CGSI แนะนำซื้อ BH เป้า 212 บาท คาดกำไร Q3/69 แตะ 2.08 พันล้าน
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH ที่ราคาเป้าหมาย 212 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 4% และปี 2571 ขึ้น 2% โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 2,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไร 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 5,763 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโต 7.1% ในไตรมาส 2/2569 นำโดยผู้ป่วยจากเมียนมา ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ แม้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติจะลดลง 6% แต่รายได้จากการรักษาโรคซับซ้อนจะเพิ่มขึ้น 14% สำหรับผู้ป่วยต่างชาติ และ 5% สำหรับผู้ป่วยไทย ขณะที่คาดว่า GPM ในไตรมาส 3/2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 52.5% จาก 52.0% ในไตรมาสก่อน และบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ไว้ที่ 15.8% CGSI ยังปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 100% ในปี 2569-2571 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 5% โดยคาดว่า BH จะมี EBITDA ราว 1.0-1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอรองรับการจ่ายเงินปันผลปีละประมาณ 7.7-8.1 พันล้านบาท ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจกลับมารุนแรงขึ้น และการแข่งขันในตลาดผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ อุปสงค์สะสมจากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่อาจแข็งแกร่งกว่าคาด และการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง
Kaohoon · 23h อ่านต่อ ▾
BH.BK▼
กำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 2/2569 อ่อนแรงหลายราย
ปิดฉากฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยรวมกำไร 678 แห่งเพิ่มขึ้น 13% แต่กลุ่มโรงพยาบาลกลับมีสัญญาณชีพจรอ่อนแรง โดย BDMS กำไรสุทธิ 3,248 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน ขณะที่ BH กำไรเพิ่มเพียง 1.7% เป็น 1,889 ล้านบาท และ BCH กำไรลดลง 11.6% เหลือ 343 ล้านบาท ขณะที่ PR9 กำไรเพิ่ม 1.3% เป็น 184 ล้านบาท LPH ลดลง 17.86% เหลือ 46 ล้านบาท RPH ลดลง 27.79% เหลือ 26 ล้านบาท และ WPH ลดลง 62.1% เหลือ 19 ล้านบาท ส่วน PRINC ยังขาดทุน 138 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน ขณะที่ RJH กำไรเพิ่ม 89% เป็น 113.72 ล้านบาท และ EKH เพิ่ม 27.88% เป็น 60 ล้านบาท คาดว่าไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวจากฤดูฝนที่เป็นไฮซีซั่น
Kaohoon · 1d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 4
จับสัญญาณกำไรไตรมาส 3 คัดหุ้นเติบโตแข็งแกร่ง
กำไรสุทธิไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนไทยคาดขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนต่างปิโตรเคมี รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ GULF ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันกลุ่มสายการบิน และส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร กลุ่มที่กำไรหลักคาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน และค่าการกลั่น Singapore GRM ที่เพิ่มขึ้น 434% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI และ data center ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขาย Power Electronics ของ DELTA Taiwan ในเดือนกรกฎาคมเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน KCE คาดว่ารายได้จาก PCB อาจเพิ่มขึ้น 17-19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการปรับขึ้นราคาสินค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งจะหนุนให้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 9-10% HANA เห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต IC ฟื้นตัว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดเริ่มเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 3 กลุ่มสื่อสารได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต กลุ่มโรงพยาบาลคาดว่ารายได้กลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนในเดือนกรกฎาคม หนุนจากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลาง โดยประเมินว่าเที่ยวบินจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นถึงระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม กลุ่มค้าปลีกเห็นตัวเลขยอดขายสาขาเดิมปรับตัวขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม นำโดยกลุ่มค้าปลีกสินค้า IT โดย COM7 คาดยอดขายรวมเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ADVICE เติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน CPALL คาดยอดขายสาขาเดิมขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ขณะที่ Makro ทรงตัว และ Lotus หดตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มท่องเที่ยวเห็นรายได้ต่อห้องพักในเดือนกรกฎาคมของ AWC เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน CENTEL เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ERW เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ MINT เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มที่กำไรหลักคาดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มขนส่ง ซึ่งถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธนาคารซึ่งถูกกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวต่อเนื่อง