บล.พาย แนะนำซื้อ BH เป้า 220 บาท คาดกำไรโต 3-4% รับผู้ป่วยต่างชาติ-สาขาภูเก็ต

AnalystAnalyst
โดย thunhoon.com·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH โดยให้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 220 บาทต่อหุ้น เทียบราคาปัจจุบัน 195.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 12.5% ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด อิง WACC 8.5% และ Terminal Growth 2.0% คิดเป็น 21.7 เท่าของ PE’27E ขณะที่หุ้นซื้อขายอยู่ที่ 18.8 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาลที่ 18.4 เท่า บล.พายคาดกำไร BH ปี 2569-2570 เติบโต 3.6% และ 3.2% YoY ตามลำดับ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา และในปี 2570 จะมีแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ของ BH ขนาด 212 เตียง เงินลงทุนประมาณ 4.3 พันล้านบาท ใช้เงินสด 100% เปิดให้บริการเฟสแรกภายใน 3Q27 เริ่มจากผู้ป่วยใน 50 เตียง เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Luxury โดยผู้บริหารคาดพลิกมีกำไรภายใน 1-1.5 ปีหลังเปิด ขณะที่สาขาหลักมีโครงการส่วนต่อขยายในซอยสุขุมวิท 1 เป็นศูนย์รักษาโรคมะเร็งแห่งใหม่ขนาด 6 ชั้น เพิ่มห้องตรวจมะเร็งจาก 10 เป็น 23 ห้อง ห้องเคมีบำบัดจาก 18 เป็น 30 ห้อง และเตียงผู้ป่วยในศูนย์มะเร็ง 59 เตียง คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570 ด้านผลประกอบการ 2Q26 BH มีกำไรสุทธิ 1,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY สูงกว่าตลาดคาด 6% รายได้จากกิจการโรงพยาบาล 6,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติซึ่งคิดเป็น 66% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 7% YoY จากผู้ป่วยเมียนมาเพิ่ม 28% YoY ตะวันออกกลางเพิ่ม 7% YoY และอเมริกาเพิ่ม 19% YoY ส่วนรายได้ผู้ป่วยไทยซึ่งคิดเป็น 34% ลดลง 2% YoY บล.พายคาดรายได้ BH ปี 2569 และ 2570 อยู่ที่ 26.0 พันล้านบาท และ 27.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และ 4% ตามลำดับ อัตรากำไรขั้นต้น 51.9% และ 51.4% โดยปี 2570 ลดลง 50 จุดพื้นฐานจากการเปิดสาขาภูเก็ตที่ยังขาดทุนช่วงแรก กำไรสุทธิคาด 7,803 ล้านบาทในปี 2569 และ 8,052 ล้านบาทในปี 2570 เพิ่มขึ้น 3.9% และ 3.2% ตามลำดับ ทั้งนี้ บล.พายมองว่าความสามารถในการปรับค่ารักษาของ BH ราว 5% ต่อปี สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของไทยที่ 1.1% ต่อปี เป็นปัจจัยสนับสนุนมูลค่าระยะยาว ส่วนความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดสุขภาพระดับพรีเมียม การพึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติ และความเสี่ยงด้านบุคลากรทางการแพทย์

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Health Care · 1 หุ้น
Bumrungrad Hospital PCL
BH
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Pi Securities recommends buying BH with a 220 baht target, citing 3-4% profit growth and upside from foreign patients and the new Phuket branch.

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

CVS ออมนิแคร์ ได้รับอนุมัติจากศาลให้ชำระบัญชีตามมาตรา 11

ผู้พิพากษาศาลล้มละลายในรัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนชำระบัญชีตามมาตรา 11 สำหรับ CVS ออมนิแคร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านเภสัชกรรมสำหรับการดูแลระยะยาวของ CVS เฮลธ์ หลังจากที่บริษัทได้ขายกิจการดำเนินงานไปในราคา 250 ล้านดอลลาร์ และบรรลุข้อตกลงยุติคดีกับกระทรวงยุติธรรมเป็นเงิน 440 ล้านดอลลาร์ ในคดีเรียกเก็บเงินอย่างไม่เหมาะสม ผู้พิพากษา สเตซีย์ จี. ซี. เจอร์นิแกน แห่งศาลล้มละลายสหรัฐฯ ประจำเขตเหนือของรัฐเท็กซัส ได้อนุมัติแผนดังกล่าว โดยระบุว่าแผนได้รับความเห็นชอบอย่างท่วมท้นจากเจ้าหนี้ทั่วไปที่ไม่มีหลักประกัน ออมนิแคร์ ซึ่ง CVS เป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2015 และให้บริการบ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และสถานพยาบาลดูแลระยะยาวและฟื้นฟู ได้ยื่นฟ้องล้มละลายในเดือนกันยายน 2025 หลายเดือนหลังจากคำพิพากษาให้จ่ายเงิน 949 ล้านดอลลาร์ในข้อหาจ่ายยาอย่างฉ้อโกงโดยไม่มีใบสั่งยาที่ถูกต้องให้กับผู้ป่วยสูงอายุและผู้พิการ ภาครัฐได้ยุติคำพิพากษาดังกล่าวผ่านข้อตกลงยุติคดีมูลค่า 440 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกำหนดให้ CVS จ่ายเงินจำนวน 130 ล้านดอลลาร์ล่วงหน้า และรับผิดชอบส่วนที่เหลืออีก 310 ล้านดอลลาร์ หากออมนิแคร์ไม่สามารถชำระได้ภายในเดือนมีนาคม 2028 ผู้ซื้อคือ GenieRx Holdings ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมระหว่าง Milrose Capital LLC และ Integro Asset Management LLC และมาร์ธา ไวริก ทนายความของออมนิแคร์จาก Haynes and Boone LLP กล่าวว่าการขายดังกล่าวคาดว่าจะปิดดีลในเดือนหน้า

