ราคาน้ำมันพุ่งรับข่าวอิหร่านเล็งปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล

GeopoliticsCommodityDigital Finance Impact 4
โดย สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·IRUS·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันพฤหัสบดี หลังมีรายงานว่าคณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกำหนดโทษปรับสูงสุด 20% ของมูลค่าสินค้า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสงวดส่งมอบเดือนกันยายนปิดที่ 77.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.07 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนืองวดส่งมอบเดือนตุลาคมปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.04 ดอลลาร์ หรือ 3.83% ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 6 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันให้เลือกระหว่างการยอมรับข้อตกลงชั่วคราวที่อิหร่านและโอมานกำลังเจรจา หรือการยกระดับปฏิบัติการทางทหาร นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ลงนามมาตรการใหม่กำหนดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์กลุ่มโพลีซิลิคอนในอัตรา 15% และกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ด้านค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ปรับขึ้น 0.2% ขณะที่เงินเยนเคลื่อนไหวที่ราว 158.45 เยนต่อดอลลาร์ หลังอ่อนค่าลงจากระดับ 155.23 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเจ้าหน้าที่อาจกลับมาแทรกแซงอีกครั้งหากค่าเงินอ่อนค่าต่อเนื่อง ทางด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่น การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง 3.3% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สวนทางคาดการณ์ที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนในสหรัฐฯ อัลแบร์โต มูซาเล็ม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่าผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถปล่อยให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อไปได้ พร้อมย้ำบทบาทของธนาคารกลางในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ในภาคธุรกิจ Radiant World เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นหลัง Deutsche Bank และ KBC Group อายัดบัญชีบางส่วนในสิงคโปร์ ขณะที่ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่หลายรายยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ด้านหุ้น SpaceX ปิดพุ่งกว่า 6% แตะ 114.92 ดอลลาร์ หลังสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น และ Alphabet Inc. ระดมทุนผ่านหุ้นกู้ระดับ Investment Grade มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับความต้องการซื้อสูงสุดราว 115,000 ล้านดอลลาร์

ผลกระทบต่อหุ้น 4

Financials · 2 หุ้น
Artificial Intelligence · 1 หุ้น
Space Economy · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 2

บริษัทนอก coverage 1

Radiant Worldเอกชน± ผสม
ความเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ยูเครน 2.7 พันล้านดอลลาร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธทางทหารให้ยูเครนวงเงินสูงสุด 2.7 พันล้านดอลลาร์ ตามหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยแพ็กเกจนี้ครอบคลุมการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบ S-300 ขีปนาวุธ GAM-67 จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์พิสัยยิงไกลขึ้น ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย หากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ยูเครนจะใช้เงินสนับสนุนจากประเทศยุโรปร่วมกับงบประมาณกองทุนสนับสนุนการจัดหาอาวุธทางทหารแก่ต่างประเทศ หรือ Foreign Military Financing ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการจัดสรรไว้ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำหรับการซื้อขายครั้งนี้จะถูกนับเป็นเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนเพื่อฟื้นฟูยูเครน หรือ Ukraine Reconstruction Investment Fund ภายใต้ข้อตกลงชดเชยเงินคืนในอัตรา 1 ต่อ 1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐฯ และยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ข้อเสนอขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนยูเครนให้ประเทศยุโรปรับผิดชอบมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ทรัมป์ระบุว่าจะขอให้ประเทศยุโรปชดใช้เงินแก่สหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและกระสุนที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครน และยังมีขึ้นหลังทรัมป์ลงนามในกฎหมายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2565 และทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วง 20 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาแล้ว
impact 4

ซาอุฯ แจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในริยาด หลังฮูตีโจมตีระลอกใหม่

กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเผชิญการแจ้งเตือนภัยทางอากาศ 2 ครั้งในช่วงเช้ามืดวันนี้ (19 ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงของประเทศมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้ นับตั้งแต่ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงในเดือนมี.ค.และเม.ย. ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในกรุงริยาดเมื่อเวลา 04.00 น. และอีกครั้งในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สถานการณ์อันตรายสิ้นสุดลงไม่นานหลังการแจ้งเตือนทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันตลอดคืนที่ผ่านมา รวมถึงเมืองเจดดาห์และยันบูริมทะเลแดง ตลอดจนเกาะฟาราซานในทะเลแดง การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการโจมตีระลอกใหม่ที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในเดือนก.ย. โดยกลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุนและมีฐานอยู่ในเยเมน ได้โจมตีเมืองต่าง ๆ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนจากอิรักซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ การโจมตีท่อส่งน้ำมันและการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมาก และสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้แก่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและผู้นำของซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งยังเสี่ยงกระทบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในเดือนต.ค. กรุงริยาดมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการลงทุนสำคัญของซาอุดีอาระเบีย หรือ Future Investment Initiative โดยการประชุมประจำปี 2569 มีกำหนดต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากวอลล์สตรีทหลายราย รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co และเดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs Group

โบอิ้งได้ไฟเขียว FAA สำหรับ 777F และดีล JDAM-ER มูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โบอิ้งได้รับความผ่อนปรนด้านกฎระเบียบให้จำหน่ายเครื่องบินขนส่ง 777F ต่อไปได้ และได้รับการอนุมัติเป็นผู้รับเหมาหลักสำหรับชุดอาวุธ JDAM-ER มูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะส่งมอบให้ซาอุดีอาระเบีย การยกเว้นจากสำนักงานการบินแห่งสหรัฐหรือ FAA ครั้งนี้ครอบคลุมการขายเครื่องบิน 777F เพิ่มอีก 35 ลำ ซึ่งเป็นการต่ออายุโครงการเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทำกำไรได้ ในช่วงที่กระแสเงินสดอิสระถูกจำกัดจากปัญหาการผลิตเครื่องบิน 737 และ 787 ขณะเดียวกัน บริษัทแอโรเซลคอร์ปอเรชันได้ประกาศก่อนหน้านี้ถึงการให้เช่าเครื่องบินขนส่งดัดแปลงโบอิ้ง 757-200PCF แก่บริษัทจูปิเตอร์เจ็ทซึ่งตั้งอยู่ในคาซัคสถาน เมื่อรวมกันแล้ว ความคืบหน้าทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการป้องกันประเทศช่วยชดเชยแรงกดดันจากความท้าทายในการผลิตเครื่องบิน 737 และ 787 ที่ยังดำเนินอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถต้านทานปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่สำคัญที่สุดอย่างการทำให้การผลิตเครื่องบิน 737 กลับสู่เสถียรภาพ หรือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการสร้างกระแสเงินสดและหนี้สินในระดับสูงได้อย่างเต็มที่ นักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายของการประท้วงหยุดงานโดยสหภาพ SPEEA ที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบที่อาจมีต่อกระแสเงินสด
Simply Wall St·6hอ่านต่อ →