และกลุ่มเนื้อสัตว์ซึ่งถูกกดดันจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง โดยราคาหมูเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมปรับลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาไก่ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคาดยอดขายยังเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในเดือนกรกฎาคม นักวิเคราะห์แนะนำให้เน้น selective ในหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ KCE ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CBG ในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งคาดยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในพม่าเติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 3 ปี 2569 ITC ในกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง BH และ BDMS ในกลุ่มโรงพยาบาล AOT และ CENTEL ในกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบิน และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า GHECO-One และ Glow IPP เต็มไตรมาส
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
CGSI คาดหุ้นโรงพยาบาลครึ่งปีหลังฟื้น ชู BH-PR9 เด่น
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่ากำไรปกติของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล 6 แห่งในไตรมาส 2/69 ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว โดยคาดว่าครึ่งปีหลังกลุ่มโรงพยาบาลจะกลับมาฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวของแต่ละแห่งจะไม่เท่ากัน CGSI มองว่า BH และ PR9 จะมีผลดำเนินงานดีกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูงกว่า โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมา รวมถึงอุปสงค์สะสมที่อาจกลับมาหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ BDMS น่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่โรงพยาบาลระดับกลางของ BDMS รวมถึง CHG และ RAM อาจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม BCH, CHG และ RAM น่าจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 3/69 ซึ่งอาจช่วยให้กำไรสุทธิไม่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน CGSI ยังคงเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มนี้ โดยดัชนีกลุ่มการแพทย์บวก 5% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่ง Underperform ดัชนี SET ที่บวก 29% ตั้งแต่ต้นปีอย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าราคาหุ้นโรงพยาบาลในปัจจุบันสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่อ่อนตัวลงแล้ว จึงคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ Overweight โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนคือการที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดระดับลงและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ส่วนความเสี่ยงขาลงคือหากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มสูงขึ้นและเศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่อง
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
หุ้น BH ดีดขึ้น โบรกแนะนำซื้อ คาดกำไร Q3/69 โต
หุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ปรับขึ้น 3% หลังโบรกเกอร์คาดกำไรไตรมาส 3/69 เติบโต และกำไรทั้งปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 232 บาท ราคาหุ้นเช้านี้อยู่ที่ 206.00 บาท บวก 6.00 บาท หรือ 3.00% มูลค่าการซื้อขาย 545.30 ล้านบาท บล.เอเอสแอล คาดผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 มีรายได้ 6,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลที่ 47.5% สูงขึ้นจากปีก่อนที่ 47.0% จากแนวโน้มค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น และคาดกำไรสุทธิ 2,063 ล้านบาท เติบโต 1.4% YoY ส่วนทั้งปี 2569 คาดรายได้ 25,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% และกำไรสุทธิ 7,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% สำหรับการเปิด Bumrungrad International Hospital Phuket มีกำหนด soft launch เฟสแรกช่วงไตรมาส 3/70 แนวโน้มคาดจะกดดันต้นทุนระยะสั้นจากค่าเสื่อมราคาเป็นหลัก แต่การทยอยเปิดให้บริการและการบริหารแบบรวมศูนย์จะช่วยควบคุมต้นทุนเวชภัณฑ์และค่าบริหารซึ่งเป็นต้นทุนผันแปรได้ดี และส่งผลดีต่อการสร้างมาตรฐานเดียวกัน
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
โบรกเกอร์แห่แนะนำซื้อ BH คาดกำไร Q3/69 โต
โบรกเกอร์หลายแห่งออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH หลังร่วมประชุมนักวิเคราะห์ โดยคาดการณ์ผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 จะเติบโตจากผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัว และการขยายตลาดใหม่ที่ประเทศอิรัก บล.เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เป็น 7,810 ล้านบาท จากเดิม 7,714 ล้านบาท และปรับราคาเหมาะสมปี 2570 เป็น 225 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำซื้อ บล.กรุงศรี แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 225 บาท แม้มุมมองเป็นกลางต่อทิศทางรายได้ บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 6.6% เป็น 7.87 พันล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 เป็น 228 บาท จากเดิม 218 บาท บล.ยูโอบี เคย์เฮียน คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 236 บาท และจัด BH เป็นหุ้น Top picks ของกลุ่มโรงพยาบาล