Healthpeak ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2026 จากยอดขายพอร์ตโฟลิโอและการเติบโตของ Janus Living

Healthpeak Properties ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 เป็นครั้งที่สองในปีนี้ โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปรับลดจะอยู่ที่ 0.48 ถึง 0.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 0.46 ถึง 0.50 ดอลลาร์ และ FFO ปรับลดแบบ Adjusted จะอยู่ที่ 1.73 ถึง 1.77 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์เดิม 2 เซนต์ที่จุดกึ่งกลาง บริษัทเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้านสุขภาพแห่งนี้ได้เซ็นสัญญาเช่าใหม่และต่ออายุรวม 1.6 ล้านตารางฟุตในไตรมาสนี้ ดันอัตราการเข้าพักอาคารผู้ป่วยนอกขึ้น 20 เบซิสพอยต์เป็น 90.7% และอัตราการเข้าพักอาคารแล็บขึ้น 80 เบซิสพอยต์เป็น 78.5% การเติบโตนำโดย Janus Living ผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ Healthpeak ถือหุ้น 73.6% ซึ่งรายได้พุ่งขึ้น 45% เมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 216 ล้านดอลลาร์ และ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 34% เป็น 79 ล้านดอลลาร์ โดยอัตรากำไรสาขาเดิมขยายตัว 250 เบซิสพอยต์ Healthpeak ระดมทุนสำหรับการซื้อหุ้นคืนและการชำระหนี้ส่วนใหญ่จากการขายหุ้นในอาคารที่มีอยู่ รวมถึงการระดมทุนใหม่ในเดือนกรกฎาคมที่ขายหุ้น 49% ในพอร์ตอาคารผู้ป่วยนอก 86 แห่งให้กับ Brookfield ในราคาประมาณ 1.025 พันล้านดอลลาร์ที่อัตรา cap rate 5.9% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงิน proceeds 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้และถึงวันที่ 3 สิงหาคม ขณะที่ NOI สาขาเดิมของธุรกิจแล็บลดลง 3.2% ซึ่งเป็นธุรกิจเดียวในสามธุรกิจหลักของ Healthpeak ที่หดตัว ทำให้การเติบโตของ NOI สาขาเดิมทั่วบริษัทอยู่ที่ 1.8%
Insider Monkey·1dอ่านต่อ →

Aevis Victoria ครึ่งปีแรก 2026 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่อัตรากำไรธุรกิจสุขภาพดีขึ้น

Aevis Victoria รายงานมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ 26.75 ฟรังก์สวิสต่อหุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 7% เมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับระดับสิ้นปีก่อนหน้า ขณะที่ส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิยังคงสูงกว่า 50% ซึ่งฝ่ายบริหารระบุว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม ภายในธุรกิจสุขภาพ อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network ปรับตัวดีขึ้นจาก 18.6% เป็น 21.6% และบริการผู้ป่วยนอกมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นบวกเป็นครั้งแรก โดยอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจาก 7.1% เป็น 11.8% บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของธุรกิจสุขภาพไว้ที่ 23% พร้อมการเติบโตแบบอินทรีย์ 2% ถึง 3% ต่อปี โดยระบุว่าโรงพยาบาลที่เติบโตเต็มที่ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของพอร์ตสามารถทำอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายได้มากกว่า 25% ถึง 26% ขณะที่โรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการเริ่มดำเนินงานอยู่ที่ 10% ถึง 20% ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 43% เมื่อเทียบปีต่อปี หนี้สินสุทธิรวมอยู่ที่ 846 ล้านฟรังก์สวิส โดยส่วนใหญ่ภายใต้ Swiss Hotel Property หนี้สินสุทธิเทียบกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network อยู่ที่ประมาณ 2.2 เท่าถึง 2.3 เท่า และอัตราสินเชื่อเทียบมูลค่าทรัพย์สินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 45% Michel Keusch ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ระบุปัจจัยผลักดันสามประการที่จะช่วยลดส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ได้แก่ ขั้นต่อไปของการสร้างมูลค่าให้เป็นรูปธรรมผ่านการขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการในการค้นหานักลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Swiss Medical Network การยกระดับนักลงทุนสัมพันธ์ด้วยการจัดโรดโชว์มากขึ้น การจัดงานวันตลาดทุน และความโปร่งใสทางการเงินที่มากขึ้น และสภาพคล่องเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา