนอายุน้อยด้วย ทั้งนี้ ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนหลายระลอก ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาแห่งสหประชาชาติระบุว่า ช่วงที่มีอากาศร้อนจัดกำลังเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เยอรมนีเผยยอดเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนปีนี้พุ่งแตะ 14,000 ราย

สถาบันโรเบิร์ต คอช หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเยอรมนี เปิดเผยว่า ตัวเลขประเมินผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อนในเยอรมนีนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ราว 14,000 ราย คิดเป็นอัตราเกือบ 17 รายต่อประชากร 100,000 คน ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้ายอดรวมทั้งปีของทุกปีที่ผ่านมา โดยทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2561 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนประมาณ 9,000 ราย และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ โดยผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10,500 รายของยอดผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั้งหมดในปีนี้