thunhoon.com · 4d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
CGSI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,690 จุด หลังกำไรบจ.ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง
ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปีนี้ขึ้น 8% หลังกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ศึกษาอยู่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรสุทธิรวมจะลดลง 25% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก และเพิ่ม CPALL กับ PTT เข้ามา ทำให้รายชื่อล่าสุดประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
HoonSmart · 7d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
บัวหลวงชี้หุ้นโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุด Q3 ฟื้น BH-BDMS เด่น
บล.บัวหลวงประเมินว่าหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุดของปีในไตรมาส 2 แล้ว และจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 จากปัจจัยฤดูกาลและอุปสงค์ค้างคาจากตะวันออกกลาง โดยกำไรหลักรวมของหุ้นโรงพยาบาล 4 บริษัทใน Coverage อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน บนรายได้รวม 3.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน โดยการลดลงรายไตรมาสมาจากผู้ป่วยไทยที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจ Fly-in ยังเติบโต อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 36.5% ลดลง 110bps จากปีก่อน และ 90bps จากไตรมาสก่อน จากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามการขยายกำลังการ บริษัท BH และ PR9 ยังมีกำไรเติบโตจากอุปสงค์ Fly-in ขณะที่ BDMS ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง ส่วน BCH ดีกว่าประมาณการจากรายได้ประกันสังคมที่ช่วยชดเชยผู้ป่วยทั่วไปอ่อนตัว สำหรับไตรมาส 3 ภาพดีขึ้นจากเที่ยวบินระหว่างตะวันออกกลางกับกรุงเทพฯ ที่กลับสู่ระดับก่อนความขัดแย้ง ประกอบกับ High Season ของทั้งผู้ป่วยไทยและ Fly-in โดยเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นรายได้เพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน ด้านฐานะการเงิน BH เด่นที่สุด โดย ROE ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 27.6% จาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน พร้อม Net cash สูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ BDMS เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มี Net debt แต่ D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า บัวหลวงคงน้ำหนักมากกว่าตลาดกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH เป็น Top Pick จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางและฐานะการเงินแข็งแกร่งรอบด้าน สำหรับ BDMS บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 23 บาท โดยมองว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และแนวโน้มรายได้เดือนกรกฎาคมเริ่มกลับมาโตเทียบปีก่อนทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ ทำให้คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน แรงหนุนไตรมาส 3 มาจากฤดูระบาดของโรค ไม่มีฐานสูงจากลูกค้ากัมพูชาเหมือนปีก่อน และรายได้จากเมียนมาที่ยังโตแรง 42% เทียบปีก่อนในไตรมาส 2 ต่อเนื่องจาก 43% เทียบปีก่อนในไตรมาส 4 ปีก่อนและไตรมาส 1 ปีนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นเป็น 35-37% จากสัดส่วนเคสที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ Net D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า และ Receivable turnover ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 43 เท่า เพิ่มขึ้น 7% เทียบปีก่อน Inventory turnover อยู่ที่ 16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12 เท่า หุ้นซื้อขายที่ PER ราว 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -1.5SD ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งใกล้เคียงสัดส่วนปกติ จึงยังมองว่ากำไรทั้งปีเป็นไปตามประมาณการ สำหรับ BH บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท และยังเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล โดยไตรมาส 3 มีแรงหนุนหลัก 2 ทางพร้อมกัน คือการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เดินทางเข้ามารักษา และ High season ของผู้ป่วยไทย ขณะที่ความเข้มข้นของการรักษาต่อรายที่สูงขึ้นช่วยหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แม้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติยังฟื้นไม่เต็มที่ คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะโตเทียบปีก่อนเร็วกว่าในไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนตามฤดูกาล โดยข้อมูลเบื้องต้นเดือนกรกฎาคมชี้ว่าผู้ป่วยไทยเริ่มเพิ่มขึ้นจากโรคในฤดูฝน ขณะที่เส้นทางบินจากตะวันออกกลางกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งแล้ว แม้จำนวนผู้ป่วยยังตามหลังอยู่ ส่วนผลจากการงดใช้บริการของผู้ป่วยกัมพูชาหลังเหตุชายแดนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 จะไม่กระทบตัวเลขไตรมาส 3 ด้านฐานะการเงิน ROE ไตรมาส 2 อยู่ที่ 27.6% เพิ่มจาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มอย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทมีสถานะ Net cash และ Receivable turnover เพิ่มเป็น 84 เท่า จาก 59 เท่าในไตรมาส 2 ปีก่อน หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 ราว 18 เท่า ขณะที่ราคาเป้าหมาย 220 บาทอิง PER 21 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 30 เท่า ที่ -1SD ส่วนเงินปันผลเป็น Upside เสริม โดยเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกที่ 4 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่คาด และหากมี Special dividend ในสัดส่วนเดียวกับปี 2568 จะทำให้ Dividend yield เพิ่มเป็น 6.0% เทียบกับกรณีฐานที่ 2.6% อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของ IDEA ยังให้น้ำหนักกับการกลับมาโตของกำไรมากกว่าเงินปันผลที่เป็นตัวเสริม
HoonSmart · 7d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มรพ.ฟื้น Q3/69
บล.เอเชีย พลัส คาดกำไรกลุ่มโรงพยาบาลจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโตทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 2.9% จากไตรมาสก่อน แต่ยังโต 1.0% จากปีก่อน หนุนโดยผู้ป่วยตะวันออกกลางที่กลับมาหลังรอมฎอนและสถานการณ์อิหร่านคลี่คลาย ขณะที่กำไรปกติกลุ่มลดลง 5.0% จากปีก่อนและ 12.0% จากไตรมาสก่อน นำโดย BDMS ลด 9% และ BCH ลด 6% ส่วน BH และ PR9 กำไรโต 1.7% และ 1.3% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลเท่าตลาด เลือก BH และ PR9 เป็นหุ้นเด่น ให้ราคาเหมาะสม 220.00 บาทและ 22.00 บาทตามลำดับ ส่วน BDMS เป็นหุ้นเด่นเชิงแทคติคัล คงคำแนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 23.00 บาท
HoonVision · 8d อ่านต่อ ▾
BH.BK
บล.บัวหลวงตรวจงบ 11 บริษัท พบ 8 แห่งกำไรดีกว่าคาด
บล.บัวหลวงเปิดเผยผลตรวจสอบงบการเงินของ 11 บริษัท โดยพบว่ามี 8 บริษัทที่รายงานกำไรดีกว่าคาด ได้แก่ GUNKUL, CK, SPRC, CPF, CBG, AWC, HANA และ BCH ขณะที่ STECON และ BH มีกำไรเป็นไปตามคาด และ BTS รายงานขาดทุนต่ำกว่าคาด โดย GUNKUL มีกำไรหลัก 567 ล้านบาท สูงกว่าคาด 7% และ CK มีกำไรหลัก 800 ล้านบาท สูงกว่าคาด 17% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น ส่วน SPRC มีกำไรหลัก 7.09 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 11% และประกาศปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.50 บาทต่อหุ้น CPF มีกำไรหลัก 4.57 พันล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด 13% ขณะที่ CBG มีกำไรหลัก 736 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% และ AWC มีกำไรหลัก 232 ล้านบาท สูงกว่าคาด HANA มีกำไรหลัก 278 ล้านบาท สูงกว่าคาด 25% และ BCH มีกำไรหลัก 343 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น ด้าน STECON มีกำไรหลัก 910 ล้านบาท เป็นไปตามคาด และ BH มีกำไรหลัก 1.89 พันล้านบาท เป็นไปตามคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 4 บาทต่อหุ้น ส่วน BTS รายงานขาดทุนหลัก 601 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่เดิมคาดว่าจะมีกำไรเล็กน้อย
HoonVision · 10d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
เอเซีย พลัส ชี้กำไร Q2/69 บจ.ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดีกว่าคาดราว 13% แต่ยังแพ้หุ้นเทคฯ สหรัฐที่ NASDAQ ดีกว่าคาด 53% ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนไปหุ้นเทคฯ กดดันหุ้นไทยติดๆ ขยับยาก แนะนำหุ้นมีปัจจัยหนุน ได้แก่ PTT, GULF, GPSC, BGRIM และหุ้นคาดกำไรไตรมาส 3 เด่น ได้แก่ CPF, BDMS, BH, PR9, KCE ข้อมูลจาก 594 บริษัท คิดเป็น 98% ของมูลค่า Market Cap ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 พุ่งสูงถึง 3.86 แสนล้านบาท เติบโต +10.8% QOQ และ +12.5% YOY โดยกลุ่มพลังงานทำกำไรถึง 1 ใน 3 และหุ้นอิง Commodity อย่าง ENERG, PETRO, FOOD, AGRI มีสัดส่วนรวมถึง 44% จากปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด สัดส่วนกำไรครึ่งปีแรกสูงถึงกว่า 60% ของประมาณการทั้งปี ทำให้เป้ากำไรไตรมาส 3 และ 4 ที่ต้องการเพียงไตรมาสละประมาณ 19% หรือราว 2.28 แสนล้านบาท เป็นเป้าที่ทำได้ไม่ยาก และมีโอกาสกลับประมาณการ EPS ปลายปีขึ้น เพิ่ม Upside ให้แก่ SET Index
thunhoon.com · 10d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
เอเซีย พลัส ชี้ BDMS-BH กำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นโรงพยาบาล BDMS และ BH หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 โดยมองว่ากำไรของทั้งสองบริษัทจะฟื้นตัวชัดเจนในครึ่งปีหลัง BDMS รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 3,176 ล้านบาท ลดลง 21.7% QoQ และ 9.0% YoY จากต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาจากการเปิดอาคารใหม่ของรพ.กรุงเทพหัวหินและการขยายเตียงของรพ.กรุงเทพสุราษฯ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 15,918 ล้านบาท ลดลง 1.7% YoY และคงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท BH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 5.5% QoQ โดยมีแรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.1% YoY และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div. Yield 2% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 ส.ค. ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7,714 ล้านบาท เติบโต 2.7% YoY และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมเก็งกำไร ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 220 บาท
ทันหุ้น · 12d อ่านต่อ ▾
BH บวก 3.95% รับงบ Q2/69 โบรกปรับเป็นซื้อ
หุ้น BH ปรับตัวขึ้น 3.95% มาที่ 197.50 บาท หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากปีก่อน และ 5.5% จากไตรมาสก่อน ตามที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยมีแรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อน นำโดยเมียนมาร์ ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ ขณะที่ผู้ป่วยไทยลดลง 2.2% บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.00 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 สิงหาคม บล.เอเซีย พลัส ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม เก็งกำไร พร้อมให้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 220.00 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าผลประกอบการครึ่งปีหลังจะแข็งแกร่งขึ้นจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติและช่วง High Season ของผู้ป่วยไทย
InfoQuest · 13d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด
บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
BH.BK
จับตา BH-CHASE ดีลซื้อกิจการโรงพยาบาล
ตลาดจับตาดีลซื้อกิจการระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH และ CHASE ซึ่งเป็นหนึ่งในแพ็กเกจประมูลกิจการโรงพยาบาล โดยดีลดังกล่าวมีมูลค่ารวมสูงถึงระดับแสนล้านบาท
Thunhoon · 20d อ่านต่อ ▾
Aging Population▲
TM คาดรับมาตรฐานสากล AACI ภายในกันยายนนี้ หนุนรับผู้ป่วยต่างชาติ
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM คาดว่าจะได้รับมาตรฐาน AACI ภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าต่างชาติและรับรีเฟอร์เคสจากโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช และเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ปัจจุบันธุรกิจ Wellness มีอัตราครองเตียงราว 70% จากจำนวนเตียงรวม 65 เตียง และมีแผนพัฒนาโครงการ Residence สำหรับผู้สูงอายุบนที่ดินย่านสะพานสูงใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยคาดว่าจะเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทได้ภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้ TM ยังปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนการผลิตแบบ OEM จากจีนเพื่อลดต้นทุนและเสริมมาร์จิ้น
Thunhoon · 21d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
กรุงศรีชี้หุ้นไทยสัญญาณบวก ตั้งเป้าดัชนี 1,600-1,680 จุด พร้อมคัด 8 หุ้นเด่น
บล.กรุงศรี มองหุ้นไทยมีสัญญาณบวกจากไทยเป็นศูนย์กลางลงทุน AI และเฟดมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย พร้อมตั้งเป้าดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด และคัดเลือก 8 หุ้นเด่นในกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และอื่นๆ นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังถูกมองเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาค โดยมีความได้เปรียบจากกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอ ต้นทุนที่ดินแข่งขันได้ และสาธารณูปโภคพร้อมรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เฟดอาจเลือกอดทนตรึงอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเร่งขึ้น ท่ามกลางสัญญาณเปราะบางในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียและกลุ่มแวลูมาร์เก็ต ฝ่ายวิจัยยังคงเป้าหมายดัชนีที่ 1,600-1,680 จุด โดยคาดตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวและมีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังผ่านพ้นงบไตรมาส 2 หุ้นเด่นที่แนะนำได้แก่ KBANK และ KTB ในกลุ่มธนาคารที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี GULF และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ PTT และ SCC ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนระลอกใหม่ และ AOT กับ BH ในกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพจากแรงกดดันต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
HoonVision · 22d อ่านต่อ ▾
Aging Population▲
บำรุงราษฎร์เผยคนไทยรอปลูกถ่ายหัวใจนับหมื่นราย แต่ทำได้จริงเพียง 30 รายต่อปี
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เปิดเผยว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวในไทยสูงถึงหลักหมื่นราย แต่ระบบสาธารณสุขสามารถดำเนินการปลูกถ่ายหัวใจได้เพียงประมาณ 30 รายต่อปีเท่านั้น โดยปัญหาคอขวดหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนผู้บริจาค แต่อยู่ที่กระบวนการคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ยังไม่ทั่วถึง นพ. พัชร อ่องจริต แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ระบุว่าปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ให้บริการปลูกถ่ายหัวใจเพียง 4-5 แห่งที่เป็นโรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวที่มีศักยภาพพร้อม โดยมีอัตราการรอดชีวิต 30 วันหลังผ่าตัดสูงถึง 100% จากเคสที่ผ่านมา 7 ราย ด้าน ร.ต.อ.นพ. สกลวัชร มนต์ไตรเวศย์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ กล่าวถึงนวัตกรรม ECMELLA ซึ่งเป็นการใช้เครื่องพยุงปอดและหัวใจเทียม ECMO ร่วมกับปั๊มหัวใจขนาดเล็ก Impella เพื่อประคองผู้ป่วยภาวะช็อกขั้นวิกฤตระหว่างรอรับบริจาคหัวใจ โดยถือเป็นการซื้อเวลาสำคัญไม่ให้อวัยวะอื่นล้มเหลว
Money & Banking · 22d อ่านต่อ ▾
Biotech & Genomic Medicine▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้หุ้นการแพทย์หนุนไทยสู่ฮับ ATMP ภูมิภาคใน 4 ปี
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง หรือ ATMP Hub ของภูมิภาคภายใน 4 ปี ผ่านการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ATMP ครอบคลุมการผลิต จัดเก็บ และขนส่งเซลล์ พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการผ่านมาตรฐาน GMP และได้รับการรับรอง Cell Bank ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกโดยตรงต่อ MEDEZE ในฐานะผู้นำธุรกิจ Cell Banking ของไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% และเป็นธนาคารเซลล์ที่ถูกกฎหมายแห่งแรกของไทย สะท้อนความพร้อมในการต่อยอดสู่ธุรกิจ ATMP ร่วมกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำ หากโครงการ ATMP Sandbox มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจ Anti-Aging และ Regenerative Medicine ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมและภาวะผิวหน้าเสื่อมสภาพ และคาดเริ่มรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรม ATMP เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจ Longevity ในระยะยาว โดย BDMS โดดเด่นจากการขยายบริการสุขภาพเชิงป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัยผ่าน WellEra และ BDMS Wellness Clinic ซึ่งครอบคลุมบริการ Anti-Aging และ Regenerative Medicine แม้สัดส่วนรายได้ปัจจุบันยังไม่สูง แต่เป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นดีและดึงดูดลูกค้ากำลังซื้อสูงได้ ขณะที่ BH มีจุดแข็งจาก VitalLife ที่ทำธุรกิจ Longevity มากว่า 20 ปี และได้รับการยอมรับจากกลุ่ม Medical Tourism พรีเมียม จึงมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์เวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพในระยะยาวเช่นกัน ฝ่ายวิจัยเลือก MEDEZE เป็นหุ้นเด่นของธีมนี้ จากศักยภาพการเติบโตในธุรกิจ ATMP ที่มีความชัดเจนที่สุดในกลุ่ม โดยประเมินราคาเหมาะสมเบื้องต้นอยู่ที่ 8.00 บาท อิง Historical P/E +2SD ที่ 40.29 เท่า คิดเป็น Upside 22% แนะนำซื้อ ขณะที่ BDMS และ BH มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจ Longevity และ Regenerative Medicine ในระยะยาว ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 23.00 บาท และ 200.00 บาท ตามลำดับ
HoonVision · 28d อ่านต่อ ▾
บล.โกลเบล็ก มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้ในกรอบ 1,600-1,650 จุด รับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง
บล.โกลเบล็ก ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,600 ถึง 1,650 จุด โดยมีแนวโน้มปรับตัวลงตามตลาดโลก จากแรงกดดันหลักคือเหตุโจมตีเรือน้ำมันในทะเลแดงที่ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง กระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า เหตุการณ์กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงและตลาดวิตกเงินเฟ้อเร่งตัวอีกครั้ง ด้านปัจจัยบวกในประเทศมาจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งแรกของปี 2569 ที่มีมูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ขณะที่สหรัฐฯ มีตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ 187,000 ราย และบรรลุข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์กับซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตราสูงสุด 12.5% และแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่เครื่องมือ FedWatch ชี้ว่ามีโอกาส 83% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ขณะที่ VIX Index พุ่งขึ้น 12.38% ปิดที่ 18.70 สะท้อนตลาดเปราะบาง ด้านกลยุทธ์ลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย แนะนำตั้งรับในหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง 5 ตัว ได้แก่ ADVANC, AOT, BH, GULF และ KBANK
Money & Banking · 31d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมไหนรอด 3 สงคราม พร้อมคัด 10 หุ้นเด่น
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่าตลาดหุ้นกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยได้ให้คะแนน 20 กลุ่มอุตสาหกรรมว่ากลุ่มใดจะรอดหรือได้รับประโยชน์ โดยกลุ่มผู้ชนะที่มีคะแนนระหว่าง 0 ถึง +2 ได้แก่ พลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก หุ้นที่แนะนำในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย TOP BCP BLA TLI BDMS BH PTTGC IVL CPALL และ COM7 ส่วนหุ้นเด่นประจำวันที่เลือกจากกลุ่มที่มีคะแนนไม่ติดลบ ได้แก่ DELTA BDMS และ CPALL
HoonVision · 35d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 12 หุ้นได้ประโยชน์จากโครงการ TISA และแผนบริหารประมงแห่งชาติ
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA อยู่ระหว่างสรุปผลศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไข โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ข้อเสนอการเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่ไหลเข้า โดยทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนดัชนีได้ 25 ถึง 30 จุด และส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ในธีมลงทุน เช่น GULF, GPSC, KBANK, KTB, ADVANC, AMATA, WHA รวมถึงหุ้นภาคบริการอย่าง BDMS, BH และ AOT นอกจากนี้ มติเห็นชอบแผนบริหารจัดการการประมงแห่งชาติระยะ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารทะเลและอาหารส่งออก อาทิ TU และ ITC
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
BH ครึ่งปีหลังโตเด่น ต่างชาติดันมาร์จิ้นสูง
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าแนวโน้มผลประกอบการของ BH ในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่เร็วกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ทยอยกลับมาใช้บริการภายหลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอดและข้อจำกัดด้านการเดินทางคลี่คลาย รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 3/69 คาดอยู่ที่ 6,089 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคาดเพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยไทยทรงตัวที่ 0.5% จากปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติต่อผู้ป่วยไทยอยู่ที่ 65 ต่อ 35 กำไรหลักคาดการณ์ที่ 1,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากไตรมาสก่อน และ 0.7% จากปีก่อน แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงสู่ 51.5% จาก 52.5% ในไตรมาส 2/68 แต่การฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าและปัจจัยฤดูกาลจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำซื้อ BH และปรับมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 200.00 บาทต่อหุ้น จากเดิม 190.00 บาท
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
บำรุงราษฎร์ชี้คนเมืองเสพติดออกกำลังกายแต่บาดเจ็บพุ่ง คาดไฮร็อกเป็นสึนามิลูกใหม่ทำลายข้อต่อและหัวใจ
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เปิดเผยว่าอุบัติการณ์บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นปีละ 18% สวนทางกับความนิยมออกกำลังกายที่พุ่งสูง โดยประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียปีสุขภาวะจากการบาดเจ็บสูงที่สุดในอาเซียนตามข้อมูลจากเดอะแลนเซตปี 2568 ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟหันมาเล่นกีฬาจริงจังมากขึ้น แต่กลับขาดการประเมินเชิงลึก นำไปสู่การบาดเจ็บเรื้อรังโดยเฉพาะเข่าและหัวไหล่ในกลุ่มคนเข้ายิม ซึ่งมีพฤติกรรมไม่ยอมเลิกเล่นแม้บาดเจ็บ นพ.วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ คาดว่ากระแสไฮร็อกที่กำลังมาแรงจะเป็นสึนามิลูกใหม่ที่ทำลายข้อต่อและหัวใจ เนื่องจากเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ต้องใช้ความฟิตและความแข็งแกร่งสูงมาก แพทย์แนะนำให้ตรวจประเมินโครงสร้างร่างกาย ระบบการเคลื่อนไหว และสมรรถภาพหัวใจก่อนลงแข่งขัน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงที่อาจต้องผ่าตัดและมีค่าใช้จ่ายสูง พร้อมเน้นแนวคิดถนอมข้อธรรมชาติและการฟื้นฟูระดับเซลล์เพื่อให้กลับไปเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
Money & Banking · 38d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
CGSI ชี้คลินิกพรีเมียมในรพ.รัฐ กดดันรพ.เอกชนกลางแข่งเดือด แนะขาย BCH-CHG
ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล วิเคราะห์ว่า การเปิดคลินิกพรีเมียม 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐและสถาบันเฉพาะทางเพื่อรองรับผู้มีรายได้ปานกลางและผู้ป่วยต่างชาติ จะเพิ่มแรงกดดันต่อโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางที่เน้นผู้ป่วยจ่ายเองและประกันสุขภาพ ทำให้การแข่งขันด้านราคาและค่าใช้จ่ายการตลาดสูงขึ้น รวมถึงการแย่งบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มอำนาจต่อรองให้บริษัทประกัน ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของ BCH, CHG และ RAM โดยปรับคำแนะนำ BCH และ CHG เป็นขาย ส่วน RAM คงคำแนะนำถือ พร้อมชู BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มโรงพยาบาลพรีเมียมที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูง
HoonSmart · 38d อ่านต่อ ▾
BH เผยแผนครึ่งปีหลัง ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ รับเทรนด์ Active Lifestyle
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยแผนครึ่งปีหลัง เตรียมเดินหน้ายกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ภายใต้แนวคิด “Move Better, Play Stronger, Live Fuller” เพื่อรองรับเทรนด์ Active Lifestyle ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Bumrungrad International Hospital Phuket ตามแนวคิด Hub-and-Spoke Model รวมถึงการเปิด Specialized Hospital บริเวณสุขุมวิท ซอย 1 และการยกระดับ Horizon Cancer Center เพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งแบบครบวงจร พร้อมลงทุนด้าน Digital Transformation และ AI อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพบุคลากร ไม่ใช่เพื่อทดแทนคน วิสัยทัศน์ของบำรุงราษฎร์คือการเปลี่ยนบทบาทจากโรงพยาบาลที่รอรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การเป็น Lifetime Health Partner ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษาขั้นสูง ไปจนถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่ออายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ล่าสุดศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อได้รับการยกระดับเพื่อดูแลผู้รักการออกกำลังกายแบบองค์รวม ตั้งแต่การประเมินความพร้อม การป้องกัน การรักษาอย่างตรงจุด ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพ โดยมีสถิติชี้ว่าในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า 3.5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ขณะที่เอเชียแปซิฟิกพบอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นถึง 18% ต่อปี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยังได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Newsweek ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 69 ด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อันดับที่ 31 จาก 75 ในภูมิภาค และอันดับ 1 ในประเทศไทย รวมถึงเป็นโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำในเอเชียประจำปี 69 ด้านการผ่าตัดเข่าและเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ด้านการผ่าตัดสะโพกและเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม และด้านการผ่าตัดไหล่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รับการจัดอันดับที่ 1 จาก 100 อันดับในภูมิภาคเอเชีย
efinanceThai · 38d อ่านต่อ ▾
BH.BK▼ impact 4
ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ หนุนหุ้น PTTEP-TOP กดดัน DELTA-รพ.-AOT
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นแรงซื้อขายที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.28 ดอลลาร์หรือ 2.60% ท่ามกลางความกังวลความเสี่ยงสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้น PTTEP ปรับขึ้น 1.50 บาทหรือ 1.03% มาที่ 147 บาท และ TOP เพิ่มขึ้น 1.25 บาทหรือ 2.02% มาที่ 63.25 บาท ขณะที่หุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC บวก 0.75 บาทหรือ 2.03% มาที่ 37.75 บาท และ SCC เพิ่มขึ้น 2 บาทหรือ 0.79% มาที่ 256 บาท ด้านหุ้นโรงพยาบาลและขนส่งถูกแรงขาย โดย BH ลดลง 3 บาทหรือ 1.61% มาที่ 183.50 บาท และ AOT ลดลง 0.75 บาทหรือ 1.17% มาที่ 63.25 บาท ส่วน DELTA ร่วงลงแตะ 292 บาท ก่อนฟื้นขึ้นมาที่ 296 บาท ลดลง 4 บาทหรือ 1.33% ขณะที่ PSL พุ่ง 0.50 บาทหรือ 6.49% มาที่ 8.20 บาท ตามดัชนีค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น
HoonSmart · 38d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
หยวนต้า ชี้น้ำมันอ่อนตัว รับสัญญาณเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ หนุนหุ้น Anti-commodity
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวอ่อนลง หลังจากอิหร่านส่งสัญญาณว่าช่องทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาผ่านตัวกลางยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Anti-commodity โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ TASCO, AOT, MINT, BA, MTC, BH และ BDMS
Kaohoon · 38d อ่านต่อ ▾
BH.BK▲
หยวนต้าชี้ PR9-CHG กำไรเด่น นำกลุ่มโรงพยาบาล
บล.หยวนต้า คาดการณ์ว่าผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2 ปี 2569 จะอ่อนตัวทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยไทยที่ทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และผู้ป่วยต่างชาติบางตลาดยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและปัญหาชายแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตาม มี 3 บริษัทที่กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ PR9 BH และ CHG โดย PR9 ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้น โดยเฉพาะกลุ่มเมียนมา รวมถึงผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ช่วยหนุนรายได้ต่อหัว ขณะที่ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ผ่อนคลาย ส่วน BH คาดกำไรเติบโตระดับ low single digit จากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้นตัว และ CHG เติบโตจากฐานต่ำและรายได้ประกันสังคม สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดกำไรกลุ่มฟื้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังของปีก่อน จากช่วง high season ผู้ป่วยตะวันออกกลางและ CLMV ทยอยกลับมา ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาชายแดนกัมพูชาครบรอบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน ทำให้ฐานเปรียบเทียบลดลงและมีโอกาสฟื้นตัว นอกจากนี้ ความต้องการรักษาที่เลื่อนออกไปก่อนหน้าและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ต่อหัวและอัตราการทำกำไร ด้านประเด็นรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจากระบบเบิกจ่ายตรงไปสู่ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งหากปรับใช้จริงจะเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะ BDMS BCH และ CHG ที่มีเครือข่ายกว้างและมีประสบการณ์รองรับผู้ป่วยประกัน ส่วนประเด็นประกันสังคมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ BCH CHG RJH และ LPH โดยความเสี่ยงจากการกลับรายการรายได้โรคซับซ้อนในปี 2569 ลดลง ขณะที่ยังมี Upside risk จากโอกาสปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวจากปัจจุบัน 1,808 บาทต่อรายต่อปี คงน้ำหนักกลุ่มโรงพยาบาลที่เท่าตลาด แม้คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัว แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาระอุอีกครั้งอาจกระทบการเดินทางและทำให้การฟื้นตัวไม่เป็นไปตามคาด โดยเลือกซื้อ PR9 ราคาเป้าหมาย 22.80 บาท จากรายได้ต่างชาติและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ฟื้น รวมถึงต้นทุนที่ผ่อนคลาย ทำให้กำไรเติบโตดีกว่ากลุ่ม และ CHG ราคาเป้าหมาย 1.95 บาท จากกำไรที่คาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนดีกว่ากลุ่ม มีความเสี่ยงต่ำจากลูกค้าตะวันออกกลางและมี Upside จากประกันสังคมและการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วน BDMS ราคาเป้าหมาย 24.70 บาท ราคาหุ้น Underperform กลุ่มและคาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้น ขณะที่ BCH แนะนำ TRADING จากโอกาสจ่ายปันผลพิเศษและ Upside risk จากประกันสังคม
HoonVision · 38d อ่านต่อ ▾